RSS

ชีวประวัติท่าน อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก เราะหิมะฮุลลอฮ (ตอนที่ 4)

27 ก.ค.

عبد الله بن المبارك3ชีวประวัติท่าน อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก เราะหิมะฮุลลอฮ
(ตอนที่ 4 : ความถ่อมตน-หนีห่างจากการเป็นที่นิยม-การญิฮาด-ความกล้าหาญ)
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

ความถ่อมตนและการหนีห่างจากการเป็นที่นิยมชมชอบของท่านอิบนุล มุบาร็อก 

ถึงแม้ว่าคุณลักษณะที่สำคัญและดีงามจะมีอยู่ที่ท่านอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก แต่อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ยังประดับประดาอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ด้วยความถ่อมตนอีกด้วย ไม่มีใครคนใดที่มีความถ่อมตนต่ออัลลอฮ นอกจากพระองค์จะทรงเชิดชู(เกียรติของ)เขาให้สูงส่งขึ้น

อัลหะสัน กล่าวว่า “ครั้นที่อิบนุล มุบาร็อก อยู่ที่กูฟะฮฺ หนังสืออัลมะนาสิกได้ถูกอ่านให้แก่เขาจนกระทั่งถึงหะดีษบทหนึ่ง และอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ได้กล่าวเกี่ยวกับหะดีษบทนั้นว่า ‘เรารับหะดีษดังกล่าว(คือ เราใช้หะดีษดังกล่าวเป็นหลักฐาน)’ เขาถามว่า ‘ใครบันทึกหะดีษนี้จากคำพูดของฉันบ้าง?’ ฉัน(อัลหะสัน)จึงตอบว่า ‘ผู้ที่เขียนมัน’ อิบนุล มุบาร็อก เช็ดถูกมัน(กระดาษที่บันทึกหะดีษบทนั้นจากคำพูดของเขา)ด้วยมือของเขาจนหายหมดไป แล้วเขาก็พูดว่า ‘ฉันเป็นใครกัน…เขาถึงได้บันทึกคำพูดของฉัน?’”[1]

นี่คือมารยาทที่ดีงามสำหรับผู้ที่เข้าใกล้ชิดบรรดาอุละมาอ์ด้วยคำพูดและคำตำหนิของพวกเขา ทั้งที่พวกเขาไม่ได้มีความรู้ศาสนาเท่าที่ควร

อัลหะสัน กล่าวว่า “อันนะฎ็อร บิน มุหัมมัด ได้จัดการแต่งงานแก่ลูกชายของเขา แล้วเขาก็เชิญอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อกมาร่วมงาน เมื่อมาถึงแล้ว อิบนุล มุบาร็อก ก็ยืนเพื่อต้อนรับผู้คน อันนะฎ็อรปฏิเสธและกล่าวสาบานเพื่อนให้เขาหยุดทำเช่นนั้น จนกระทั่งอิบนุล มุบาร็อก ยอมนั่งลง”[2]

อัลหะสัน ยังกล่าวอีกว่า “บ้านของอิบนุล มุบาร็อก ที่มัรวานั้นใหญ่มาก ส่วนกลางของบ้านนั้นมีขนาดกว้างประมาณ 50×50 ศอก ท่านคงไม่อยากเห็นผู้รู้ นักอิบาดะฮฺ หรือคนที่มีความประพฤติดีและความเป็นอยู่ที่บ้านของเขา นอกจากท่านจะพบเห็นมันที่บ้านของเขา(อิบนุล มุบาร็อก) มีผู้คนมารวมตัวกันศึกษาเรียนรู้ในทุกๆวัน จนกระทั่งเมื่ออิบนุล มุบาร็อก ออกมา พวกเขาก็เข้าไปล้อมรอบตัวเขา และเมื่ออิบนุล มุบาร็อก ย้ายไปที่กูฟะฮฺ เขาก็อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็ก เขาออกไปเพื่อละหมาด แล้วก็กลับมายังบ้านเท่านั้น และไม่ค่อยมีใครมาหาเขามากนัก ฉันจึงพูดกับเขาว่า ‘โอ้อบูอับดิรเราะหฺมาน เทียบกับตอนที่ท่านอยู่ที่มัรวาแล้ว ท่านไม่เหงาหรือขณะอยู่ที่นี่?’ เขาตอบว่า ‘ฉันหนีจากมัรวาด้วยเพราะสิ่งที่ท่านชื่นชอบ แต่ที่นี่ฉันรักสิ่งหนึ่งซึ่งสำหรับฉันแล้วท่านไม่ชอบมันที่จะให้ฉันประสบ ขณะที่ฉันอยู่ที่มัรวา ไม่มีการงานใดนอกจากพวกเขาจะพามาหาฉัน และไม่มีปัญหาใดนอกจากพวกเขาจะพูดว่า ถามอิบนุล มุบาร็อกสิ แต่ที่นี่ฉันปลอดภัยจากเรื่องดังกล่าว”

อัลหะสัน กล่าวว่า : วันหนึ่งฉันกับอิบนุล มุบาร็อก ได้ไปยังสถานที่รองรับน้ำ ซึ่งผู้คนจะดื่มน้ำจากที่นั้น เขาเข้าไปใกล้สถานที่ดังกล่าวเพื่อดื่มน้ำ ขณะที่ไม่มีใครรู้จักเขาเลย พวกเขาเบียดเสียดและผลักกันไปมา เมื่อออกมาจากที่นั้นได้ เขาก็พูดกับฉันว่า “ชีวิตนั้นมิใช่อะไรอื่นนอกจากเช่นนี้แหล่ะ” หมายถึง เมื่อเราไม่รู้จักกันและไม่มีความเคารพกัน [3]

การญิฮาดและความกล้าหาญของท่านอิบนุล มุบาร็อก 

นอกจากเป็นมีชื่อเสียงในด้านความรู้ ความสมถะ ความใจ และการอิบาดะฮฺแล้ว อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ยังเป็นที่รู้จักด้วยคุณลักษณะหรืออุปนิสัยที่รักการญิฮาดและกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับศัตรูอีกด้วย

อัลเคาะฏีบรายงานด้วยสายรายงานของตัวเอง จากอุบาดะฮฺ บิน สุลัยมาน(คือ อัลมัรวะซีย์) เขากล่าวว่า “เราเคยร่วมกับอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ในสนามรบครั้งหนึ่งที่โรมัน แล้วเราก็พบเจอกับศัตรู เมื่อกองทัพของทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ทหารโรมันคนหนึ่งก็ออกมาและประกาศท้าดวล(สู้ 1 ต่อ 1) ทหารมุสลิมคนหนึ่งจะออกไปต่อสู้ ทหารโรมันคนนั้นสามารถสังหารทหารมุสลิมได้ แล้วหทารมุสลิมนายอื่นก็ออกไปต่อสู้ แต่หทารโรมันก็สามารถสังหารทหารมุสลิมได้อีก เขาประกาศท้าดวลอีก แล้วก็มีทหารมุสลิมนายหนึ่งออกไปและเกิดการต่อสู้กันอยู่สักครู่หนึ่ง และเขาก็สามารถแทงและสังหารทหารโรมันคนนั้นได้ ผู้คนต่างพยายามเบียดเสียดเพื่อเข้าใกล้เขา และฉันคือหนึ่งในคนพวกนั้น แล้วฉันก็เห็นชายคนหนึ่งที่ปกปิดใบหน้าของเขาด้วยแขนเสื้อ แล้วฉันก็ดึงปลายแขนเสื้อนั้นและฉันก็เปิดมันออกมา ปรากฏว่าเขาคืออับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก เขาจึงพูดว่า ‘เจ้า…โอ้อบูอัมรฺ คือคนที่ชอบตำหนิด่าว่าเรา’”[4]

รายงานจากอับดุลลอฮ บิน สินาน กล่าวว่า “ฉันเคยร่วมกับอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก และมุอฺตะมัร บิน สุลัยมาน ที่ฏ็อรสูส(ตุรกีปัจจุบัน) ผู้คนต่างตระโกนว่า ‘ศัตรู ศัตรู’ อิบนุล มุบาร็อก , มุอฺตะมัร และคนอื่นๆจึงออกไป เมื่อทั้งสองกองทัพเผชิญหน้ากัน ทหารโรมันนายหนึ่งก็ออกมาและท้าดวล(สู้ 1 ต่อ 1) ทหารมุสลิมนายหนึ่งจึงออกไป แต่ทหารกาฟิรคนนั้นสามารถต่อสู้และสังหารเขาได้ และเป็นเช่นนั้นต่อไปจนกระทั่งทหารโรมันสามารถสังหารทหารมุสลิมได้ 6 นาย หทารโรมันนายนั้นยืนระหว่างสองแถว(กองทัพทั้งสอง)อย่างยโสพร้อมประกาศท้าดวล แต่ไม่มีใครเลยที่กล้ารับคำท้าของเขา ทันใดนั้นอิบนุล มุบาร็อก ก็หันมาหาฉัน(ในอีกที่หนึ่งระบุว่า เขาใช้ผ้าปิดหน้า จึงไม่มีใครจำเขาได้นอกจากคนใกล้ชิดเขาเท่านั้น) พร้อมกล่าวว่า ‘โอ้อับดุลลอฮ หากฉันถูกฆ่า จงทำสิ่งนั้นและสิ่งนี้’ แล้วอิบนุล มุบาร็อก ก็ขี้สัตว์พาหนะของเขาและต่อสู้กับทหารกาฟิรคนนั้น เกิดการปะทะกันอยู่ครู่หนึ่ง และสุดท้ายเขาก็สามารถสังหารทหารโรมันคนนั้น และประกาศท้าสู้ หลังจากนั้นทหารกาฟิรคนอื่นๆก็เข้ามา แต่อิบนุล มุบาร็อก ก็สามารถสังหารเขาได้ เป็นเช่นนั้นเรื่อยไปจนกระทั่งเขาสามารถสังหารทหารกาฟิรได้ทั้งหมด 6 นาย อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ยังคงท้าสู้ต่อไป แต่เหมือนว่าพวกเขาจะกลายเป็นพวกขี้ขลาดกันหมดแล้ว(และกองทัพมุสลิมก็เกิดความรู้สึกฮึดสู้อีกครั้ง) เขาให้สัตว์พาหนะกระทืบพื้นจนฝุ่นกระจายบดบังแถวทั้งสองที่เผชิญหน้ากัน แล้วเขาก็หายตัวไป เราไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น(เพราะความตกใจ) แล้วอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างๆฉันเหมือนเดิม พร้อมพูดว่า ‘โอ้อับดุลลอฮ หากเจ้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครๆฟังขณะที่ฉันยังมีชีวิตอยู่แล้วไซร้…’ (แล้วเขาก็พูดคำพูดของเขาที่เป็นการข่มขู่-ผู้แปล) ขณะที่เขายังมีชีวิตนั้นฉันไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้แก่ใครเลยแม้แต่คนเดียว”[5]

นอกจากจะมีชื่อเสียงในด้านความกล้าหาญ ความสมบูรณ์ การเป็นนักต่อสู้ และการเข้าร่วมในการญิฮาดแล้ว ท่านอับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก ยังโดดเด่นในเรื่องคำพูดและบทกลอนด้วย

รายงานจากมุหัมมัด บิน อิบรอฮีม บิน อบูสุกัยนะฮฺ กล่าวว่า : อับดุลลอฮ บิน อัลมุบาร็อก อ่านบทกลอนที่ฏ็อรสูส กล่าวคำอำลาเพื่อออกไป(ญิฮาด)และได้ฝากจดหมายฉบับหนึ่งแก่ฉันเพื่อส่งต่อไปให้อัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ(เสียชีวิตปีฮิจเราะฮฺที่ 170) โดยในจดหมายนั้นเขียนไว้ว่า

يا عابدَ الحرمين لو أبصرتْـَنا … لعلمتَ أنَّكَ في العبادةِ تلعبُ
مَنْ كانَ يخضبُ خدَّه بدموعِه … فنحورنُـا بدمـائِنا تَتَخْضَبُ
أوكان يتعبُ خيله في بـاطل … فخيـولنا يوم الصبيحة تتعبُ
ريحُ العبيرٍ لكم ونحنُ عبـيرُنا … رَهَجُ السنابكِ والغبارُ الأطيبُ
ولقد أتـانا مـن مقالِ نبيِنا … قولٌ صحيحٌ صادقٌ لا يَكذبُ
لا يستوي غبـارُ أهلِ الله في … أنفِ أمرئٍ ودخانُ نارٍ تَلهبُ
هذا كتابُ الله ينـطقُ بيننا … ليسَ الشهيدُ بميـتٍ لا يكذبُ

ผู้นักอิบาดะฮฺแห่งอัลหะเราะมัยนฺ หากท่านได้มองยังเรา 

ท่านจะรู้ว่าท่านนั้นกำลังละเล่นอยู่ในการอิบาดะฮฺ 

ผู้ที่แก้มของเขาเปียกชุ่มด้วยน้ำตาของเขา 

แต่ต้นคอของเราเปียกปอนด้วยเลือดของเรา 

หรือผู้ที่ม้าของเขาเหนื่อยล้าในเรื่องที่ไร้สาระ 

แต่ม้าของเราอ่อนแรงในวันเช้าสาง(เหนื่อยจากการต่อสู้โจมตี) 

กลิ่นอวลของน้ำหอมนั้นสำหรับพวกท่าน 

แต่กลิ่นหอมของเราคือ ดินทรายและฝุ่นละออง 

วจนะของนบีของเราได้มีมายังเรา 

คือวจนะที่ถูกต้อง สัจจริง และไม่โกหก 

ไม่เหมือนกันดอก ฝุ่นละอองจากฝูงม้าของอัลลอฮ 

ในโพรงจมูกของคนๆหนึ่งกับควันไฟที่ลุกโชน[6] 

นี่คือคัมภีร์ของอัลลอฮ ดำรัสระหว่างพวกเรา(ว่า) 

บรรดาชะฮีดจะไม่มีวันตาย และนี่ไม่ใช่เรื่องโกหก[7] 

          ฉัน(มุหัมมัด บิน อิบรอฮีม บิน อบูสุกัยนะฮฺ)ได้พบกับอัลฟุฎ็อยลฺ บิน อิยาฎ ที่มัสญิดหะรอมพร้อมจดหมาย เขาเปิดอ่านและอัลฟุฎ็อยลฺไม่สามารถยับยั้งน้ำตาของตัวเองมิให้ไหลออกมาได้ เขาพูดว่า “อบูอับดิรเราะหฺมานพูดถูก เขาได้ตักเตือนฉัน” แล้วอัลฟุฎ็อยลฺก็พูดว่า “เจ้าคือคนที่เขียนคำพูดนี้(ให้อิบนุลมุบาร็อก)หรือ?” ฉันตอบว่า “ใช่ครับ โอ้อบูอลี” อัลฟุฎ็อยลฺกล่าวว่า “จงเขียนคำพูดต่อไปนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนแก่ความเหนื่อยยากลำบากของเจาที่ได้นำจดหมายของอบูอับดิรเราะหฺมานมาให้เรา”

ต่อมาอัลฟุฎ็อยลฺก็ได้กล่าวคำพูดหนึ่งแก่ฉัน(ว่า) มันศูร บิน อัลมุอฺตะมิร เล่าให้แก่เรา จากอบูศอลิหฺ จากอบูฮุร็อยเราะฮฺ กล่าวว่า

أَنَّ رَجُلا ، قَالَ : يَا رَسُوْلَ اللَّهِ عَلِّمْنِي عَمَلا أَنَالُ بِهِ ثَوَابَ الْمُجَاهِدِ فِي سَبِيلِ اللَّهِ ، فَقَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : ” هَلْ تَسْتَطِيعُ أَنْ تُصَلِّي وَلا تَفْتُرَ ، وَتَصُومَ وَلا تُفْطِرَ ؟ ” قَالَ : يَا نَبِيَّ اللَّهِ أَنَا أَضْعَفُ مِنْ أَنْ أَسْتَطِيعَ ذَلِكَ . ثُمَّ قَالَ : ” فَوَالَّذِي نَفْسِي بِيَدِهِ لَوْ طَوَّقْتَ ذَلِكَ مَا بَلَغْتَ فَضْلَ الْمُجَاهِدِ فِي سَبِيلِ اللَّهِ ، أَمَا عَلِمْتَ أَنَّ فَرَسَ الْمُجَاهِدِ لَتَسْتَنُّ فِي طُولِهِ ، فَيُكْتَبُ لَهُ الْحَسَنَاتُ

          ชายคนหนึ่งพูดว่า โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ โปรดสอนฉันซึ่งการงานหนึ่งที่ผลบุญของมันเสมอเหมือนบรรดาผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงกล่าวว่า ท่านสามารถลหมาดโดยไม่หยุด และถือศีลอดโดยไม่ละได้ไหม?เขาตอบว่า โอ้นบีของอัลลอฮ ฉันอ่อนแอเกินที่จะทำเช่นนั้นได้หลังจากนั้นท่านนบีจึงพูดว่า ขอสาบานด้วนผู้ที่ชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ แม้ว่าหากท่านได้รับความสามารถให้กระทำสิ่งนั้นได้ ท่านก็มิอาจเทียบเท่ากับบรรดาผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮได้อย่างแน่นอน ท่านไม่รู้หรือว่า ม้าของนักต่อสู้ที่กระโดดไปมาที่เชือกของเขานั้น จะถูกบันทึกไว้เป็นความดีสำหรับเขา[8]

______________________________

[1] ดู ศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (4/135)

[2] ดู ศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (4/135)

[3] ดู ศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (4/134 , 135)

[4] ดู ตารีค ลัฆดาด (10/167) และศิฟะตุ อัศศ็อฟวะฮฺ (144)

[5] ดู ตารัค ดิมัชกฺ (38/353 , 354)

[6] กลอนตอนนี้ชี้ไปยังหะดีษบทหนึ่งที่บันทึกโดยอะหฺมัด (2/256 , 342 , 341) , อันนะสาอีย์ (6/12 , 13) , อัลหากิม (2/72) และอัลบัยฮะกีย์ (1/9161) ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺรายงานว่าเคยได้ยินท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

لا يَجْتَمِعُ غُبَارٌ فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَدُخَانُ جَهَّنَمَ فِي جَوْفِ عَبْدٍ أَبَدًا 

ฝุ่นละออง(ที่เกิดจากการต่อสู้)ในหนทางของอัลลอฮและควันไฟนรกญะฮันนัมจะไม่มีทางรวมอยู่ในตัวบ่าวคนใดคนหนึ่งตลอดไป…

[7] กลอนตอนนี้ชี้ไปยังดำรัสของอัลลอฮที่ว่า

وَلَا تَحْسَبَنَّ الَّذِينَ قُتِلُوا فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَمْوَاتًا  بَلْ أَحْيَاءٌ عِندَ رَبِّهِمْ يُرْزَقُونَ 

                และเจ้าจงอย่าได้คิดเป็นอันขาดว่า บรรดาผู้ที่ถูกฆ่าในทางของอัลลอฮนั้นตายมิได้ พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ณ พระเจ้าของพวกเขาในสภาพที่ได้รับปัจจัยยังชีพ (อาลิอิมรอน 3 : 169)

[8] บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ (บท : ญิฮาด 6/4) , มุสลิม(บท : ความเป็นผู้นำ 13/24 , 25)

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: