RSS

ชีวประวัติท่าน อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก เราะหิมะฮุลลอฮ (ตอนที่ 6)

30 ก.ค.

عبد الله بن المبارك5ชีวประวัติท่าน อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก เราะหิมะฮุลลอฮ
(ตอนที่ 6 : คำพูดและบทกลอน)
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

คำพูดและบทกลอนของท่านอิบนุล มุบาร็อก 

ต่อไปนี้คือวิทยปัญญาและบทกลอนของท่านอิบนุล มุบาร็อก อันบ่งชี้ถึงสติปัญญาที่สมบูรณ์และสถานะที่สูงส่งของท่าน เมื่อบ่าวคนหนึ่งอบรมขัดเกลาตนเองและเกียรติของเขามีความสมบูรณ์ เขาก็จะเอ่ยคำพูดเปี่ยมไปด้วยวิทยปัญญาและเอ่ยออกมาอย่างคล่องแคล่วฉะฉาน ส่วนหนึ่งคือคำพูดดังต่อไปนี้

“ใครก็ตามที่ตระหนี่ถี่เหนียวในความรู้ เขาจะถูกทดสอบด้วย 3 ประการ คือความตาย , ความหลงลืม หรือการยึดติดอยู่กับผู้นำผู้ปกครอง”[1]

อบูวะฮบฺ อัลมัรวะซีย์ กล่าวว่า : ฉันเคยถามอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก เกี่ยวกับความหยิ่งยโส(อัลกิบรฺ) เขาตอบว่า “คือการที่ท่านดูแคลนผู้อื่น” และฉันเคยถามเขาเกี่ยวกับการลำพองตน(อัลอุญุบ) เขาตอบว่า “คือการที่ท่านมองว่าตัวท่านมีสิ่งหนึ่งที่ผู้อื่นไม่มี”[2]

รายงานจากรุสตะฮฺ อัฏเฏาะละกอนีย์ กล่าวว่า : ชายคนหนึ่งยืนหันหน้าไปทางอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก และกล่าวว่า “โอ้อบูอับดุรเราะหฺมาน ในเรื่องใดหรือที่ฉันควรทำให้มันเป็นความดีงามสำหรับวันของฉัน การศึกษาอัลกุรอานหรือการแสวงหาความรู้?” เขาตอบว่า “ท่านได้อ่านบางอย่างจากอัลกุรอานที่ทำให้ท่านสามารถทำการละหมาดได้หรือไม่?” ฉันตอบว่า “ใช่” เขาพูดว่า “จงทำให้สิ่งนั้นเป็นการแสวงหาความรู้ที่ทำให้อัลกุรอานสามารถรับรู้ได้”[3]

บิชรฺ บิน อัลหาริษ กล่าวว่า : ชายคนหนึ่งเคยถามเกี่ยวกับหะดีษบทหนึ่งกับอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ขณะเดินเท้า อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก จึงกล่าวว่า “นี่คือการไม่ให้เกียรติความรู้” บิชรฺ กล่าวว่า “ฉันถือว่าคำพูดของเขานั้นดีที่สุดเลย”[4]

รายงานจากอิบรอฮีม บิน ชัมมาส กล่าวว่า : อิบนุล มุบาร็อก กล่าวว่า “เมื่อคนๆหนึ่งรู้ขีดความสามารถของตนเอง เขาก็จะพบว่าตัวเขานั้นต่ำต้อยยิ่งกว่าสุนัข”[5]

รายงานจากอับดุลลอฮ บิน คุบัยกฺ กล่าวว่า : อิบนุล มุบาร็อก เคยถูกถามว่า “ความถ่อมตน(ตะวาฎุอฺ)หมายถึงอะไร?” เขาตอบว่า “คือการแสดงความยโสต่อคนรวย”[6]

รายงานจากอับดุลลอฮ บิน อุมัร อัสสัรเคาะสีย์ กล่าวว่า : อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก เคยกล่าวกับฉันว่า “ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้ฉันอ่อนแอเช่นที่ทำให้ฉันอ่อนแอมากไปกว่าการที่ฉันไม่พบพี่น้องในหนทางของอัลลอฮ อัซซะวะญัลละ”[7]

รายงานจากสะอีด บิน ยะอฺกูบ อัฏเฏาะละกอนีย์ กล่าวว่า : ชายคนหนึ่งถามอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ว่า “ยังคงมีผู้ที่คอยตักเตือนไหม?” เขาตอบว่า “แล้วท่านรู้หรือไม่ว่ามีผู้ที่จะรับฟังอยู่อีก?”[8]

อบูบักรฺ บิน อับดุลลอฮ บิน หะสัน กล่าวว่า : อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก กล่าวว่า “เราแสวงหาความรู้เพื่อดุนยา แต่ความรู้กลับชี้นำเราให้ละทิ้งดุนยา”[9]

อะหฺมัด บิน อัซซะบิรกอน กล่าวว่า : ฉันเคยได้ยินอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก พูดว่า “แท้จริงบรรดาคนดีในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้น ตัวของพวกเขานั้นจะคอยมอบสิ่งดีๆแก่ตัวเองอยู่เนืองนิตย์ แต่ตัวเรานั้นแทบไม่ได้มอบสิ่งใดแก่ตัวเองนอกจากสิ่งที่น่ารังเกียจ ดังนั้นเราจะต้องรังเกียจมัน”[10]

บทกลอนที่อิบนุล มุบาร็อก เคยกล่าวไว้ มีดังนี้

وَمِنَ البَلَاءِ وَلِلبَلَاءِ عَلَامَةٌ

أَنْ لَا يُرَى لَكَ عَنْ هَوَاكَ نُزُوْعُ

العَبْدُ عَبْدُ النَّفْسِ فِي شَهَوَاتِهَا

وَالحُرُّ يَشْبَعُ مَرَّةً وَيَجُوْعُ 

จากภัยพิบัติและสำหรับภัยพิบัตินั้นมีสัญญาณ 

ซึ่งท่านมองไม่เห็นว่าภัยพิบัตินั้นหลุดออกจากอารมณ์ใฝ่ต่ำของท่าน 

บ่าวคนหนึ่งนั้นคือทาสชีวิตในอารมณ์ใฝ่ต่ำของเขาเอง 

ส่วนอิสรภาพนั้นบางครั้งก็อิ่มเอมบางครั้งก็หิวกระหาย[11]

            กลอนอีกบทหนึ่งกล่าวว่า

كَيْفَ القَرَارُ وَكَيْفَ يَهْدَأُ مُسْلِمٌ…..وَالمُسْلِمَاتُ مَعَ العَدُوِّ المُعْتَدِي

 الضَّارِبَاتُ خُدُوْرَهُنَّ بِرَنَّةٍ…..الدَّاعِيَاتُ نَبِيَّهُنَّ مُحَمَّدِ  

القَائِلَاتِ إِذَا خَشِيْنَ فَضِيْحَةً …..جَهْدَ المَقَالَةِ لَيْتَنَا لَمْ نُوَلَّدِ

مَا تَسْتَطِيْعُ وَمَالَهَا مِنْ حَيْلَةٍ…..إِلَّا التَّسَتُّرُ مِنْ أَخِيْهَا بِاليَد  

สภาพการณ์จะมั่นคงได้อย่างไร? มุสลิมและมุสลิมาตจะรู้สึกสงบได้อย่างไรเมื่อมีศัตรูคอยโจมตี? 

เหล่าสตรีที่ตบแก้มตัวเองพร้อมตระโกนเรียกนบีของพวกเธอด้วยเสียงที่แสนเศร้า 

เอ่ยกล่าวคำพูดที่น่าเกลียดยิ่งเมื่อพวกเธอรู้สึกกลัว(ว่า) หากเราไม่ถูกให้เกิดมา

เธอไม่สามารถและไม่มีความสามารถใดๆ 

เว้นแต่การปกปิดจากพี่น้องของเธอด้วยมือ[12] 

          รายงานจากอบูอุมายะฮฺ อัลอัสวัด กล่าวว่า : ฉันเคยได้ยินอิบนุล มุบาร็อก กล่าวว่า “ฉันรักคนดีทั้งหลาย แม้ว่าฉันจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพวกเขา และฉันโกรธแค้นต่อคนบรรดาคนไม่ดี แม้ว่าฉันจะชั่วช้ากว่าพวกเขา” แล้วท่านพูดอ่านบทกลอนว่า

الصُّمْتُ أَزْيَنُ لِلفَتَى     مِنْ مَنْطِقٍ فِي غَيْرِ حِيْنِهِ

وَالصِّدْقُ أَجْمَلُ لِلفَتَى     فِي القَولِ عَنْدِي مِنْ يَمِيْنِهِ

وَعَلَى الفَتَى وَوَقَارِهِ     سِمَةُ تَلُوْحُ عَلَى جَبِيْنِهِ

فَمَنِ الَّذِي يَخْفَى عَلَ     يْكَ إِذَا نَظَرْتَ إِلَى قَرِيْنِهِ

رُبُّ امْرِئٍ مُتَيَقِّنٍ     غَلَبَ الشَّقَاءُ عَلَى يَقِيْنِهِ

فَأَزَالَهُ عَنْ رَأيِهِ     فَابْتَاعَ دُنْيَاهُ بِدِيْنِهِ

การเงียบนั้นดีสำหรับเยาวชน มากกว่าการพูดที่ไม่ถูกเวลา 

สำหรับฉันแล้ว ความสัจจริงในคำพูดนั้นสวยงามสำหรับเยาวชน มากกว่าการกล่าวสาบาน 

ความสุขุมของเยาวชนนั้นคือสัญลักษณ์ที่เห็นชัดบนคิ้วของเขา 

ใครเล่าจะปกปิดจากท่านได้ เมื่อท่านมองไปยังสหายของท่าน 

บ่อยครั้งที่ผู้เชื่อมั่นสามารถฟันฝ่าอุปสรรคบนความเชื่อมั่นของเขา 

แล้วเขาก็ขจัดสิ่งนั้นออกจากความคิดของเขา เขาซื้อดุนยาด้วยศาสนาของเขา [13] 

          สัลมฺ อัลเคาะวาศ ได้ขับร้องบทกลอนเกี่ยวกับอิบนุล มุบาร็อก ไว้ว่า

رَأَيْتُ الذُّنُوبَ تُمِيْتُ القُلُوبَ       وَيَتْبَعُ الذُّلُّ إِدْمَانُهَا

وَتَرْكُ الذُّنُوْبِ حَيَاةُ القُلُوْبِ      وَخَيْرٌ لِنَفْسِكَ عِصْيَانُهَا

وَهَلْ بَدْلُ الدِّيْنِ إِلَّا المُلُوْكَ      وَأَخْبَارُ سُوْءٍ وَرُهْبَانُهَا

وَبَاعُوْا النُّفُوْسَ فَلَمْ يَرْبَحُوْا      وَفِيْ البَيْعِ لَمْ تَغْلُ أَثْمَانَهَا

لَقَدْ وَقَعَ القَوْمُ فِيْ جِيْفَةٍ      يُبَـِّينُ لِذِي العَقْلِ إِنْتَانِهَا

ฉันมองเห็นบาปทั้งหลายทำให้หัวใจตายลง และความตกต่ำจะติดตามมากหากบาปนั้นยังดำเนินต่อไป 

ส่วนการละทิ้งบาปทั้งหลายทำให้หัวใจมีชีวิต การฝ่าฝืนมัน(บาป)นั้นดีเป็นความดีสำหรับตัวท่าน 

ไม่มีใครที่ทำลายศาสนานอกจากบรรดากษัตริย์ ปราชญ์ชั่ว และเหล่านักพรต 

พวกเขาขายชีวิตแต่ไม่ได้กำไร และมูลค่าในการขายก็ไม่เพิ่มขึ้นเลย 

กลุ่มชนหนึ่งได้ถลำตกลงในซากศพ กลิ่นเหม็นของมันชัดเจนที่สุดสำหรับผู้มีสติปัญญา [14]

            มุหัมมัด บิน หาติม อัลมัรวะซีย์ กล่าวว่า : สุวัยดฺ บิน นัศรฺ ได้ขับร้องบทความแก่เราแด่อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ไว้ว่า

أَيَا رَبِّ يَا ذَا العَـرْشِ أَنْـتَ رَحِيْـمُ …… وَأَنْتَ بِمَا تَخْفَى الصُّدُوْرُ عَلِيْمُ

فِيَا رَبِّ هَبْ لِيْ مِنْكَ حِلْمًا فَإِنَّنِي …… أَرَى الْحِلْمَ لَمْ يَنْدَمْ عَلَيْهِ حَلِيْمُ

وَيَارَبِّ هَبْ لِيْ مِنْكَ عَزْمُا عَلَى التُّقَى …… أُقِيْمُ بِهِ فِي النَّاسِ حَيْثُ أُقِيْمُ

أَلَا إِنَّ تَقْــوَى اللهِ أَكْرَمُ نِسْبَـةً …… يُسَامِى بِهَا عِنْدَ القَمَارِ كَرِيْمُ

إِذَا أَنْتَ نَافَسْـتَ الرِّجَالَ عَلَى التُّقَى …… خَرَجْتَ مِنَ الدُّنْيَا وَأَنْتَ سَلِيْمُ

أَرَاكَ امْرَأً تَرْجُـو مِنَ اللهِ عَفْوَهُ …… وَأَنْتَ عَلَى مَالَا يُحِبُّ مُقِيْمُ

وَإِنَّ امْرَأً لَا يَرْتَجِي النَّاسَ عَفْوَهُ …… وَلَمْ يَأْمَنُوْا مِنْهُ الأَذَى لِلَئِيْمُ

فَحَتَّى مَتَى تَعْصِي الإِلَهَ إِلَى مَتَى …… تُبِارِزُ رَبِّي إِنَّهُ لَرَحِيْمُ

وَلَقَدْ تَوَسَّدْتَ الثَّرَى وَافْتَرَشْتَهُ ……لَقَدْ صِرْتَ لَا يَلْوِيْ عَلَيْكَ حَمِيْمُ

โอ้องค์อภิบาล โอ้เจ้าของบัลลังก์ พระองค์ทรงเมตตายิ่ง 

และพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจ 

โอ้องค์อภิบาลโปรดประทานแก่เราซึ่งความนุ่มนวลจากพระองค์ท่าน 

ข้าฯมองว่าความนุ่มนวลนั้นจะไม่เสียใจบนความนุ่มนวลของเขา 

โอ้องค์อภิบาลโปรดประทานพลังบนความยำเกรง 

(จนกระทั่ง)ข้าฯสามารถดำรงมันในหมู่มนุษย์เมื่อข้าฯดำรงมัน 

เพิ่งรู้เถิดว่าการยำเกรงต่ออัลลอฮนั้นคือสมญานามที่มีเกียรติยิ่ง 

ด้วยมันนั้นผู้มีเกียรติสามารถแข่งขั้นเมื่อครั้นอวดกัน 

เมื่อท่านประชันแข่งขันกับเหล่าบุรุษในเรื่องความยำเกรง 

ท่านกำลังออกจากดุนยาในสภาพที่ปลอดภัย 

ท่านเห็นคนๆหนึ่งที่หวังการอภัยจากอัลลอฮ 

แต่ท่านกลับกระทำสิ่งที่พระองค์มิทรงชื่นชอบ 

แท้จริงคนที่มนุษย์ไม่คาดหวังการอภัยของเขา

และพวกเขาไม่ปลอดภัยจากการก่อกวนของเขานั้น คือคนที่ตกต่ำ

แล้วท่านจะฝ่าฝืนพระเจ้าไปจนถึงเมื่อไหร่กัน?

และท่านจะต่อต้านองค์อภิบาลของข้าฯไปจนถึงเมื่อไหร่กัน? แท้จริงพระองค์ทรงเมตตายิ่ง

แท้จริงท่านกระแทกลงกับดินและจัดกระจายมัน

และแท้จริงท่านได้กลายเป็นคนที่มิตรสหายไม่อยู่รอคอยอีกแล้ว [15]

            ศอลิหฺ อัลฟะรออ์ กล่าวว่า : ฉันได้ยินอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก กล่าวว่า

المَرْءُ مِثْلُ هِلَالٍ عِنْدَ رُؤيَتِهِ     يَبْدُو ضَئِيْلًا تَرَاهُ ثُمَّ يَتَّسِقُ

حَتَّى إِذَا مَا تَرَاهُ ثُمَّ أَعْقَبَهُ     كَرَّ الجَدِيْدَيْنِ نَقْصًا ثُمَّ يَمْحِقُ

คนนั้นเสมือนจันทร์เสี่ยวขณะมองเห็นมัน

ท่านเห็นมันดูเหมือนเล็ก แต่มาก็ใหญ่เต็มดวง

กระทั่งเมื่อท่านเห็นมันพร่องลง

และแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ จากนั้นก็หายไป

_____________________________

[1] ดู ตะฮฺซีบุ อัลกะมาล (8/22 , 23)

[2] ดู ตัซกิเราะฮฺ อัลหุฟฟาซ (1/278)

[3] ดู หิลยะฮฺ อัลเอาลิยาอ์ (8/165)

[4] ดู หิลยะฮฺ อัลเอาลิยาอ์ (8/166)

[5] ดู หิลยะฮฺ อัลเอาลิยาอ์ (8/168)

[6] ดู ศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (4/139)

[7] ดู ศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (4/139)

[8] ดู ศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (4/144)

[9] ดู ศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (4/145)

[10] ดู ศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (4/145)

[11] ดู สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ (8/417)

[12] ดู สิยัร อะอฺลาม อันนุบะลาอ์ (8/416)

[13] ดู ตารีค ดิมัชกฺ (38/366 , 367)

[14] ดู ตารีค ดิมัชกฺ (38/371 , 372)

[15] ดู ตารีค ดิมัชกฺ (38/378)

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: