RSS

ความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการฮัจรฺต่ออะฮฺลุลบิดอะฮฺ (ตอนที่ 5)

25 ม.ค.

wrong-way-sign-medium_3731515838-500x265
ความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการฮัจรฺต่ออะฮฺลุลบิดอะฮฺ
(ตอนที่ 5 : ตัวอย่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับคิลาฟอิจติฮาดียะฮฺระหว่างบรรดาอุละมาอ์ในเรื่องการตัดสินผู้คน)
เขียนโดย อุสตาซ อบูอับดุลมุหฺสิน ฟีรันดา อันดิรญา อาบิดีน
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

บรรดาอุละมาอ์มีความเห็นที่ขัดแย้งกันในประเด็นปัญหาต่างๆของศาสนา และบางครั้งพวกเขาก็ขัดแย้งกันเกี่ยวกับตัดสินใครคนใดคนหนึ่งด้วย คนๆนี้เป็นมุบตะดิอฺหรือไม่? หรือมีสิทธิรับรายงานจากคนๆนี้หรือเปล่า? ใครก็ตามแม้มีความรู้เพียงน้อยนิดเกี่ยวกับอัลญัหรฺ วัตตะอ์ดีล เขาก็จะพบความขัดแย้งมากมายในหมู่อะฮฺลุลหะดีษเกี่ยวกับการตัดสินบรรดานักรายหะดีษ และมันมากมายจริงๆ….

เช่นเดียวกับในยุคนี้ ปรากฏชัดว่าบรรดาอุละมาอ์บางส่วนก็มีความขัดแย้งกันเรื่องการตัดสินคนบางคนว่า เขาเป็นมุบตะดิอฺหรือไม่ ต่อไปนี้ผมจะนำเสนอความขัดแย้งส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้น

หนึ่ง : ความขัดแย้งระหว่างชัยคฺอัลอัลบานีย์กับชัยคฺมุกบิลในเรื่องการตัดสินชัยคฺมุหัมมัด เราะชีด ริฎอ เราะหิมะฮุมุลลอฮ

ชัยคฺมุกบิลบอกว่า ชัยคฺมุหัมมัด เราะชีด ริฎอ อยู่บนความหลงผิด ดังที่ท่านได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่านชื่อ “อัศเศาะฮีหฺ อัลมุสนัด มิน ดะลาอินีน นุบุววะฮฺ” (หน้าที่ 10)  และคำอธิบายที่ยืดยาวของท่านในหนังสือ “รุดูด อะฮฺลิลอิลมิ อะลา อัฏเฏาะอฺอินิน ฟี หะดีษ อัสสิหรฺ วะบะยานิ บุดอิ มุหัมมัด เราะชีด ริฎอ อะนิส สะละฟียะฮฺ” (แปลว่า การตอบโต้ของบรรดาอุละมาอ์ต่อคนที่ต่อว่าหะดีษเกี่ยวกับไสยศาสตร์ และคำอธิบายเกี่ยวกับความห่างไกลของมุหัมมัด เราะชีด ริฎอ จากความเป็นสะละฟีย์)
ชัยคฺอัลอัลบานีย์ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของชัยคฺมุกบิล และท่านได้แสดงความเห็นต่อคำพูดของชัยคฺมุกบิล โดยกล่าวว่า “…ฉันรู้สึกว่านี่คือการอธิบายที่กว้างเกินไปซึ่งไม่ถูกที่ของมันคือ ในการเกี่ยวลักษณะหลงผิด(เฎาะลาล)ต่อคนเช่นนี้(คือชัยคฺมุหัมมัด เราะชีด ริฎอ)ที่ตามความเชื่อมั่นของฉันแล้ว เขามีบุญคุญต่อชาวสุนนะฮฺจำนวนมากในยุคนี้(ดูสิท่านผู้อ่านทั้งหลาย ดูการมุวาซะนะฮฺของชัยคฺอัลอัลบานีย์)คือเป็นเพราะท่านได้เผยแพร่สุนนะฮฺและเชิญชวนไปสู่สุนนะฮฺในวารสาร “อัลมะนาร” ที่เลื่องลือของท่าน อีกทั้งอิทธิพลของมันยังแผ่กระจายไปยังประเทศมุสลิมที่ไม่ใช่อาหรับต่างๆมากมาย ดังนั้นฉันเห็นว่า คำพูดนี้คือคำพูดที่เลวเถิด(ฆุลุวฺ) ที่แท้จริงแล้วไม่ควรออกมาจากคนมุกบิลพี่น้องของเรา”
แม้กระนั้นก็ตาม

تُرِيْدُ صَدِيْقًا لاَ عَيْبَ فِيْهِ      وَهَلِ الْعُوْدُ يَفُوحُ بِلاَ دُخَانٍ

ท่านต้องการเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่มีข้อบกพร่องใดเลยๆ มีด้วยหรือต้นกฤษณาที่ส่งกลิ่นหอมโดยไม่พ่นควันออกมา? (สิลสิละฮฺ อัลฮุดา วันนูร เทปหมายเลขที่ 32)

แต่ทว่า กระนั้นก็ตามชัยคฺอัลอัลบานีย์เองยังบอกว่า ประเด็นปัญหานี้คือเรื่องอิจติฮาดียะฮฺ (สิลสิละฮฺ อัลฮุดา วันนูร เทปหมายเลขที่ 32)
ท่าทีเห็นแย้งของชัยคฺอัลอัลบานีย์ต่อชัยคฺมุกบิลนั้นแน่นอนว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงความรักของท่านต่อชัยคฺมุกบิลแต่อย่างใด ในการบรรยายครั้งหนึ่ง ท่านยกย่องชมเชยชัยคฺมุกบิล อีกทั้งยังปกป้องชัยคฺมุกบิลด้วยการตอบโต้บุคคลที่ต่อว่าด่าทอชัยคฺมุกบิลอีกด้วย(สิลสิละฮฺ อัลฮุดา วันนูร เทปหมายเลขที่ 851) ส่วนคำยกย่องสรรเสริญของชัยคฺมุกบิลที่มีให้ชัยคฺอัลอัลบานีย์นั้นมีมากมาย ขออัลลอฮทรงเมตตาท่านทั้งสองด้วยความเมตตาที่กว้างขวาง ในฐานะที่ท่านสองเป็นแบบอย่างของการยกย่องชมเชยกันและกัน เชิญฟังได้ในสิลสิละฮฺ อัลฮุดา วันนูร เทปหมายเลขที่ 850

สอง : ความขัดแย้งระหว่างชัยคฺมุกบิลกับบรรดาชัยคฺอาวุโสทั้งหลายในเรื่องการตัดสินท่านอบูหะนีฟะฮฺ เราะหิมะฮุมุลลอฮ
ในเรื่องนี้ชัยคฺมุกบิลขัดแย้งกับบรรดาชัยคฺสะละฟีย์แทบทั้งหมดเลย เช่น ชัยคฺอัลอัลบานีย์(ดู มุนาเกาะชะฮฺชัยคฺอัลอัลบานีย์ต่อหลักฐานที่ระบุโดยชัยคฺมุกบิล ในสิลสิละฮฺ อัลฮุดา วันนูร เทปหมายเลขที่ 56) , ชัยคฺอิบนุบาซ , ชัยคฺอิบนุอัลอุษัยมีน , ชัยคฺศอลิหฺ อัลเฟาซาน , ชัยคฺอับดุลอะซีซ อาลุชัยคฺ , ชัยคฺศอลิหฺ อาลุชัยคฺ และชัยคฺท่านอื่นๆ จนกระทั่งบัดนี้ผู้เขียนยังไม่พบว่ามีอุละมาอ์ท่านใดแม้แต่คนเดียวที่สนับสนุนชัยคฺมุกบิลในประเด็นท่านอบูหะนีฟะฮฺเลย วัลลอฮุอะอฺลัม บรรดาชัยคฺอะฮฺลุสสุนนะฮฺแทบทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอิมามอบูหะนีฟะฮฺคือหนึ่งในบรรดาอิมามอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ ดังนั้นมัซฮับของท่านจึงเป็นมัซฮับที่ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่อดีต แต่ชัยคฺมุกบิลไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ (ดู หนังสือของท่านชื่อ นัชรฺ อัศเศาะหีฟะฮฺ ฟี ซิกริศ เศาะฮีหฺ มิน อักวาล อะอิมมะติล ญัรหฺ วัตตะอ์ดีล ฟี อบีหะนีฟะฮฺ)
ชัยคฺอิบนุอุษัยมีนเคยถูกถามว่า “ชัยคฺที่เคารพ เราคือพี่น้องของท่านชาวอินโดนีเซีย เรารักท่านเพื่ออัลลอฮ เรายึดตามข่าวคราวเกี่ยวกับท่านและฟัตวาต่างๆของท่านด้วย อีกทั้งเราได้รับประโยชน์มากมายจากความรู้ของท่านผ่านหนังสือและเทปบรรยายทั้งหลายของท่าน ในโอกาสนี้เราขอฟัตวาจากท่านเกี่ยวกับข้อเขียนหนึ่งที่เขียนโดยดาอีย์คนหนึ่งในวารสารฉบับหนึ่งที่ประเทศอินโดนีเซียซึ่งมีชื่อว่า “วารสารสะละฟีย์” (ฉบับหมายเลขที่ 20 ปีฮิจเราะฮฺที่ 1418/คริสต์ศักราช 1997 และฉบับหมายเลขที่ 29 ปีคริสต์ศักราช 1999) ดาอีย์คนนั้นกล่าวว่า “อะฮฺลุรเราะอฺยุคือพวกที่ชอบใช้ความคิดสติปัญญาโดยแสดงหลักฐานด้วยการกิยาสมากกว่าด้วยอัลกุรอานและอัลหะดีษ ผู้นำของพวกเขาคืออบูหะนีฟะฮฺ อันนุอฺมาน บินษาบิต…”” และต่อๆไปนั้นสามารถกลับไปดูได้ในกิตาบุลอิลมี หน้าที่ 304-305
ชัยคฺตอบว่า “ท่าทีที่ถูกต้องต่อบรรดาอิมามที่มีบรรดาผู้ติดตามที่มีผู้เป็นพยานยืนยันในความเที่ยงธรรมและการยืนหยัดมั่นคงในศาสนาของพวกเขาคือ เราจะไม่โจมตีพวกเขาและเราเชื่อมั่นว่าความผิดพลาดที่เกิดจากพวกเขาอันเป็นผลจากการอิจติฮาดของพวกเขา มุจตะฮิดคนหนึ่งของอุมมะฮฺนี้ย่อมได้รับผลบุญแน่นอน หากการอิจติฮาดของเขาถูกต้อง เขาจะได้รับ 2 ผลบุญ และหากผิดพลาด ก็จะได้รับ 1 ผลบุญ และความผิดพลาดของเขานั้นได้รับการให้อภัย
และอบูหะนีฟะฮฺ(เราะหิมะฮุลลอฮ)นั้นเหมือนกับบรรดาอิมามคนอื่นๆซึ่งมีทั้งความผิดพลาดและความถูกต้อง(นี่คือการมุวาซะนะฮฺของชัยคฺอิบนุอุษัยมีนในการหุกุ่ม) ไม่มีใครมะอฺศูมนอกจากท่านเราะสูลุลลอฮ ดังคำพูดของอิมามมาลิกที่ว่า “ทุกคนนั้นความเห็นของเขาถูกตอบรับและถูกทิ้งไปนอกจากเจ้าของกุบูรนี้” และท่านก็ชี้ไปยังกุบูรของท่านเราะสูลุลลอฮ
ที่จำเป็นคือ การหักห้ามตนเองจาก(การตำหนิด่าทอ)บรรดาอิมามของชาวมุสลิม แต่ความเห็นหนึ่งนั้นหากเป็นความเห็นที่ผิด ความเห็นนั้นก็ควรถูกกล่าวถึงโดยไม่มีการตำหนิผู้กล่าวความเห็นนั้น คนๆหนึ่งควรกล่าวถึงความคิดเห็นที่ผิดพลาดนั้น แล้วหักล้างมัน นี่คือแนวทางที่ปลอดภัย” (ดู กิตาบุล อิลมี หน้าที่ 304-306)
เป็นที่ชัดเจนว่า ชัยคฺมุกบิลสวนทางกับบรรดาอุละมาอ์สะละฟีย์ส่วนใหญ่ในเรื่องการตัดสินท่านอบูหะนีฟะฮฺ แต่ก็หากได้เกิดความวุ่นวายใดๆระหว่างชัยคฺมุกบิลกับบรรดาอุละมาอ์เหล่านั้นไม่

สาม : ความขัดแย้งระหว่างชัยคฺ ดร.มุหัมมัด บินฮาดีย์ กับศาสตราจารย์ ชัยคฺ ดร.อับดุรร็อซซาก บินอับดุลมุหฺสิน อัลอับบาด ในประเด็นปัญหาเรื่องมูลนิธิอิหฺยาอ์ อัตตุร็อษ
ชัยคฺ มุหัมมัด บินฮาดีย์ คิดว่ามูลนิธิอัตตุร็อษของคูเวตนั้น คือมูลนิธิฮิซบิยยะฮฺและท่านได้ตะหฺซีรมูลนิธินี้ ส่วนชัยคฺอับดุรร็อซซากนั้นท่านมีปฏิสัมพันธ์กับมูลนิธิดังกล่าว แล้วชัยคฺมุหัมมัด บินฮาดีย์ ทำอย่างไรบ้างกับชัยคฺอับดุรร็อซซาก? พวกเขาตัดความสัมพันธ์และไม่สลามให้แก่กันไหม? กลับกันเลย เมื่อพบเจอกันพวกเขาต่างสวมกอดกันและกัน นี่ชี้ให้เห็นถึงความรักและความเข้าใจกันดีระหว่างทั้งสอง แต่กระนั้น ชัยคฺมุหัมมัดก็มีความเห็นว่าชัยคฺอับดุรร็อซซากได้กระทำความผิด แต่ท่านพูดว่าอย่างไรล่ะ? ท่านกล่าวว่า “ผมและชัยคฺอับดุรร็อซซากเสมือนหนึ่งเป็นมือเดียว เป็นนิ้วเดียวด้วยซ้ำไป” (นักศึกษามหาวิทยาลัยอิสลามมะดีนะฮฺได้ยินคำพูดนี้ของท่าน หนึ่งในนั้นคือตัวผู้เขียนเอง ที่บ้านของท่านในปีคริสตศักราช 2004) นอกจากนี้ช่วงฮัจญ์ปีนี้(หมายถึง ปีฮิจเราะฮฺที่ 1431) อัลหัมดุลิลลาฮ อัลลอฮได้อำนวยโอกาสให้ผู้เขียนได้ค้างคืนที่มัรกัซแห่งหนึ่งพร้อมกับบรรดาชัยคฺทุกคนจากเมืองมะดีนะฮฺที่มาทำฮัจญ์ เช่นเดียวกับบรรดาชัยคฺจากเมืองอื่นๆด้วย และในช่วงเวลาศุบหฺ เมื่อเข้าเวลาละหมาดศุบหฺแล้ว ชัยคฺมุหัมมัด บินฮาดีย์ก็ได้เรียกชื่อชัยคฺอับดุรร็อซซาก โดยขอให้ท่านเป็นอิมามนำทุกคนที่นั่นละหมาดศุบหฺ แล้วชัยคฺอับดุรร็อซซากก็ขึ้นมาเพื่อเป็นอิมาม และชัยคฺมุหัมมัด บินฮาดีย์ก็รีบเตรียมพร้อมและจัดเตรียมผ้าสะญะดะฮฺให้กับชัยคฺอับดุรร็อซซาก
ยังมีตัวอย่างอื่นๆอีกมากมาย แต่เพียงพอแล้วที่สิ่งที่เราเอ่ยไปจะเป็นบทเรียน เมื่อสองคนขัดแย้งกันต่างเข้าใจกันและกันว่าทั้งคู่ต่างก็มุ่งหวังในสุนนะฮฺ ต่างฝ่ายต่างปรารถนาในสัจธรรมความถูกต้อง ปัญหาก็จะเบาหวิว ชัยคฺอิบนุอุษัยมีน เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “ช่างสวยงามเหลือเกินคำพูดของผู้รู้คนหนึ่งต่อคนที่ขัดแย้งกับเขาในเรื่องที่อนุญาตให้อิจติฮาดได้ว่า ‘ตัวท่านด้วยกับการเห็นแย้งของท่านต่อฉันนั้น แท้จริงได้เห็นพ้องกันกับฉันคือ เราทั้งสองต่างก็มองว่าจำเป็นต้องยึดตามอิจติฮาดที่ถูกต้องในปัญหาที่ยังคงอนุญาตให้มีการอิจติฮาดได้’” (มัจญ์มูอฺ ฟะตาวา 14/189)
และช่างงดงามเหลือเกินกับคำพูดของชัยคฺอัลอัลบานีย์ที่ว่า ความขัดแย้งระหว่างเรานั้นคือ การรวมกันและไม่แตกแยก ต่างกับความขัดแย้งของคนอื่นๆ ทุกๆคนสามารถเอ่ยกล่าวความเห็นของเขาได้ ไม่มีสิ่งกีดขวาง ตราบใดที่ยังอยู่ในกรอบมารยาท ไม่มีการต่อว่า ด่าทอ และอื่นๆ

وَلِكُلٍّ وِجْهَةٌ هُوَ مُوَلِّيهَا فَاسْتَبِقُواْ الْخَيْرَاتِ

            และสำหรับแต่ละประชาชาตินั้นต่างก็มีทิศทางหนึ่งซึ่งประชาชาตินั้นผินไปสู่ ดังนั้นพวกเจ้าจงแข่งขัยในความดีทั้งหลายเถิด (อัลบะเกาะเราะฮฺ 2 : 148) (สิลสิละฮฺ อัลฮุดา วันนูร เทปหมายเลขที่ 880 ตอนที่ชัยคฺอัลอัลบานีย์เล่าถึงความขัดแย้งระหว่างท่านกับชัยคฺสินดี ปากิสตานีย์)

สี่ : ความขัดแย้งระหว่างชัยคฺเราะบีอฺกับบรรดาชัยคฺทั้งหลายเกี่ยวกับการหุกุ่มชัยคฺอัลมัฆเราะวีย์
เป็นที่แพร่หลายกันไปทั่วว่า ชัยคฺเราะบีอฺบอกว่า ชัยคฺอัลมัฆเราะวีย์คือมุบตะดิอฺ แต่คำกล่าวนี้ของท่านถูกบรรดาอุละมาอ์จำนวนมากเห็นแย้ง เพราะมีบรรดาอุละมาอ์อาวุโส(กิบารอุละมาอ์)หลายคนที่ให้การรับรอง(ตัซกียะฮฺ)ชัยคฺอัลมัฆเราะวีย์ ส่วนหนึ่งคือ ชัยคฺอิบนุบาซ (ดู http://www.maghrawi.net/?taraf=nabda) , ชัยคฺอัลอุษัยมีน , ชัยคฺมุกบิล อัลวาดิอีย์ เราะหิมะฮุมุลลอฮ (ดู http://mountada.darcoran.org/index.php?showtopic=22820) , ชัยคฺอับดุลมุหฺสิน อัลอับบาด (ดูในบทนำหนังสือ ริฟก็อน อะฮฺลัสสุนนะฮฺ บิอะฮฺลิสสุนนะฮฺ) , ชัยคฺอับดุลกะรีม อัลคุฎ็อยรฺ (ดู http://www.kulalsalafiyeen.com/vb/showthread.php?t=2935) , ชัยคฺอลี หะสัน อัลหะละบีย์ (ดู http://nor3alanor.com/vb/showthread.php?t=1069) และบรรดาชัยคฺท่านอื่นๆ

การมุวาซะนะฮฺของชัยคฺอับดุลมุหฺสิน อัลอับบาด หะฟิเซาะฮุลลอฮ (ใคร่ครวญหลักอัลญัรหฺ อัลมุฟัสสัร มุก็อดดัม อะลา อัตตะอฺดีล อัลมุบฮัม)
บ่อยครั้งไปที่ผู้เขียนเอ่ยเตือนกับพี่น้องบางคนที่ขยันขันแข็งในการตับดีอฺพี่น้องชาวสะละฟีย์เหมือนกับเขาหรือติดฉลากพวกเขาว่าเป็นสุรูรีย์ เนื่องจากใช้คำพูดของอุละมาอ์บางส่วนเป็นหลักฐาน ผมบอกกับพวกเขาว่า อุละมาอ์ที่ทำการตับดีอฺและตะหฺซีรนั้นถูกบรรดาอุละมาอ์คนอื่นๆคัดค้านแล้ว และเป็นไปได้ว่าอาจจะอาลิมกว่าด้วยซ้ำไป พวกเขาตอบกลับมาว่า บรรดาอุละมาอ์ที่ให้การรับรองไม่รู้ความผิดต่างๆของพวกเขา และบรรดาอุละมาอ์ที่ทำการตับดีอฺนั้นรู้ในความผิดและบิดอะฮฺของพวกเขา และด้วยเหตุนี้เราจึงยึดตามบรรดาอุละมาอ์ที่ทำการตับดีอฺ เพราะสอดคล้องกับหลักอัลญัรหฺ มุฟัสสัร มุก็อดดัม อะลา อัตตะอฺดีล อัลมุบฮัม(หมายถึง การตำหนิที่ชัดเจนและมีรายละเอียดนั้นมาก่อนการให้การรับรองยอมรับที่คลุมเครือ โดยรวม หรือไม่ชัดเจน)บางครั้งพวกเขาก็พูดว่า หากบรรดาอุละมาอ์ที่ให้การรับรองดังกล่าวรู้ถึงบิดอะฮฺและความหลงผิดของพวกเขา แน่นอนบรรดาอุละมาอ์เหล่านั้นต้องตะหฺซีรพวกเขาเป็นแน่

ดังนั้นในโอกาสนี้ผมอยากจะเชิญชวนท่านผู้อ่านท้งหลายพิจารณาการบังคับใช้หลักการนี้ ก่อนอื่นใดนั้นผมขอให้ท่านผู้อ่านย้อนกลับไปอ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับการมุวาซะนะฮฺ เชิญอ่านที่ http://www.firanda.com/index.php/artikel/manhaj/94-muwaazanah-suatu-yang-merupakan-keharusan-iya-dalam-menghukumi-seseorang-bukan-dalam-mentahdzir- (บทความนี้ผม-ผู้แปล-ได้แปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อย เชิญอ่านได้ที่https://bushrohouse.wordpress.com/2014/06/17/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%AE%E0%B8%BA-%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95/ )

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การมุวาซะนะฮฺของชัยคฺอับดุลมุหฺสิน อัลอับบาด ต่ออะฮฺลุสสุนนะฮฺด้วยกัน ในการหุกุ่มชัยคฺบางคนที่เป็นชัยคฺอะฮฺลุสสุนนะฮฺ อีกทั้งท่านยังยกย่องพวกเขาด้วย แม้ว่าบรรดาชัยคฺเหล่านั้นจะถูกอุละมาอ์คนอื่นๆตะหฺซีรหรือถูกตัดสินว่าเป็นมุบตะดิอฺก็ตาม (ดู บทนำสาร ริฟก็อน อะฮฺลัสสุนนะฮฺฯ)

มี 3 เรื่องที่ควรตั้งข้อสังเกตไว้ คือ

  1. การมุวาซะนะฮฺดังกล่าวที่กระทำโดยชัยคฺอับดุลมุหฺสินนั้น ไม่ใช่กระทำกับกลุ่ม(ญะมาอะฮฺ)ที่ได้เบี่ยงเบนออกจากแนวทางของอะฮฺลุสสุนนะฮฺอย่างชัดเจนแล้ว ทว่ากระทำกับอะฮฺลุสสุนนะฮฺด้วยกัน ด้วยเหตุนี้ สารของท่านจึงมีชื่อว่า “ริฟก็อน อะฮฺลัสสุนนะฮฺ บิอะฮฺลิสสุนนะฮฺ” (แปลว่า นุ่มนวลต่อกันเถิด โอ้อะฮฺลุสสุนนะฮฺต่ออะฮฺลุสสุนนะฮฺ)
  2. การมุวาซะนะฮฺที่กระทำโดยชัยคฺอับดุลมุหฺสินนั้น คือกระทำในเรื่องการตัดสิน(หุกุ่ม)
  3. ชัยคฺเขียนสารนี้เพื่อตักเตือนชัยคฺบางท่านที่มีท่าทีแข็งกร้าวต่อบรรดาชัยคฺอะฮฺลุสสุนนะฮฺคนอื่น

บรรดาชัยคฺส่วนหนึ่งที่ถูกชัยคฺเราะบีอฺหุกุ่มว่าเป็นมุบตะดิอฺและถูกตะหฺซีรนั้นคือ ชัยคฺอัลมัฆเราะวีย์ , ชัยคฺอลี หะสัน อัลหะละบีย์ (ดู http://bayenahsalaf.com/vb/showthread.php?t=7881) , ชัยคฺอัลอีด ชะริฟีย์ อัลญะซาอิรีย์ แต่ชัยคฺทั้งสามดังกล่าวนั้นได้รับการปกป้องและการรับรองจากชัยคฺอับดุลมุหฺสิน อัลอับบาด ในบทนำสารริฟก็อน อะฮฺลัสสุนนะฮฺฯ ของท่าน

ครั้นที่ชัยคฺอับดุลมุหฺสินปกป้องพวกเขานั้น มิได้หมายความว่าชัยคฺไม่รับรู้ขอกล้าวหาต่างๆที่โหมกระหน่ำใส่ชัยคฺทั้งสามข้างต้น ข้อกล่าวหาต่างๆนั้นเป็นที่แพร่หลายและท่านรับรู้ดี และท่านเขียนคำรับรองแก่ชัยคฺทั้งสามภายหลังที่ได้รับรู้ความผิดต่างๆที่ถูกกล่าวหาใส่บรรดาชัยคฺเหล่านี้

ชัยคฺอับดุลมุหฺสิน อัลอับบาด กล่าวว่า

وأوصي أيضا أن يستفيد طلاب العلم في كل بلد من المشتغلين بالعلم من أهل السنة في ذلك البلد , مثل تلاميذ الشيخ الألباني رحمه الله في الأردن , الذين أسسوا بعده مركزا باسمه , ومثل الشيخ محمد المغراوي  في المغرب , والشيخ محمد علي فركوس والشيخ العيد شريفي في الجزائر , وغيرهم من أهل السنة , ومن النصح لأهل السنة أن من أخطأ منهم ينبه على خطئه ولا يتابع عليه , ولا يتبرأ منه بسبب ذلك , ويستفاد منه , لا سيما إذا لم يوجد من هو أولى منه في العلم والفضل .

“และผมขอสั่งเสียแก่บรรดาผู้แสวงหาความรู้ในทุกๆประเทศให้รับประโยชน์(เรียนรู้)จากชาวสุนนะฮฺง่วนอยู่กับความรู้ในประเทศดังกล่าว เฉกเช่นเหล่าสานุศิษย์ของชัยคฺอัลอัลบานีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ ที่ประเทศจอร์แดน(ซึ่งในนั้นคือ ชัยคฺอลี หะสัน อัลหะละบีย์) ซึ่งได้ก่อตั้งมัรกัซหนึ่งโดยใช้ชื่อของท่าน(ชัยคฺอัลอัลบานีย์)ภายหลังการเสียชีวิตของท่าน และเช่นเดียวกับชัยคฺมุหัมมัด อัลมัฆเราะวีย์ ที่โมร็อกโค , ชัยคฺมุหัมมัด อลี ฟัรกูส , ชัยคฺอัลอีด ชะรีฟีย์ ที่แอลจีเรีย และชัยคฺอะฮฺลุสสุนนะฮฺคนอื่นๆ และหนึ่งในคำนะศีหะฮฺแด่อะฮฺลุสสุนนะฮฺคือ ใครก็ตามที่ผิดพลาดในหมู่พวกเขา ความผิดของเขาได้รับการเตือน แต่ไม่ติดตาม(ปฏิบัติตามและขุดคุ้ยหาความผิด) และไม่กระทำการบะรออ์(หลีกห่างหรือตัดข้อผูกพัน)ต่อเขาเนื่องจากเหตุดังกล่าว และยังคงรับประโยชน์จาก(ความรู้ของ)เขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีใครอื่นที่มีความรู้และมีเกียรติมากกว่าเขา”

وأوصي أن يحذر الشباب من الاشتغال بتتبع عثرات طلاب العلم وتتبع مواقع الانترنت التي تعنى بجمع عثراتهم والتحذير منهم بسببها , وقد أخطأ الشيخ محمد بن سليمان الأشقر خطأ فادحا في النيل من الصحابي أبي بكرة رضي الله عنه ومروياته , واهتمامه بمسألة ولاية المرأة , وفي كونها تشارك في تولية غيرها , ورددت عليه في رسالة بعنوان : ((الدفاع عن الصحابي أبي بكرة ومروياته , والاستدلال لمنع ولاية النساء على الرجال )) , وأنا أحذر من زلته الشنيعة , لا أحذر من كتاباته المفيدة , وفي رجال الصحيحين وغيرهما رواة وصفوا ببدعة قبلت رواياتهم  مع تنبيه أهل العلم على تلك البدع للحذر منها.

“และผมขอสั่งเสียให้คนหนุ่มสาวทั้งหลายระแวดระวังอย่าได้หมกมุ่นอยู่กับการขุดคุ้ยเสาะหาความผิดพลาดต่างๆของบรรดาผู้แสวงหาความรู้ และไม่ติดตามเว็บไซต์ต่างๆในอินเตอร์เน็ตที่สนใจแต่การรวบรวมความผิดพลาดของพวกเขาและตะหฺซีรจากพวกเขาเนื่องด้วยความผิดพลาดดังกล่าว ชัยคฺมุหัมมัด บินสุลัยมาน อัลอัชก็อร ได้พลั้งพลาดไปโดยที่ท่านได้ตำหนิเศาะหาบะฮฺท่านหนึ่งชื่อ อบูบักเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ และรายงานต่างๆของเขา ตลอดจนความสนใจของชัยคฺอัลอัชก็อรต่อการเป็นผู้นำของสตรีและการมีส่วนร่วมของสตรีในการเป็นผู้นำ(การปกครอง) และผมได้โต้แย้งเขาแล้วในสารฉบับหนึ่งชื่อว่า “ปกป้องอบูบักเราะฮฺและรายงานของเขา และหลักฐานห้ามสตรีเป็นผู้นำบุรุษ” และผมได้ตะหฺซีรจากความผิดที่รุนแรงนี้ของเขาแล้ว แต่ทว่าผมไม่ได้ตะหฺซีรหนังสือที่มีประโยชน์ของเขา มีนักรายงานในหนังสือเศาะฮีหฺอัลบุคอรีย์และเศาะฮีหฺมุสลิมและอื่นจากทั้งสองที่นักรายงานเหล่านั้นถูกให้สถานะด้วยบิดอะฮฺ(คือถูกหุกุ่มว่าเป็นมุบตะดิอฺ-ผู้แปล) แต่รายงานของพวกเขาถูกยอมรับ พร้อมกับคำเตือนของบรรดาอุละมาอ์ต่อบิดอะฮฺนั้นเพื่อจะได้ห่างไกล” (บทนำสาร ริฟก็อน อะฮฺลัสสุนนะฮฺ บิอะฮฺลิสสุนนะฮฺ)
ท่านผู้อ่านที่เคารพ เป็นที่ชัดเจนว่าชัยคฺอับดุลมุหฺสินนั้นได้ทำการมุวาซะนะฮฺในการตัดสินคนๆหนึ่ง การมุวาซะนะฮฺนั้นไม่ใช่ในการตะหฺซีร แต่สำหรับในการตัดสิน ดังนั้นท่านจึงปกป้องชัยคฺอลี หะสัน , ชัยคฺอัลมัฆเราะวีย์ , ชัยคฺอัลอีด ชะรีฟีย์ แม้ว่าท่านจะรู้ความผิดพลาดต่างๆที่ถูกใส่ความยังพวกเขา เนื่องจากระลึกถึงความดีงาม การเสียสละ และบุญคุณที่ใหญ่หลวง ตลอดจนตำรับตำราทางวิชาการมากมายที่ทั้งสามได้ผลิตออกมาเพื่อเผยแผ่งานดะอฺวะฮฺสะละฟีย์ในประเทศของพวกเขา

เมื่อเราเข้าใจเรื่องนี้แล้ว หลัก อัลญัรหฺ มุฟัสสัร มุก็อดดัม อะลา อัตตะอฺดีล อัลมุบฮัม(การตำหนิที่ชัดเจนและมีรายละเอียดนั้นมาก่อนการให้การรับรองยอมรับที่คลุมเครือ โดยรวม หรือไม่ชัดเจน) ที่มักจะถูกใช้เป็นข้ออ้างและโล่กำบังเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการตะหฺซีรและตับดีอฺที่มั่วซั่วนั้นก็ไม่อาจใช้ได้ในเรื่องนี้ และพึงจำไว้ว่าความผิดพลาดหรือข้อตำหนิ(อัลญัรหฺ)ที่ถูกกล่าวหานั้น ฝ่ายที่ให้การรับรอง(ตัซกียะฮฺ)รับทราบดี เพียงแต่พวกเขาไม่เห็นด้วยในการตัดสินว่าเป็นมุบตะดิอฺ

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เช่นเดียวกับสถานภาพของมูลนิธิเพื่อสังคมในคูเวตที่ได้รับการรับรองจากชัยคฺอัลดุลมุหฺสิน (และบรรดาชัยคฺคนอื่นๆ)
อย่าว่าแต่มูลนิธิเพื่อสังคมดังกล่าวที่บรรดาอุละมาอ์มีความขัดแย้งกันว่า เป็นมูลนิธิสุนนะฮฺหรือบิดอะฮฺเลย ที่ร้ายแรงชัดเจนกว่ามูลนิธิเพื่อสังคมดังกล่าวอย่างมัซฮับอะชาอิเราะฮฺที่เต็มไปด้วยความเบี่งเบีนในเรื่องอะกีดะฮฺเองก็ยังมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่เลยว่า จะเรียกพวกเขาเป็นมุบตะดิอฺ(ออกจากอะฮฺลุสสุนนะฮฺ)โดยสิ้นเชิงเลยหรือไม่? ชัยคฺอิบนุบาซและชัยคฺศอลิหฺอัลเฟาซานไม่ถือว่าอะชาอิเราะฮฺเป็นอะฮฺลุลบิดอะฮฺโดยสิ้นเชิง แต่พวกเขาบอกว่าอะชาอิเราะฮฺเป็นอะฮฺลุสสุนนะฮฺในเรื่องที่พวกเขาเห็นพ้องต้องกันกับอะฮฺลุสสุนนะฮฺ ในขณะที่บรรดาอุละมาอ์คนอื่นๆบอกว่าอะชาอิเราะฮฺไม่ใช่อะฮฺลุสสุนนะฮฺโดยทั้งหมด (ดูคำอธิบายอย่างละเอียดในหนังสือ วะเศาะฏียะฮฺ อะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ เขียนโดยชัยคฺ บากะรีม หน้าที่ 77-85)

หากอะชาอิเราะฮฺที่สถานะของพวกเขาเป็นเช่นนี้(คือสวนทางกับอะฮฺลุสสุนนะฮฺในประเด็นใหญ่ว่าด้วยเรื่องอะกีดะฮฺ) แต่อุละมาอ์บางส่วนเช่น ท่านชัยคฺอิบนุบาซก็ไม่มักง่ายตัดสินพวกเขาโดยเบ็ดเสร็จทันที แล้วจะเป็นอย่างไรกับคน/กลุ่มอื่นๆ??!!!

ติดตามตอนต่อไป…

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: