RSS

วิธีการท่องจำของชาวสะลัฟ

05 มี.ค.

keajaiban hafalan

วิธีการท่องจำของชาวสะลัฟ
โดย ทีมงาน irilaslogo.wordpress.com
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

นี่คือบทความที่คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “Keajaiban Hafalan – อัศจรรย์ความจำ” เขียนโดย อับดุลก็อยยูม บินมุหัมมัด บินนาศิร อัสสะหัยบานีย์ และมุหัมมัด ตะกิยยุลอิสลาม กอรีย์[1] หวังว่าจะช่วยกระตุ้นพลังมุ่งมั่นแก่ตัวข้าพเจ้าเองและท่านทั้งหลายในการท่องจำอัลกุรอานคัมภีร์ของอัลลอฮ อามีน

ต่อไปนี้คือวิธีการท่องจำที่ได้มาจากความเห็นของบรรดาอุละมาอ์ชาวสะลัฟและการปฏิบัติของพวกเขา ซึ่งเรารับทราบดีแล้วถึงความแข็งแรงและแม่นยำที่น่าอัศจรรย์ในการจดจำของพวกเขา ใครต้องการมีความจำดีเหมือนพวกเขา ก็จงเดินตามวิธีการท่องจำของพวกเขา

พึงรู้ว่า นอกจากวิธีการต่างๆที่จะกล่าวถึงแล้ว จำเป็นต้องอาศัยความอดทน อดกลั้น และความมุ่งมั่นที่เปี่ยมล้นด้วย อย่ารีบที่จะเห็นผล อย่ารีบรู้สึกเซ็งหรือเบื่อหน่อย อันเนื่องมาจากใช้เวลานานในการท่องจำ แต่จงพูดกับตัวเองเสมอว่า เราจะต้องอดทนและสำนักอยู่เสมอว่า เรากำลังอยู่บนความดีที่ยิ่งใหญ่ เพราะเวลาอันยาวนานที่ใช้ไปสำหรับการศึกษาเรียนรู้นี้ไม่สูญเปล่า แต่มันคือผลบุญหากเจตนาของเราถูกต้อง

ผู้ได้รับทางชี้นำจากอัลลอฮทั้งหลาย จงรู้ไว้ว่า ในการท่องจำนั้นจำเป็นจะต้องทำ 2 สิ่งสำคัญคือ

1.      การกำหนดปริมาณเนื้อหาที่จะท่องจำ
2.      การทบทวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่เสมอ

ตอนนี้…เรามาพูดถึงมันที่ละข้อกัน

1. การกำหนดปริมาณเนื้อหาที่จะท่องจำ

ผู้ได้รับทางนำทั้งหลาย ท่านจะต้องแบ่งเนื้อหาหลักฐานในวันต่างๆ ท่องส่วนที่กำหนดไว้ในทุกๆวัน และจงแบ่งเนื้อหาในแต่ละส่วนให้น้อยและเรียบง่าย อย่าสร้างความลำบากด้วยการแบ่งเนื้อหาแต่ละส่วนส่วนละมากๆ เพราะจะทำให้เป็นภาระหนักและเบื่อหน่ายในที่สุด

          มีผู้กล่าวว่า ผู้ใดรับความรู้ทีเดียวทั้งหมด มันก็จะหายไปจากเขาทีเดียวทั้งหมดเช่นกัน

และมีกล่าวอีกว่า “การสะสมความรู้มากๆ(ในคราวเดียว) จะทำให้ความเข้าใจคลาดเคลื่อน”

          และที่รักของเรา ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงรับเอามาจากการงานทั้งหลายซึ่งสิ่งที่พวกท่านสามารถ แท้จริงอัลลอฮไม่ทรงเบื่อหน่ายจนกว่าพวกท่านจะรู้สึกเบื่อหน่าย และแท้จริงการงานที่อัลลอฮทรงรักยิ่งคือ การงานที่ต่อเนื่องแม้จะเล็กน้อยก็ตาม” [2]

          อัลเคาะฏีบ อัลบัฆดาอีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “คนๆหนึ่งควรพิถีพิถันในการรับความรู้ และอย่ารับมากๆ เขาความรับความรู้ที่ละเล็กทีละน้อย เหมาะสมกับกำลังความสามารถของเขาในการจดจำมันและที่ง่ายดายสำหรับการเข้าใจ เพราะอัลลอฮได้ตรัสไว้ว่า

وَقَالَ الَّذِينَ كَفَرُوا لَوْلَا نُزِّلَ عَلَيْهِ الْقُرْآنُ جُمْلَةً وَاحِدَةً كَذَلِكَ لِنُثَبِّتَ بِهِ فُؤَادَكَ وَرَتَّلْنَاهُ تَرْتِيلاً

          และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา กล่าวว่า ”ทำไมอัลกุรอานจึงไม่ถูกประทานลงมาแก่เขาครั้งเดียวกันทั้งหมด?” เช่นนั้นแหละเพื่อเราจะทำให้หัวใจของเจ้ามั่นคงหนักแน่น และเราได้จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย (อัลฟุรกอน 25 : 32)

          ท่านอัลเคาะฏีบยังกล่าวอีกว่า “เพิ่งรู้ไว้ว่า หัวใจนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะร่างกาย หัวใจสามารถนำพาหลายสิ่งหลายอย่างได้ และอ่อนแอ(ไม่มีความสามารถ)ที่จะนำพาหลายสิ่งหลายอย่างอื่นได้เช่นกัน เช่นเดียวกับร่างกาย คนบางคนสามารถแบกของหนัก 200 ริฎลฺ(1 ริฎลฺเท่ากับ 8 ออนซ์โดยประมาณ)ได้ และบางคนไม่มีความสามารถแม้เพียง 20 ริฎลฺ เช่นเดียวกันบางคนในหมู่พวกเขาสามารถเดินทางไกลหลายฟัรสัค(1 ฟัรสัคเท่ากับ 8 กิโลเมตรโดยประมาณ)ในเวลา 1 วันโดยไม่ทำให้เขาอ่อนแรงเลย แต่บางคนไม่สามารถเดินทางเพียงไม่กี่ไมล์ และเพียงแค่นั้นก็เป็นอันตรายสำหรับเขาแล้ว ในหมู่พวกเขามีบางคนที่สามารถทานอาหารได้หลายริฏลฺ ในขณะที่บางคนทานได้เพียง 1 ริฎลฺหรือน้อยกว่านั้น

          เช่นเดียวกับหัวใจของมนุษย์ บางคนสามารถท่องจำ(ความรู้ใน) 10 แผ่นกระดาษภายในเวลา 1 ชั่วโมง และบางคนไม่สามารถท่องจำเพียงครึ่งหน้ากระดาษในเวลาหลายวันได้ เมื่อคนที่มีความสามารถในการท่องจำเพียงครึ่งหน้าต้องการท่องจำ 10 หน้า เพราะต้องการเลียนแบบผู้อื่น ความอ่อนล้าและเบื่อหน่ายก็จะประสบกับเขา เขาก็จะลืมสิ่งที่ได้ท่องจำไป และสิ่งที่เขาได้ยันมาก็จะไม่ให้ประโยชน์อันใด

          ดังนั้น เราทุกคนจะต้องกำหนดแก่ตนเองให้เหมาะสมกับกำลังความสามารถของแต่ละคน ตราบใดที่ไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่นต้องลดน้อยลง เพราะดังกล่าวนั้นจะช่วยเขาในการศึกษาเรียนรู้มากกว่าสติปัญญาที่ดีและผู้สอนที่ชาญฉลาดเสียอีก[3]

          ยูนุส บินยะซีด กล่าวว่า ท่านอิบนุชิฮาบ กล่าวว่า “โอ้ยูนุส ท่านอย่าได้หยิ่งยโสต่อความรู้ เพราะความรู้นั้นคือหุบเขาต่างๆ หุบเขาใดก็ตามที่ท่านมุ่งก้าวไป หุบเขานั้นจะตัดขาดท่านก่อนที่ท่านจะถึงมัน แต่จงเดินทางผ่านหุบเขานั้นด้วยการเดินทางทั้งเช้าและค่ำ และท่านอย่ารับความรู้ทีเดียวทั้งหมด เพราะความรู้นั้นจะหายไปจากท่านทีเดียวทั้งหมดเช่นกัน แต่จงรับทีละเล็กทีละน้อย สอดคล้องกับการเดินทางในตอนเช้าและตอนค่ำ” [4]

          และยูนุสยังกล่าวอีกว่า ฉันได้ยินท่านอัซซุฮฺรีย์ กล่าวว่า “หากท่านรับความรู้นี้มากจนเกินไป ความรู้นั้นจะทำให้ท่านพ่ายแพ้ และท่านจะไม่ได้รับมันเลยแม้แต่น้อย แต่จงรับความรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการเดินทางของกลางวันและกลางคืน แล้วท่านจะได้รับมันอย่างแน่นอน” [5]

บรรดาอุละมาอ์ชาวสะลัฟใช้วิธีการนี้อย่างจริงจังและเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความมุ่งมั่นมากที่จะปฏิบัติมันกับตัวเองและลูกศิษย์ของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น ท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ศึกษาสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺนาน 4 ปี[6] และมีกล่าวว่าท่านเรียนรู้มันนาน 8 ปี[7]

          อบูอับดุรเราะหฺมาน อัสสุละมีย์ กล่าวว่า “เมื่อเราเรียนรู้อัลกุรอาน 10 อายะฮฺ เราจะไม่เรียนรู้ 10 อายะฮฺต่อไป จนกว่าเราจะรู้และเข้าใจเกี่ยวกับหุกุ่มหะลาลและหะรอมที่มีอยู่ในอายะฮฺดังกล่าว รวมถึงคำสั่งใช้และข้อห้ามด้วย” [8]

          อบูบักรฺ บินอิยาช กล่าวว่า “ฉันเรียนรู้อัลกุรอานจากอาศิม บินอบีอันนะญูด อาศิมสั่งให้ฉันอ่านในทุกๆวันเพียง 1 อายะฮฺเท่านั้น ห้ามเกิน ท่านกล่าวว่า ‘แท้จริงนั้นคือสิ่งที่เหมาะสมกับเจ้า’ ฉันเกรงว่าอาจารย์(อาศิม)จะเสียชีวิตก่อนที่จะได้ศึกษาอัลกุรอานจบ ฉันจึงเร่งเร้าขอจากท่าน สุดท้ายท่านอนุญาตให้ฉันอ่าน 5 อายะฮฺต่อวัน” [9]

          นั่นคืออาศิมที่กำหนดปริมาณการท่องจำแก่อบูบักรฺ เพื่อที่เขาจะได้บรรลุความแม่นยำในการจดจำเหมือนที่อาศิมได้รับมาแล้ว ท่านอาศิมกล่าวว่า “ฉันป่วยนาน 2 ปี หลังจากหายดีแล้ว ฉันอ่านอัลกุรอาน(จากความจำ) และไม่มีความผิดพลาดแม้แต่อักษรเดียว” [10]

 

2. การทบทวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่เสมอ

หลังจากที่ได้ทำประการแรกแล้ว ท่านจะต้องทบทวนเนื้อหาหลักฐานที่ท่องจำให้มากที่สุด จงจำไว้ว่า ความจำจะไม่แข็งแรงแม่นยำ นอกจากด้วยการทบทวนอยู่เสมอ ท่านอิบนุลเญาซีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ อัลหัษษุ อะลา หิฟซิล อิลมิ ว่า “แนวทางการเสริมสร้างความจำดีนั้น คือด้วยการทบทวนให้มาก และมนุษย์นั้นมีระดับขั้นที่แตกต่างกันในเรื่องการจดจำ ส่วนหนึ่งของพวกเขาความจำแม่นยำดี แม้จะทบทวนเพียงน้อยนิด และบางคนจะยังไม่จดจำ จนกว่าจะผ่านการทบทวนหลายๆครั้ง ดังนั้นหลังจากท่องจำแล้วจะต้องมีการทบทวนความจำอยู่เสมอ เพื่อให้ความจำแม่นยำและยั่งยืน”

          ท่านอิบนุลเญาซีย์ กล่าวต่อไปว่า “ฉันได้สังเกตเห็นผู้คนที่ศึกษาฟิกฮฺ ปรากฏว่าพวกเขาทบทวนบทเรียนเพียงแค่ 2 หรือ 3 ครั้งเท่านั้น หลังจากผ่านไป 2 วัน บางคนของพวกเขาก็ลืมบทเรียนนั้น เมื่อเขาจำต้องการพูดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้น เขาก็ไม่สามารถพูดได้ เวลาในตอนแรกจึงหมดไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาจึงต้องกลับไปทบทวนใหม่อีกครั้งอย่างลำบากเหมือนช่วงเวลาแรกของการท่องจำ นี่เป็นเพราะว่าเขาไม่ยอมเสริมความจำของตัวเอง(ด้วยการทบทวนให้มากตั้งแต่แรก)”

          อัซซัรนุญีย์ กล่าวว่า “สมควรที่นักศึกษาจะต้องเตรียมพร้อมและกำหนดเวลาสำหรับการทบทวนให้แก่ตัวเอง เพราะความจำนั้นจะยังไม่มั่นคงในหัวใจของเขา จนกว่าเขาจะบรรลุซึ่งสิ่งที่เขาได้กำหนดให้กับตัวเอง และนักศึกษาสมควรทบทวนความรู้ใหม่ 5 ครั้ง(ต่อวัน) ทบทวนความรู้ของ 2 วันที่ผ่านมา 4 ครั้ง ทบทวนความรู้ของ 3 วันที่แล้ว 3 ครั้ง ทบทวนความรู้ของ 4 วันที่ผ่านมา 2 ครั้ง และทบทวนความรู้ของ 5 วันที่แล้ว 1 ครั้ง วิธีการเช่นนี้แหล่ะที่ส่งเสริมและช่วยให้จดจำได้เร็ว”

อัลเคาะฏีบได้นำเสนอคำพูดของอัลกอมะฮฺไว้ในหนังสือ ตะอฺลีมุล มุตะอัลลิม เฏาะรีกุต ตะอัลลุม ว่า “จงใช้เวลาให้นานในการทบทวนหะดีษ แล้วหะดีษนั้นจะไม่หายไปไหนอย่างแน่นอน” และคำพูดของสุฟยานว่า “จงทำให้หะดีษเป็นผู้พูดและผู้รำพึงย้ำเตือนในหัวใจของพวกท่าน แล้วพวกท่านจะจดจำได้” [11]

อัลหะสัน บินอบูบักรฺ อันนัยสะบูรีย์ กล่าวว่า : นักนิติศาสตร์(อะฮฺลุลฟิกฮฺ)คนหนึ่งทบทวนบทเรียนที่บ้านของเขาหลายครั้ง หญิงชราคนหนึ่งที่บ้านหลังนั้นพูดว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ ฉันจำมันแล้ว” นักนิติศาสตร์กล่าวว่า “คุณยาย ทบทวนบทเรียนนั้นเถิด” หญิงชราตอบว่า “ฉันลืมบทเรียนนั้นแล้ว” นักนิติศาสตร์พูดว่า “ฉันทบทวนเสมอเพื่อจะได้ไม่ประสบกับสิ่งที่ประสบกับท่าน” [12]

          ชัยคฺ อับดุลลอฮ บินอับดุรเราะหฺมาน อัลญิบรีน กล่าวว่า “โดยทั่วไปแล้ว ใครที่ท่องจำอย่างรวดเร็วโดยไม่ทบทวนมัน เขาก็จะลืมไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน และแท้จริงส่วนมากของนักศึกษาในสมัยก่อนนั้นพวกเขาจะทุ่มเทพลังมุ่งมั่นในการท่องจำ จนกระทั่งคนหนึ่งในหมู่พวกเขาอ่านหะดีษ 1 บท หรือ 1 เรื่องมากถึง 100 ครั้ง จนกระทั่งมันฝั่งแน่นในสมองของเขา หลังจากนั้นพวกเขาก็ทบทวนในสิ่งที่ได้ท่องจำ” [13]

ท่านผู้ที่ได้รับทางนำทั่งหลาย หวังว่าอัลลอฮจะเพิ่มพูนทางนำแก่ท่าน แท้จริงบรรดาอุละมาอ์ได้กำหนดเป็นข้อบังคับให้แก่ตัวพวกเขาเองซึ่งการทบทวนบทเรียน แต่บางครั้งความท้อแท้และความเบื่อหน่ายก็รุมเร้า ต่อไปนี้คือวิธีการที่เหล่าผู้รู้ใช้ในการขจัดสิ่งเหล่านั้น

ท่านอลี บินอับดุรเราะหฺมาน อัสสะหัยบานีย์ ได้เล่าแก่ข้าพเจ้าว่า ที่มอริทาเนีย เขาได้พบกับชาวชินกีซบางคนที่มีความจำดี ท่านถามเขาเกี่ยวกับวิธีการทบทวน? เขาตอบว่า “ฉันทบทวนบทเรียนด้วยการหันไปทั่วทุกทิศประมาณ 80 ครั้ง คือ หันไปทางทิศตะวันออก แล้วอ่าน 80 ครั้ง ต่อมาก็หันไปทางทิศตะวันตก และอ่าน 80 ครั้ง เรื่อยไป(ทุกทิศ)”

นี่คือความพยายามในการขจัดความเบื่อหน่าย และคือการบังคับให้ทบทวนได้ตามที่ตนกำหนดไว้ หากเขาเอาแต่นั่งท่องจำอยู่ในบ้าน และต้องการทบทวนในปริมาณขนาดนี้ เขาจะต้องท้อแท้และเบื่อหน่ายอย่างแน่นอน

หมายเหตุสำคัญ

  1. 1.       ใครก็ตามที่ต้องการท่องจำ เขาจะต้องปรับเนื้อหาที่อ่านให้อ่านอย่างถูกต้องก่อน และจะต้องไม่เริ่มท่องจำจนกว่าจะได้แก้ไขมัน เพราะ(หากยังคงผิดพลาด)อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความหมายและคลาดเคลื่อนในการอ่านได้
  2. 2.       นักเรียนนักศึกษาควรใช้เสียงดังขณะท่องจำ[14] เพราะเสียงที่หูได้ยินนั้นจะซึมซับลงไปในหัวใจและทำให้ท่องจำได้ง่ายขึ้น ดังนั้นนักศึกษาจึงมักจะจดจำสิ่งที่เขาได้ยินมากกว่าที่อ่าน

อัลอัสกะรีย์ กล่าวว่า ฉันได้ฟังเรื่องเล่าหนึ่งจากอบูหะมีดว่า เขาได้กล่าวแก่เพื่อนๆของเขาว่า “ขณะที่พวกท่านศึกษาเรียนรู้ จงใช้เสียงที่ดัง เพราะมันทำให้จำได้ดีและขจัดอาการง่วงนอนได้” และเขายังกล่าวอีกว่า “การอ่านเสียงเบานั้นเพื่อการเข้าใจ ในขณะที่การอ่านเสียงนั้นทั้งสำหรับท่องจำและเข้าใจ” [15]

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน และมวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮ ผู้ทรงทำให้สิ่งดีงามมีความสมบูรณ์ด้วยความโปรดปรานของพระองค์

ที่มา : http://irilaslogo.wordpress.com/2010/03/19/metode-menghafal-ulama-salaf-penuntut-ilmu-itu-gemar-menghafal-alquran-part-2/ (แก้ไขเล็กน้อย)


[1] เป็นหนังสือแปลอินโดนีเซีย โดยรวมหนังสือ 2 เล่มเข้าด้วยกัน ได้แก่หนังสือ “การท่องจำ ; ความสำคัญ ความอัศจรรย์ แนวทาง สาเหตุ” (الحفـظ : أهميته . عجائبه . طريقته . أسبابه) เขียนโดย อับดุลก็อยยูม บินมุหัมมัด บินนาศิร อัสสะหัยบานีย์ และหนังสือ “คำแนะนำแด่ผู้ต้องท่องจำอัลกุรอาน” (الأجوبة الحسان لمن أراد بحفظ القرأن) เขียนโดย มุหัมมัด ตะกิยยุลอิสลาม กอรีย์

[2]  บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม

[3] อัลฟะกีฮฺ วัลมุตะฟักกิฮฺ 2/107 ใน Keajaiban Hafalan

[4] ญามิอฺ บะยานิล อิลมิ วะฟัฎลิฮฺ หน้า 168

[5] ญามิอฺ บะยานิล อิลมิ วะฟัฎลิฮฺ หน้า 168

[6] อัฏเฏาะบะกอต อัลกุบรอ เขียนโดย อิบนุสะอดฺ 4/123

[7]  อัลญามิอฺ ลิ อะหฺกาม อัลกุรอาน

[8] อัลญามิอฺ ลิ อะหฺกาม อัลกุรอาน

[9]  เฏาะบะกอต อัลหะนาบิละฮฺ 1/42

[10] สิยัร อะอฺลามิน นุบะลาอ์ 5/258

[11] อัลญามิอฺ ลิ อัคลากิร รอวีย์ 2/226

[12] อัลหัษษุ อะลา หิฟซิล อิลมิ หน้า 21

[13] กัยฟะ ตัฏลูบ อัลอิลมฺ โดย ชัยคฺ ดร.อับดุลลอฮ บินอับดุรเราะหฺมาน อัลญิรีน หน้า 31

[14] คือ ไม่อ่านหรือท่องจำในใจ

[15] อัลหัษษุ อะลา เฏาะละบิล อิลมิ หน้า 72 ใน Keajaiban Hafalan

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

5 responses to “วิธีการท่องจำของชาวสะลัฟ

  1. fadilahsam

    มีนาคม 5, 2014 at 1:28 pm

    อัลฮัมดูลิลลาฮ ญาซากัลลอฮูคอยรอนที่นำสิ่งดีๆมาแบ่งปันให้กับพี่น้อง เป็นประโยชน์มากๆ

    ขอนอกเรื่องนิดนึงนะคะ อยากศึกษาภาษาอาหรับ ควรเริ่มต้นอย่างไรดีคะ อยากอ่านเเล้วรู้ความหมาย มันคงจะช่วยในการท่องจำได้มากขึ้น อินชาอัลลอฮ

     
    • bushrohouse

      มีนาคม 6, 2014 at 1:04 pm

      อัลหัมดุลิลลาฮ ถ้าได้รับประโยชน์แล้ว ก็อย่าลืมแบ่งปันให้คนอื่นๆต่อด้วยน่ะครับ

      ผมแนะนำให้ศึกษาภาษาอาหรับจากอัลกุรอาน โดยพยายามอ่านอัลกุรอานให้บ่อยๆ ควบคู่กับการอ่านความหมายแปลไทยไปด้วย(ใช้อัลกุรอานแปลไทยเล่มสีแดงของนักเรียนเก่าอาหรับก็ได้) ขณะอ่านพยายามจับคู่คำอาหรับกับความหมาย ใช้วิธีขีดโยงเส้นจับคู่กัน หรือใช้ปากกาเน้นข้อความขีดสีคำกับความหมายสีเดียวกัน แล้วแต่จะสะดวกเลย สำคัญคือพยายามดูและจับคู่กันและอ่านบ่อยๆ วิธีนี้จะทำให้เราใกล้ชิดกุรอ่าน แถมยังได้เรียนรู้ศัพท์อาหรับด้วยครับ

      แล้วเสริมด้วยการเรียนรู้หลักไวยกรณ์จากหนังสือหรือครูผู้สอน(อันนี้เลี่ยงไม่ได้) ขอให้ได้หลักไวยกรณ์พื้นฐาน ก็ทำให้อ่าน/เข้าใจอาหรับได้แล้วครับ อินชาอัลลอฮ

       
      • fadilahsam

        มีนาคม 6, 2014 at 1:27 pm

        ญาซากัลลอฮูคอยรอน สำหรับคำแนะนำค่ะ ทุกวันนี้อ่านอัลกุรอานเเต่ไม่รู้ความหมาย ส่วนมากแล้วเมื่ออ่านจบในแต่ละครั้งก็จะค่อยไปเปิดอัลกรุอานแปลไทยเล่มแดงนั่นละค่ะมาศึกษาความหมาย เเต่มีเป็นแบบ e-book เปิดมาอ่านเฉพาะความหมายภาษาไทย เเต่ไม่ได้ศึกษาคำศัพท์แต่ละตัว วิธีที่พี่น้องแนะนำจะนำไปปฏิบัตินะคะ อินชาอัลลอฮ แล้วพี่น้องพอจะแนะนำหนังสือเกี่ยวกับไวยกรณ์อาหรับที่อ่านเเล้วสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายๆไหมคะ ส่วนคำศัพท์นั้น เราจะเช็คว่าแปลถูกต้องไหมโดยการนำไปเทียบกับศัพท์ในอายะห์อื่นๆด้วยใช่ไหมคะ ญาซากัลลอฮูคอยรอนอีกครั้งสำหรับคำแนะนำดีๆค่ะ

         
  2. fadilahsam

    มีนาคม 6, 2014 at 1:28 pm

    Reblogged this on fadilahsam.

     
    • bushrohouse

      เมษายน 15, 2014 at 4:57 am

      หนังสือไวยกรณ์อย่างง่าย ของอ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย เป็นหนังสือสอนไวยกรณ์อาหรับฉบับภาษาไทยที่ดีอีกเล่มหนึ่งครับ ลองหาซื้อมาอ่านศึกษาดูน่ะครับ ส่วนการเทียบศัพย์นั้นเมื่อเราทำไปสักพักหนึ่ง เราจะเจอคำศัพท์ที่เราเคยจับคู่ความหมายมาแล้วก่อนหน้านี้ ก็จะยิ่งทำให้เราจดจำความหมายได้แม่นย้ำขึ้น ลองทำไปเรื่อยๆครับ จะพบว่า มันไม่ยากเท่าไหร่นักหรอกที่จะเข้าใจอัลกุรอาน อินชาอัลลอฮ

       

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: