RSS

ชีวประวัติท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ เราะหิมะฮุลลอฮ (ตอนที่ 3-ตอนจบ)

08 ธ.ค.

الفضيل بن عياض2
ชีวประวัติท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ เราะหิมะฮุลลอฮ

(ตอนที่ 3-ตอนจบ : ถ้อยคำล้ำค่าและการเสียชีวิต)
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

ถ้อยคำล้ำค่าของท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ

จากอบูอัลฟัฎลฺ อัลค็อซซาซ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ กล่าวว่า “สภาพที่ดีกว่าสำหรับฉันคือ เมื่อฉันอยู่ในภาวะที่ยากจนที่สุด ฉันฝ่าฝืนต่ออัลลอฮอย่างแท้จริง แล้วฉันก็รู้เรื่องนั้นในพฤติกรรมของลาและคนรับใช้ของฉัน”[1]

จากอิสหาก บินอิบรอฮีม เล่าว่า ท่านอัลฟุฎ็อยลฺ กล่าวว่า “เมื่อใดที่ท่านไม่สามารถตื่นขึ้นละหมาดในยามค่ำคืน(กิยามุลลัยลฺ)และถือศีลอดในตอนกลางวันได้ พึงรู้เถิดว่าท่านกำลังถูกขัดขวางและพันธนาการโดยความผิดบาปของตัวท่านเอง”[2]

ฟัยฎฺ บินอิสหาก กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านอัลฟุฎ็อยลฺ ขณะที่ถูกอับดุลลอฮ บินมาลิก ถามว่า “โอ้อบูอลี(อัลฟุฎ็อยลฺ) มีสิ่งใดบ้างที่สามารถปลดปล่อยพวกเราจากสิ่งที่เรากำลังประสบ?” ท่านอัลฟุฎ็อยลฺ กล่าวว่า “ตอบฉันมาสิว่า ใครก็ตามที่เชื่อฟังภักดีต่ออัลลอฮ การฝ่าฝืนของคนอื่นจะทำให้เขาต้องขาดทุนไหม?” เขา(อับดุลลอฮ)ตอบว่า “ไม่ครับ” ท่านอัลฟุฎ็อยลฺ กล่าวต่อไปว่า “ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนอัลลอฮ การเชื่อฟังภักดีของคนอื่นจะยังประโยชน์สำหรับเขาไหม?” เขาตอบว่า “ไม่ครับ” ท่านอัลฟุฎ็อยลฺ กล่าวสุดท้ายว่า “นั่นแหล่ะคือสิ่งที่จะปลดปล่อย หากท่านปรารถนาอิสรภาพ” [3]

จากอิบรอฮีม บิน อัลอัชอัษ เล่าว่า ฉันได้ยินอัลฟุฎ็อยลฺ กล่าวว่า “คนที่โกหกที่สุดคือคนที่กลับไปหาบาปของเขา ส่วนคนที่โง่เขลาที่สุดคือคนที่แสดง(อวด)ความดีต่างๆของเขา และคนที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลลอฮมากที่สุดคือคนที่เกรงกลัวพระองค์มากที่สุด บ่าวคนหนึ่งจะยังไม่สมบูรณ์แบบจนกว่าเขาจะให้ศาสนาของเขามาก่อนอารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเอง และบ่าวจะไม่มีวันพินาศเสียหาย จนกระทั่งเขาได้ให้อารมณ์ใฝ่ต่ำของตัวเองมานำหน้าศาสนาของเขา”[4]

อิบรอฮีม บิน อัลอัชอัษ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านอัลฟุฎ็อยลฺ กล่าวว่า “ใครก็ตามที่ต้องการชื่อเสียงของเขาเป็นที่จดจำ เขาจะไม่ถูกจดจำ และใครก็ตามที่ไม่ปรารถนาให้ชื่อเสียงของเขาเป็นที่จดจำ ชื่อของเขาจะเป็นที่จดจำ”[5]

อัซซะฮะบีย์ กล่าวว่า ท่าน(อัลฟุฎ็อยลฺ)เคยถูกถามว่า “ความสมถะ(ซุฮดฺ)นั้นคืออะไร?” ท่านตอบว่า “คือการรู้สึกพอเพียง” และถูกถามอีกว่า “ความสำรวมตน(วะเราะอฺ)คืออะไร?” ท่านตอบว่า “คือการหลีกห่างจากสิ่งหะรอม” ท่านถูกถามว่า “อิบาดะฮฺคืออะไร?” ท่านตอบว่า “คือการดำรงปฏิบัติหน้าที่จำเป็น(สิ่งวาญิบ)ต่างๆ” ท่านถูกถามอีกว่า “ความถ่อมตน(ตะวาฎุอฺ)คืออะไร?” ท่านตอบว่า “คือการที่ท่านยอมจำนนต่อสัจธรรม” และท่านเคยกล่าวอีกว่า “ความสำรวมตน(วะเราะอฺ)ที่หนักหนาที่สุดคือความสำรวมตนของลิ้น(หมายถึง ความสำรวมตนในการพูด-ผู้แปล)”

อัซซะฮะบีย์ กล่าวว่า “นั่นคือท่าน(อัลฟุฎ็อยลฺ) บางครั้งคุณอาจมองเห็นคนหนึ่งที่มีความสำรวมตนในเรื่องอาหาร การแต่งกาย และในการคบค้าสมาคมของเขา แต่เมื่อเขาพูด ก็มีเรื่องอื่นๆเข้ามาในการพูดของเขา บางครั้งเขาก็เลือกสุจริต แต่ความสุจริตของเขาไม่สมบูรณ์ บางครั้งเขาก็พูดจริงเพียงเพื่อทำให้การพูดของเขาดูสวยงาม หวังที่จะได้รับการชมเชยว่าเป็นผู้ที่มีฝีปากดี หรือเพียงอวดแสดงสิ่งที่ดีที่สุดที่เขามีอยู่ เพื่อจะได้รับการเคารพนับถือ หรือบางครั้งเขาก็เงียบในช่วงเวลาที่จริงๆแล้วเขาควรพูด ก็เพื่อให้ได้รับคำสรรเสริญ ยารักษาสำหรับทั้งหมดนี้คือ การตัดสินตัวเองจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เว้นแต่(แยกตัวออก)จากญะมาอะฮฺ”[6]

จากอัซซะฮะบีย์ ท่าน(อัลฟุฎ็อยลฺ) กล่าวว่า “โอ้คนยากจนขัดสนเอ๋ย(ณ ที่นี้หมายถึง มนุษย์ทั้งหลาย-ผู้แปล) ท่านทำความชั่วในขณะที่กลับรู้สึกว่าทำความดี ท่านโง่เขลาแต่กลับรู้สึกว่าชาญฉลาด ท่านบ้าในขณะที่กลับรู้สึกว่าเป็นคนมีสติปัญญา ชีวิตของท่านแสนสั้น แต่ความหวังลมๆแล้งกลับยืดยาว (อัซซะฮะบีย์กล่าวว่า ‘ใช่แล้ว ขอสาบานต่ออัลลอฮ ท่านพูดถูกแล้ว’) ท่านอธรรมแต่กลับรู้สึกว่าถูกอธรรม ท่านกินของหะรอมในขณะเดียวกันท่านกลับรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่หลีกห่างจากสิ่งหะรอมเสมอ ท่านชั่วร้ายแต่กลับเชื่อมันเสียสนิทใจว่าเป็นคนที่ยุติธรรม ท่านแสวงหาความรู้เพื่อดุนยา แต่กลับรู้สึกว่าการแสวงหาความรู้ของท่านนั้นเป็นไปเพื่ออัลลอฮ”[7]

จากอับดุศเศาะมัด กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านอัลฟุฎ็อยลฺ กล่าวว่า “หากมีคนๆหนึ่งมาหาท่านเพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับผู้อื่นกับท่าน ก็จงตอบเขาไปว่า ‘โอ้พี่น้องของฉัน จงอภัยให้เขาเถิด เพราะการอภัยให้นั้นใกล้กับความยำเกรงมากกว่า’ หากเขาพูดว่า ‘ใจของฉันไม่สามารถให้อภัยได้ และฉันจะตอบกลับเขาเช่นที่อัลลอฮได้บัญชาไว้’ ท่านก็จงพูดว่า ‘หากท่านสามารถตอบกลับไปได้ด้วยดี ก็จงตอบกลับไปอย่างเป็นธรรม แต่หากไม่แล้ว ก็จงกลับไปหาประตูแห่งการอภัยเถิด เพราะมันคือประตูที่กว้างขวางมาก ใครก็ตามที่ให้อภัยและประกอบคุณงามความดี ผลบุญของเขาอยู่ในความรับผิดชอบของอัลลอฮ คนที่ชอบให้อภัยนั้นจะสามารถนอนหลับด้วยอิ่มเอมใจในช่วงค่ำคืนบนเตียงนอนของเขาได้ ส่วนคนที่ชอบล้างแค้นนั้น การงานของเขาจะย่ำแย่ลงเสมอ’”[8]

จากอิบรอฮีม บิน อัลอัชอัษ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ กล่าวว่า “สิ่งใดเล่าจะทำให้เจ้ารู้สึกปลอดภัย หากว่าเจ้าทำร้ายอัลลอฮด้วยการกระทำ เจ้าทำให้พระองค์โกรธกริ้ว และพระองค์ก็ทรงปิดประตูให้การอภัยต่อหน้าเจ้า แต่เจ้ากลับหัวเราะสบายใจ จงพิจารณาดูเถิดว่า สภาพของเจ้าในอนาคตจะเป็นอย่างไร?”[9]

จากมุหัมมัด บินฏูฟัยลฺ กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ กล่าวว่า “ความโศกเศร้าของดุนยาจะทำให้ความโศกเศร้าแห่งอาคิเราะฮฺหายไป และความปิติยินดีของดุนยาจะทำให้ความหอมหวานในการอิบาดะฮฺหายไป”[10]

การเสียชีวิตของท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ 

คนบางส่วนบอกว่า “เรานั่งอยู่ข้างๆท่านอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ แล้วเราก็ถามท่านว่า ‘ท่านอายุเท่าไหร่แล้ว?’ ท่านตอบว่า ‘ท่านอายุได้ 80 ปีแล้วหรือมากกว่านั้น แล้วสิ่งใดเล่าที่ฉันคาดหวังและรอคอย ความแก่ชราได้โจมตีฉัน จนกระทั่งฉันเสียหาย กระดูกจึงบอบบางและสายตาจึงพร่ามัว’”

อัซซะฮะบีย์ กล่าวว่า “ท่าน(อัลฟุฎ็อยลฺ)คือหนึ่งในคนที่ร่วมรุ่นกับท่านสุฟยาน บิน อุยัยนะฮฺ ในเรื่องการเกิด แต่ท่านอัลฟุฎ็อยลฺเสียชีวิตก่อนท่านสุฟยานหลายปี”[11]

มุญาฮิด บินมูซา กล่าวว่า “ท่านอัลฟุฎ็อยลฺ เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺที่ 186” แต่สำหรับอบูอุบัยดฺ , อลี บิน อัลมะดีนีย์ , อิบนุมะอีน , อิบนุ นุมัยรฺ , อัลบุคอรีย์ และคนอื่นๆ บอกว่า “ท่านเสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺที่ 187” และบางส่วนของพวกเขาบอกเพิ่มเติมว่า “ในช่วงต้นเดือนมุหัรรอม”

อัซซะฮะบีย์ กล่าวว่า “ท่าน(อัลฟุฎ็อยลฺ)เสียชีวิตขณะอายุได้ประมาณช่วง 83-89 ปี”[12]

________________________

[1] ศิฟะฮฺ อัศศ็อฟวะฮฺ , อิบนุล เญาซีย์ , 2/238

[2] ศิฟะฮฺ อัศศ็อฟวะฮฺ , อิบนุล เญาซีย์ , 2/238

[3] สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ , ชัมสุดีน อัซซะฮะบีย์ , 8/426

[4] สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ , ชัมสุดีน อัซซะฮะบีย์ , 8/427

[5] สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ , ชัมสุดีน อัซซะฮะบีย์ , 8/432

[6] สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ , ชัมสุดีน อัซซะฮะบีย์ , 8/434

[7] สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ , ชัมสุดีน อัซซะฮะบีย์ , 8/440

[8] หิลยะฮฺ อัลเอาลิยาอ์ วะเฏาะบะก็อต อัลอัศฟิยาอ์ , อบูนุอัยมฺ , 8/112

[9] หิลยะฮฺ อัลเอาลิยาอ์ วะเฏาะบะก็อต อัลอัศฟิยาอ์ , อบูนุอัยมฺ , 8/110

[10] หิลยะฮฺ อัลเอาลิยาอ์ วะเฏาะบะก็อต อัลอัศฟิยาอ์ , อบูนุอัยมฺ , 8/110

[11] สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ , ชัมสุดดีน อัซซะฮะบีย์ , 8/442

[12] สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ , ชัมสุดดีน อัซซะฮะบีย์ , 8/448

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: