RSS

ความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการฮัจรฺต่ออะฮฺลุลบิดอะฮฺ (ตอนที่ 6.3)

02 เม.ย.

ชัยคฺ อัลบานีย์ความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการฮัจรฺต่ออะฮฺลุลบิดอะฮฺ
(ตอนที่ 6.3 : (ต่อ)คำตักเตือนของชัยคฺอัลอัลบานีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ)
เขียนโดย อุสตาซ อบูอับดุลมุหฺสิน ฟีรันดา อันดิรญา อาบิดีน
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

คำนะศีหะฮฺที่ 2

แม้ว่าคำนะศีหะฮฺนี้จะมุ่งมอบให้ชาวสะละฟีย์โดยทั่วไป แต่เสมือนว่าคำนะศีหะฮฺนี้ได้ถูกมอบให้แก่ชาวสะละฟีย์ที่ประเทศอินโดนีเซียเป็นการเฉพาะเลย…วัลลอฮุล มุสตะอาน วะอิลัยฮิต ตุกลาน

ชัยคฺอัลอัลบานีย์ กล่าวว่า :
มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮ เราขอสรรเสริญพระองค์ ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และขออภัยโทษต่อพระองค์ และเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้พ้นจากความชั่วของตัวเราเองและจากความเลวร้ายของการงานของเรา ใครก็ตามที่อัลลอฮทรงชี้นำทางเขา ก็จะไม่มีใครสามารถทำให้เขาหลงผิดได้ และใครก็ตามที่อัลลอฮทรงทำให้เขาหลงผิด ก็ไม่มีใครจะชี้แนะนำทางแก่เขาได้และผมขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮเพียงองค์เดียวโดยไม่มีภาคีใดๆทั้งสิ้น และขอปฏิญาณตนว่ามุหัมมัดนั้นคือบ่าวและเราะสูลของพระองค์


يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ اتَّقُواْ اللّهَ حَقَّ تُقَاتِهِ وَلاَ تَمُوتُنَّ إِلاَّ وَأَنتُم مُّسْلِمُونَ

          โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงยำเกรงอัลลอฮอย่างแท้จริงเถิด และพวกเจ้าจงอย่าตายเป็นอันขาดนอกจากในฐานะที่พวกเจ้าเป็นผู้นอบน้อมเท่านั้น (อาลิอิมรอน 3 : 102)


يَا أَيُّهَا النَّاسُ اتَّقُواْ رَبَّكُمُ الَّذِي خَلَقَكُم مِّن نَّفْسٍ وَاحِدَةٍ وَخَلَقَ مِنْهَا زَوْجَهَا وَبَثَّ مِنْهُمَا رِجَالاً كَثِيراً وَنِسَاء وَاتَّقُواْ اللّهَ الَّذِي تَسَاءلُونَ بِهِ وَالأَرْحَامَ إِنَّ اللّهَ كَانَ عَلَيْكُمْ رَقِيباً

          โอ้มนุษยชาติทั้งหลาย! จงยำเกรงพระเจ้าของพวกเจ้าที่ได้บังเกิดพวกเจ้ามาจากชีวิตหนึ่ง และได้ทรงบังเกิดจากชีวิตนั้นซึ่งคู่ครองของเขา และได้ทรงให้แพร่สะพัดไปจากทั้งสองนั้น ซึ่งบรรดาชายและบรรดาหญิงอันมากมาย และจงยำเกรงอัลลอฮฺที่พวกเจ้าต่างขอกัน ด้วยพระองค์ และพึงรักษาเครือญาติ แท้จริงอัลลอฮฺทรงสอดส่องดูพวกเจ้าอยู่เสมอ(อันนิสาอ์ 4 : 1)


يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ وَقُولُوا قَوْلاً سَدِيداً يُصْلِحْ لَكُمْ أَعْمَالَكُمْ وَيَغْفِرْ لَكُمْ ذُنُوبَكُمْ وَمَن يُطِعْ اللَّهَ وَرَسُولَهُ فَقَدْ فَازَ فَوْزاً عَظِيماً

โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! จงยำเกรงอัลลอฮฺ และจงกล่าวถ้อยคำที่เที่ยงธรรมเถิดพระองค์จะทรงปรับปรุงการงานของพวกเจ้าให้ดีขึ้นสำหรับพวกเจ้า และจะทรงอภัยโทษความผิดของพวกเจ้าให้แก่พวกเจ้าและผู้ใดเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮฺแล่ะร่อซูลของพระองค์ แน่นอนเขาได้รับความสำเร็จใหญ่หลวง(อัลอะหฺซาบ 33 : 70-71)
อนึ่ง แท้จริงคำพูดที่ดีเลิศนั้นคือพระดำรัสของอัลลอฮ และทางนำที่ดีเลิศนั้นคือทางนำของมุหัมมัด ส่วนการงานที่ชั่วร้ายนั้นคือการงานที่อุตริขึ้นมา และทุกการอุตริขึ้นมาใหม่(ในศาสนา)นั้นเป็นบิดอะฮฺ ทุกบิดอะฮฺเป็นความหลงผิด และทุกความหลงผิดอยู่ในนรก

เราต่างรู้ดีเกี่ยวกับคำพูดของท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ที่ว่า


الدِّيْنُ النَّصِيْحَةُ، الدِّيْنُ النَّصِيْحَةُ، الدِّيْنُ النَّصِيْحَةُ”، قَالُوا : “لِمَنْ يَا رَسولَ الله؟”. قَالَ : “لِلَّهِ وَلِكِتَابِهِ وَلِرَسُوْلِهِ وَلأَئِمَّةِ الْمُسْلِمِيْنَ وَعَامَّتِهِمْ

ศาสนาคือการตักเตือน ศาสนาคือการตักเตือน ศาสนาคือการตักเตือน บรรดาเศาะหาบะฮฺถามว่า สำหรับใครหรือครับ? โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮท่านตอบว่า เพื่ออัลลอฮ เพื่อคัมภีร์ของพระองค์ เพื่อเราะสูลของพระงค์ สำหรับบรรดาผู้นำมุสลิม และชาวมุสลิมโดยทั่วไป

เรา(ชาวมุสลิม)ในวันนี้อยู่ในกลุ่มชาวมุสลิมทั่วไป(เอาวาม)ที่จำเป็นเหนือผู้ตักเตือนทุกคนที่จะต้องให้คำตักเตือนแก่พวกเขา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ พวกเราชาวสะละฟีย์ที่เป็นตัวแทนของส่วนที่ใหญ่(มาก)จากจำนวนของชาวมุสลิมซึ่งมีจำนวนมากมาย และชาวสะละฟีย์รู้สึกภาคภูมิใจ เพราะอัลลอฮได้ทรงให้เกียติพวกเขาในหมู่ชาวมุสลิมทั้งหลายด้วยการให้พวกเขาเข้าใจเตาฮีด ซึ่งเป็นรากฐานของความศานติปลอดภัยจากการลงโทษตลอดกาลในอาคิเราะฮฺ เตาฮีดนี้เราได้เรียนรู้ ได้เข้าใจด้วยดี และได้ตระหนักอยู่ในหลักอะกีดะฮฺของเรา แต่ความเศร้าได้ปกคลุมหัวใจของผม….ผมรู้สึกว่าเราได้ประสบกับโรคร้ายแห่งการหลอกลวงตนเอง เมื่อเราได้มาถึงอะกีดะฮฺนี้ และเรื่องต่างๆที่เป็นผลพวงจากอะกีดะฮฺนี้ที่เราได้รู้ร่วมกัน เช่น การปฏิบัติบนพื้นฐานของอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ และไม่ตัดสินด้วยกับสิ่งอื่นจากอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เราได้ปฏิบัติเรื่องนี้ซึ่งเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคน(คือการเข้าใจอย่างถูกต้องต่อเตาฮีดและการปฏิบัติด้วยอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องฟิกฮฺที่ชาวมุสลิมได้แตกแยกกันเป็นมัซฮับต่างๆและต่างฝ่ายต่างเดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างกันนานหลายปี
แต่ดูเหมือนว่า(และนี่คือสิ่งผมได้พูดถึงซ้ำไปซ้ำมาหลายๆครั้งในการสอนของผม)ว่า โลกอิสลามวันนี้(รวมถึงชาวสะละฟีย์ด้วย)ได้ละเลยแง่มุมที่สำคัญมากของคำสอนอิสลามที่เราถือว่าเป็นหลักคิดพื้นฐานและครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิตของเรา และหนึ่งในแง่มุมที่สำคัญนั้นก็คือ อัคลาคที่ดีงาม และการยืนหยัดมั่นคงบนเส้นทาง
พวกเราหลายคนไม่ใส่ใจกับแง่มุมนี้(คือการปรับปรุงบุคลิกภาพและประดับประดามารยาทให้สวยงาม ทั้งๆที่เราทุกคนต่างก็เคยอ่านหะดีษเศาะฮีหฺบทหนึ่งในหนังสือหะดีษต่างๆ คือ

إِنَّ الرَّجُلَ لَيُدْرِكُ بِحُسْنِ خُلُقِهِ دَرَجَةَ السَّاهِرَبِاللَّيْلِ الظَّامِىءِ بِالْهَوَاجِرِ

แท้จริงคนที่มีมารยาทดีงามนั้นบรรลุถึงขั้นของผู้ที่ลุกขึ้น(ละหมาด)ในยามค่ำคืนและคนที่หิวกระหาย(เนื่องจากถือศีลอด)ในยามเช้า (อัสสิลสิละฮฺ อัศเศาะฮีหะฮฺ หมายเลขที่ 794)

และเราก็อ่านพบในอัลกุรอานอันทรงเกียรตด้วยว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหมู่ชาวมุสลิมนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่จริงๆแล้วไม่ถึงขั้นที่สามารถก่อให้เกิดความขัดแย้งและการพิพาทกันได้นั้นไม่ใช่อัคลาคของอิสลาม เราได้อ่านดำรัสของอัลลอฮเกี่ยวกับเรื่องนี้ (พระองค์ตรัสว่า)

وَلَا تَنَازَعُوا فَتَفْشَلُوا وَتَذْهَبَ رِيحُكُمْ

และจงอย่าขัดแย้งกัน จำทำให้พวกเจ้าย่อท้อ และทำให้ความเข้มแข็งของพวกเจ้าหมดไป (อัลอันฟาล 8 : 46)
แท้จริงแล้วถือเป็นเรื่องที่เศร้าโศกเสียใจอย่างมากในสิ่งที่เราได้ยิน(ไม่ใช่แค่ที่เกิดขึ้นในประเทศมุสลิมเท่านั้น ความขัดแย้งและความแตกแยกยังที่เกิดขึ้นในหมู่มุสลิม ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะในประเทศมุสลิมเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในประเทศกาฟิรที่ชาวมุสลิมเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศเหล่านั้นด้วย)ว่า ชาวมุสลิมได้แตกแยกกันเป็นกลุ่มต่างๆมากมาย นอกจากนี้พวกเขายังแตกแยกกัน ทั้งๆที่พวกเขากำลังต่อสู้กับชาวกาฟิรที่เข้ามายึดครองประเทศมุสลิมบางแห่งด้วย(เช่นพี่น้องของเราในอัฟกานิสถาน) พวกเราทุกคนต่างรู้ดีว่า ขณะนี้พวกเขากำลังสู้รบกับพวกคอมมิวนิสต์เผด็จการ(นี่แสดงว่า ชัยคฺได้ให้คำนะศีหะฮฺนี้ตั้งแต่สมัยเกิดการสู้รบครั้งแรกที่อัฟกานิสถานระหว่างชาวมุสลิมกับรัสเซีย) แต่น่าเศร้าใจมากที่พวกเขากลับแตกแยกกันเป็นกลุ่มต่างๆ สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะพวกเขาหันหลังให้กับคำสอนอิสลามบางประการ เช่น คำสอนที่ให้สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและให้ห่างไกลจากการแตกแยก ขัดแย้ง และพิพาทกัน และอายะฮฺที่ผ่านมานั้นอธิบายเรื่องนี้ได้ชัดเจนมากจริงๆ
وَلَا تَنَازَعُوا فَتَفْشَلُوا وَتَذْهَبَ رِيحُكُمْ

และจงอย่าขัดแย้งกัน จำทำให้พวกเจ้าย่อท้อ และทำให้ความเข้มแข็งของพวกเจ้าหมดไป (อัลอันฟาล 8 : 46)

ผมขอกล่าวว่า ความขัดแย้งและข้อพิพาทนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงในประเทศที่ห่างไกลจากเรา แต่ความขัดแย้งนั้นได้มาถึงเราชาวสะละฟีย์ และเราคิดว่าเราได้ยึดมั่นแล้วกับอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺที่เศาะฮีหฺ เราไม่ปฏิเสธความโปรดปรานที่อัลลอฮได้ประทานให้แก่เรา คือด้วยการมอบทางนำแก่เราให้มีเตาฮีดและปฏิบัติตามอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ ทว่าไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏมีอยู่ในอัสสุนนะฮฺกระนั้นหรือ การที่เราจะต้องไม่อิจฉาริษยากัน? เกลียดชังกัน? และเราจะต้องเป็นพี่น้องกันตามที่อัลลอฮได้สั่งใช้ไว้ในอัลกุรอานและท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เน้นย้ำไว้ในอัสสุนนะฮฺมิใช่หรือ?? ใช่แล้ว นี่คือสิ่งที่เราต่างรู้กันดีแล้ว แต่เรายังไม่ได้ปฏิบัติมันอย่างประจักษ์ชัด และหวังว่าเราจะสามารถปฏิบัติมัน พร้อมกับพยายามให้มันเกิดขึ้นเป็นจริงด้วยเถิด

และที่น่าเศร้ามากก็คือ การพิพาทและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากเรื่องที่เล็กน้อยมาก ฉะนั้นจำเป็นที่เราจะต้องวางไว้เบื้องหน้าดวงตาทั้งสองของเราซึ่งสิ่งที่ยุคสมัยใหม่เรียกว่า ขันติธรรม แต่ในนิยามที่คำสอนอิสลามอนุญาต เพราะคำว่าขันติธรรมนั้น บางครั้งก็ถูกขยายความนิยามจนกระทั่งเปิดโอกาสให้กับสิ่งที่ศาสนาไม่ได้รับรอง แต่ที่เราหมายถึง ณ ที่นี้ก็คือ ขันติธรรมในความหมายที่ถูกต้อง
คือ เมื่อเราพบเห็นคนๆหนึ่งที่ไม่ใช่ชาวสะละฟีย์ว่า เขามีทัศนะเฉพาะหรือมีอิจติฮาดที่เฉพาะหรือเราเห็นว่าเขากระทำสิ่งที่ผิด เราอย่าได้รีบต่อว่าเขา แล้วตัดสัมพันธ์กับเขา แต่ขอให้เราใช้วิธีการนะศีหะฮฺ เฉกเช่นที่เราได้เริ่มต้นคำนะศีหะฮฺนี้ด้วยหะดีษ “อัดดีนุน นะศีหะฮฺ-ศาสนาคือการตักเตือน”
เมื่อเรานะศีหะฮฺเขา แล้วเขาก็น้อมรับคำนะศีหะฮฺของเรา นี่แหล่ะที่เราคาดหวัง แต่หากเขาไม่รับคำนะศีหะฮฺ แล้วอะไรล่ะที่เราทำได้? ไม่มีทางอื่นสำหรับเรา เราไม่สามารถออกห่างและทำการฮัจรฺเขา แต่จงอยู่ร่วมกับเขาและนะศีหะฮฺเขาต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งเขากลับมาสู่หนทางที่ถูกต้อง
ในการสอนหลายๆครั้งของเราโดยเฉพาะเลย เราสังเกตเห็นว่ามีคนสองคนที่ทะเลาะกันในปัญหาใดปัญหาหนึ่ง แล้วต่างฝ่ายต่างก็ต้องการนำปัญหาที่ตนข้ดแย้งกันนั้นมาบอกตามผลประโยชน์ที่ตนต้องการ เขาไม่ได้อธิบายปัญหาตามที่ควรเป็น จนรู้ได้ว่าเขาถูกหรือผิด คือการพูดในสิ่งที่ได้กระทำไป เพื่อจะได้ไปสู่ความจริงความถูกต้องที่อัลลอฮได้สั่งใช้ ไม่ใช่เพื่อให้ฉันชนะ ฉันถูกต้อง และเขานั้นผิด
ดังนั้น จำเป็นที่เราจะต้องระลึกถึงอายะฮฺและหะดีษเศาะฮีหฺบางบทที่ผมคิดว่าไม่มีใครในหมู่พวกเราที่ไม่รู้(หรือไม่เคยได้ยิน) แต่ทว่าเรามิได้ทำให้มันเป็นที่ประจักษ์ในภาคปฏิบัติ ฉะนั้นผมจึงได้เตรียมอายะฮฺที่ประเสริฐ(ในกระดาษแผ่นหนึ่ง)ซึ่งอายะฮฺดังกล่าวนี้มีประโยชน์สำหรับเราในเรื่องที่เรากำลังพูดคุยกัน และหวังว่า ด้วยความประสงค์ของอัลลอฮ จะสามารถนำพาเรามาสู่ความร่วมมือเป็นแถวเดียวกัน และไม่มีใครในหมู่พวกเราที่ทำการฮัจรฺ(ตัดสัมพันธ์)พี่น้องของเขา หากแต่จะคอยนะศีหะฮฺเขาเรื่อยไปแทน
เราทุกคนรู้เกี่ยวกับดำรัสของอัลลอฮที่ว่า


إِنَّمَا الْمُؤْمِنُونَ إِخْوَةٌ فَأَصْلِحُوا بَيْنَ أَخَوَيْكُمْ وَاتَّقُوااللَّهَ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ

แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นพวกเจ้าจงไกล่เกลี่ยประนีประนอมกันระหว่างพี่น้องทั้งสองฝ่ายของพวกเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา (อัลหุญุร็อต 49 : 10)
ตักวา-ความยำเกรงที่ถูกกล่าวไว้ในอายะฮฺนี้นั้นครอบคลุมทุกการออกห่างจากสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนบัญชาของอัลลอฮและเราะสูลของพระองค์ และความยำเกรงนั้นยังหมายรวมถึงการปฏิบัติสิ่งที่อัลลอฮและเราะสูลของพระองค์ได้สั่งใช้ด้วย ซึ่งถือเป็นทางนำและรัศมี นอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นอีก นั่นคือสิ่งที่ถูกกล่าวไว้ก่อนคำสั่งให้ยำเกรงในอายะฮฺนี้ นั่นก็คือ  “ดังนั้นพวกเจ้าจงไกล่เกลี่ยประนีประนอมกันระหว่างพี่น้องทั้งสองฝ่ายของพวกเจ้า” คือ จงพยายามประนีประนอมระหว่างพี่น้องของพวกท่าน หากพบเห็นสัญญาณที่ชี้ว่าจะก่อให้เกิดความแตกแยก และความแตกแยกนี้มิใช่เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความแตกแยกในเรื่องอะกีดะฮฺเท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติต่างๆในศาสนาด้วย

นี่แหล่ะ(คือความหมายของ)อายะฮฺ


إِنَّمَا الْمُؤْمِنُونَ إِخْوَةٌ فَأَصْلِحُوا بَيْنَ أَخَوَيْكُمْ وَاتَّقُوااللَّهَ لَعَلَّكُمْ تُرْحَمُونَ

แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธานั้นเป็นพี่น้องกัน ดังนั้นพวกเจ้าจงไกล่เกลี่ยประนีประนอมกันระหว่างพี่น้องทั้งสองฝ่ายของพวกเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา (อัลหุญุร็อต 49 : 10)
ความเมตตาที่เราทุกคนต่างหวังจากอัลลอฮนั้น เราจะได้รับมาก็ด้วยกับความยำเกรงต่ออัลลอฮเท่านั้น และหนึ่งในรูปแบบของความยำเกรงนั้นก็คือ การประนีประนอมไกล่เกลี่ยกันระหว่างพี่น้องมุสลิมที่ขัดแย้งกัน

เฉกเช่นเดียวกับที่มีระบุในอัลกุรอานว่า

وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلَا تَفَرَّقُوا ۚ وَاذْكُرُوا نِعْمَتَ اللَّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ كُنتُمْ أَعْدَاءً فَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِكُمْ فَأَصْبَحْتُم بِنِعْمَتِهِ إِخْوَانًا وَكُنتُمْ عَلَىٰ شَفَا حُفْرَةٍ مِّنَ النَّارِ فَأَنقَذَكُم مِّنْهَا ۗ كَذَٰلِكَ يُبَيِّنُ اللَّهُ لَكُمْ آيَاتِهِ لَعَلَّكُمْ تَهْتَدُونَ

และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮโดยพร้อมกันทั้งหมด และจงอย่าแตกแยกกัน และจำรำลึกถึงความเมตตาของอัลลอฮที่มีแต่พวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรูกัน แล้วพระองค์ได้ทรงให้สนิทสนมกันระหว่างหัวใจของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกันด้วย ความเมตตาของพระองค์ และพวกเจ้าเคยปรากฏอยู่บนปากหลุมแห่งไฟนรก แล้วพระองค์ก็ทรงช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากปากหลุมแห่งนรกนั้น ในทำนองนั้นแหละ อัลลอฮจะทรงแจกแจงแก่พวกเจ้าซึ่งบรรดาโองการของพระองค์เพื่อว่าเพวกเจ้าจะได้รับแนวทางอันถูกต้อง (อาลิอิมรอน 3 : 103)
ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย อายะฮฺนี้ถูกประทานให้สำหรับบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม โดยตรง อัลลอฮทรงตรัสกับพวกเขาว่า และพวกเจ้าเคยปรากฏอยู่บนปากหลุมแห่งไฟนรก แล้วพระองค์ก็ทรงช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากปากหลุมแห่งนรกนั้น อัลลอฮทรงทำให้พวกเขาปลอดภัยอย่างไรหรือ?? แน่นอน…ก็ด้วยการส่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มายังพวกเขาพร้อมด้วยอัลกุรอานและด้วยคำอธิบาย(สุนนะฮฺ)ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม นั่นเอง
จงใคร่ครวญให้ดีเถอะ…. เราเองก็คือส่วนหนึ่งของอายะฮฺนี้ด้วยใช่ไหม? (หมายถึง อายะฮฺนี้กำลังพูดถึงเรา ไม่ใช่เฉพาะบรรดาเศาะหาบะฮฺ ใช่ไหม?) เราขอสรรเสริญอัลลอฮด้วยว่า เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของอายะฮฺอันประเสริฐนี้เช่นกัน คือท่อนกลางของอายะฮฺ ที่ว่า
وَاذْكُرُوا نِعْمَتَ اللَّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ كُنتُمْ أَعْدَاءً فَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِكُمْ فَأَصْبَحْتُم بِنِعْمَتِهِ إِخْوَانًا

และจำรำลึกถึงความเมตตาของอัลลอฮที่มีแต่พวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรูกัน แล้วพระองค์ได้ทรงให้สนิทสนมกันระหว่างหัวใจของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกันด้วย (อาลิอิมรอน 3 : 103)

ใครหรือที่ได้หลอมรวมหัวใจของพวกเราให้เป็นหนึ่ง? และชุมนุมพวกเราที่นั่นและที่นี่? สิ่งที่หลอมรวมเรานั้นคือการศรัทธาต่อหน้าที่ที่จะต้องกลับไปหาอัลกุรอานและอัสสุนนะฮฺ และตัดสินด้วยกับทั้งสองประการนี้นเมื่อพบเห็นสัญญาณต่างๆที่ชี้ว่าจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยก ดังพระดำรัสของอัลลอฮที่ท่านทั้งหลายรู้กันดีแล้ว

فَإِن تَنَازَعْتُمْ فِي شَيْءٍ فَرُدُّوهُ إِلَى اللَّهِ وَالرَّسُولِ إِن كُنتُمْ تُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ وَالْيَوْمِ الْآخِرِ ۚ ذَٰلِكَ خَيْرٌ وَأَحْسَنُ تَأْوِيلًا

แต่ถ้าพวกเจ้าขัดแย้งกันในสิ่งใด ก็จงนำสิ่งนั่นกลับไปยังอัลลอฮฺ และร่อซูล หากพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันปรโลก นั่นแหละเป็นสิ่งที่ดียิ่งและเป็นการกลับไปที่สวยยิ่ง (อันนิสาอ์ 3 : 59)

นี่คือความโปรดปรานที่อัลลอฮทรงประทานให้แก่เรา และพระองค์ทรงย้ำเตือนเราถึงความโปรดปรานนี้ด้วยดำรัสที่พระองค์ทรงตรัสกับเรา คือด้วยความครอบคลุมของอายะฮฺ คือดำรัสของอัลลอฮที่ว่า

وَاذْكُرُوا نِعْمَتَ اللَّهِ عَلَيْكُمْ إِذْ كُنتُمْ أَعْدَاءً فَأَلَّفَ بَيْنَ قُلُوبِكُمْ فَأَصْبَحْتُم بِنِعْمَتِهِ إِخْوَانًا وَكُنتُمْ عَلَىٰ شَفَا حُفْرَةٍ مِّنَ النَّارِ فَأَنقَذَكُم مِّنْهَا 

และจำรำลึกถึงความเมตตาของอัลลอฮที่มีแต่พวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าเป็นศัตรูกัน แล้วพระองค์ได้ทรงให้สนิทสนมกันระหว่างหัวใจของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็กลายเป็นพี่น้องกันด้วย ความเมตตาของพระองค์ และพวกเจ้าเคยปรากฏอยู่บนปากหลุมแห่งไฟนรก แล้วพระองค์ก็ทรงช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากปากหลุมแห่งนรกนั้น (อาลิอิมรอน 3 : 103)
เราเมื่อก่อนนั้นมีชีวิตเฉกเช่นชาวมุสลิมส่วนใหญ่ในปัจจุบัน(และพวกเขาคือชาวมุสลิม) แต่ส่วนมากของพวกเขานั้นสมควรกล่าวดำรัสของอัลลอฮให้ นั่นคืออายะฮฺ

وَمَا يُؤْمِنُ أَكْثَرُهُم بِاللَّهِ إِلَّا وَهُم مُّشْرِكُونَ

          และส่วนใหญ่ของพวกเขาจะไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ เว้นแต่พวกเขาเป็นผู้ตั้งภาคี (ยูสุฟ 12 : 106)
อัลหัมดุลิลลาฮ อัลลอฮทรงคุ้มครองเราจากการตั้งภาคี จากรูปแบบการตั้งภาคีทั้งปวง นี่คือความโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮทรงมอบให้แก่เรา แต่เราจะต้องทำให้ความโปรดปรานนี้สมบูรณ์ขึ้นจริงด้วยการสร้างความสามัคคีเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวและห่างไกลจากความขัดแย้งระหว่างกัน ดังที่พระองค์ได้สั่งใช้ไว้ในตอนต้นของอายะฮฺนี้ คือ
وَاعْتَصِمُوا بِحَبْلِ اللَّهِ جَمِيعًا وَلَا تَفَرَّقُوا

          และพวกเจ้าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮโดยพร้อมกันทั้งหมด และจงอย่าแตกแยกกัน (อาลิอิมรอน 3 : 103)
และหนึ่งในสาเหตุที่จะทำให้แถวและมุมมองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็คือ เมื่อพบเห็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้น อย่งที่ผมได้นำเสนอไปแล้ว เราก็จัดการมันด้วยการนะศีหะฮฺซึ่งกันและกันเพื่อดำเนินศาสนาของอัลลอฮ (ไม่ใช่ด้วยการฮัจรฺ-ตัดสัมพันธ์กัน)
แต่การนะศีหะฮฺนี้จำเป็นจะต้องถูกกระทำตามที่พระองค์ได้ทรงสั่งใช้เอาไว้ คือ


ادْعُ إِلَىٰ سَبِيلِ رَبِّكَ بِالْحِكْمَةِ وَالْمَوْعِظَةِ الْحَسَنَةِ ۖ وَجَادِلْهُم بِالَّتِي هِيَ أَحْسَنُ ۚ إِنَّ رَبَّكَ هُوَ أَعْلَمُ بِمَن ضَلَّ عَن سَبِيلِهِ ۖ وَهُوَ أَعْلَمُ بِالْمُهْتَدِينَ

จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าโดยสุขุม และการตักเตือนที่ดี และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้นพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่อยู่ในทางที่ถูกต้อง (อันนะหฺลุ 16 : 125)

เราอ่านอายะฮฺนี้บ่อยครั้งในอัลกุรอาน แต่น่าเศร้าที่เรามักจะไม่ได้ปฏิบัติมัน และไม่ได้เชิญชวนพี่น้องของเราที่มีมุมมองและแนวทางสะละฟีย์(เพื่อให้ปฏิบัติอายะฮฺนี้) และกับพี่น้องของเราที่ไม่ใช่สะละฟีย์นั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่ เราไม่ค่อยได้ใช้วิธีการนี้ที่อัลลอฮได้ทรงบัญชาใช้

ดำรัสของอัลลอฮที่ว่า “และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า” สิ่งนี้เรียกร้องสิ่งที่ผมเพิ่งอธิอบายไป คือเรียกร้องให้มีขันติธรรม และขันติธรรมนี้เรียกร้องจากเรา 2 ประการ….

ติดตามตอนต่อไป….

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: