RSS

รักของฉัน รักของคุณ และรักของเขา (ตอนที่ 2)

31 ธ.ค.

Love2
รักของฉัน รักของคุณ และรักของเขา
(4 เรื่องสำคัญของความรัก)
(ตอนที่ 2)
เขียนโดย ดร.เรฮานุล บะหฺร็อยนฺ
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

4 ปัญหาสำคัญของเรื่องรักๆ

            ผมจะขออธิบายทีละปัญหา ดังนี้ :

1. การเมาความรัก

อาการเมารัก…คนๆหนึ่งจะยังไม่ใช่วัยรุ่นหากไม่เคยได้ยินมัน และยังไม่ใช่ผู้ใหญ่หากยังไม่เคยได้สัมผัสหรือได้ลิ้มรสของมัน ภาษาอาหรับใช้คำว่า อัล-อิชกฺ(العِشْق)

อัล-อิชกฺ เป็นคำที่คนอาหรับไม่ค่อยใช้กัน มันจึงถูกบรรจุไว้ในหนังสือเฆาะรีบ หะดีษ [1]หลายๆเล่ม ส่วนหนึ่งคือหนังสือ อัล-อิศบาหฺ อัล-มุนีร ของอบุล อับบาส อัล-หะมาวีย์ ซึ่งได้อธิบายไว้ว่า

عَشِقَ عَشَقًا مِنْ بَابِ تَعِبَ وَالِاسْمُ الْعِشْقُ بِالْكَسْرِ

قَالَ ابْنُ فَارِسٍ الْعِشْقُ الْإِغْرَامُ بِالنِّسَاءِ وَالْعِشْقُ الْإِفْرَاطُ فِي الْمَحَبَّةِ

وَرَجُلٌ عَاشِقٌ وَامْرَأَةٌ عَاشِقٌ أَيْضًا.

          อะชิเกาะ อะชะก็อน มาในรูปคำกริยาของ ตะอิบะ และรูปคำนามคือ อัล-อิชกฺ โดยใช้กัสเราะฮฺ ท่านอิบนุฟาริสกล่าวว่า อัล-อิชกฺคือการหลงใหลในหญิงสาว และอัล-อิชกฺคือการเลยเถิดในความรัก ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง (อัล-มิศบาหฺ อัล-มุนีร 2/412 , มักตะบะฮฺ อิลมียะฮฺ , เบรุต , อัช-ชามิละฮฺ)

ความจริงแล้ว วัยรุ่นมากมายในปัจจุบันที่ตั้งคำถาม เสาะแสวง และค้นหาเกี่ยวกับอัล-อิชกฺ แต่ธาตุแท้ของมันนั้นเป็นดังคำตอบของท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ครั้นถูกญิบรีลถามเกี่ยวกับวันกิยามะฮฺ

ما المسعول عنها بأعلم من السائل

ผู้ถูกถามไม่ได้รู้ไปมากกว่าผู้ถามเลย

            หนุ่มสาวในปัจจุบันเข้าใจมันมากกว่า และอาจมีประสบการณ์เกี่ยวกับอัล-อิชกฺมากกว่า(คนรุ่นก่อน) แต่เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เรามาดูความเข้าใจที่อุละมาอ์ได้อธิบายเอาไว้ดีกว่า เพราะส่วนมากแล้วพวกเขาจะทำวุฎูออ์และละหมาด 2 ร็อกอะฮฺก่อนสลักความรู้ลงบนแผ่นกระดาษเสมอ

อัล-อิชกฺในอัล-กุรอาน

คงดีไม่น้อยหากเราได้ลองเปิดดูอัลกุรอานเสียก่อน…เปิดดูอายะฮฺที่พูดถึงอัล-อิชกฺ ก่อนที่จะศึกษาคำอธิบายของคนที่เป็นทั้งผู้รู้ คุณหมอ และผู้เชี่ยวชาญเรื่องหัวใจอย่าง อิมามอิบนุก็อยยิม อัล-เญาซียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮ แล้วตามด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับอัล-อิชกฺ 2 เรื่องที่มีกล่าวไว้ในหนังสือ อัล-ญะวาบ อัล-กาฟีย์ ลิมัน สะอะละ อัน อัด-ดะวาอิ อัช-ชาฟีย์

หนึ่ง: เรื่องราวของนบียูสุฟ อะลัยฮิสสะลาม และนางซุลัยคอ

เป็นเรื่องหนึ่งที่มุสลิมอาจจะต้องตรวจสอบศรัทธาของตนเอง หากชีวิตนี้ไม่เคยฟังหรือได้ยินเกี่ยวกับมันเลย

وَرَاوَدَتْهُ الَّتِي هُوَ فِي بَيْتِهَا عَن نَّفْسِهِ وَغَلَّقَتِ الْأَبْوَابَ وَقَالَتْ هَيْتَ لَكَ ۚ قَالَ مَعَاذَ اللَّهِ ۖ إِنَّهُ رَبِّي أَحْسَنَ مَثْوَايَ ۖ إِنَّهُ لَا يُفْلِحُ الظَّالِمُونَ ﴿٢٣﴾ وَلَقَدْ هَمَّتْ بِهِ ۖ وَهَمَّ بِهَا لَوْلَا أَن رَّأَىٰ بُرْهَانَ رَبِّهِ ۚ كَذَٰلِكَ لِنَصْرِفَ عَنْهُ السُّوءَ وَالْفَحْشَاءَ ۚ إِنَّهُ مِنْ عِبَادِنَا الْمُخْلَصِينَ ﴿٢٤﴾

และนางได้ยั่วยวนเขาโดยที่เขาอยู่ในบ้านของนาง และนางได้ปิดประตูอย่างแน่นและกล่าวว่า ”มานี่ซิ!“ เขากล่าวว่า “ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ แท้จริงเขาเป็นนายของฉัน ให้ที่พักพิงที่ดียิ่งแก่ฉัน แท้จริงบรรดาผู้อธรรมจะไม่บรรลุความสำเร็จ” และแท้จริงนางได้ตั้งใจมั่นในตัวเขาและเขาก็ตั้งใจในตัวนาง หากเขาไม่เห็นหลักฐานแห่งพระเจ้าของเขา เช่นนั้นแหละเพื่อเราจะให้ความชั่ว(อัส-สูออ์)และการลามก(อัล-ฟะหฺชาอ์)ห่างไกลจากเขา แท้จริงเขาคือคนหนึ่งในปวงบ่าวของเราที่สุจริต (ยูสุฟ 12 : 23-24)

อิมามอิบนุก็อยยิม อัล-เญาซียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮ ได้กล่าวถึงความหมายของ “อัส-สูอฺอ์” (السوء) ไว้ว่า

وَأَخْبَرَ سُبْحَانَهُ أَنَّهُ صَرَفَ عَنْهُ السُّوءَ مِنَ الْعِشْقِ وَالْفَحْشَاءَ مِنَ الْفِعْلِ بِإِخْلَاصِهِ

            อัลลอฮได้ตรัสว่าพระองค์ทรงให้เขา(นบียูสุฟ)ห่างไกลจากอัส-สูอฺอ์(ความชั่ว) อันได้แก่ อัล-อิชกฺและความลามก เนื่องด้วยการกระทำที่บริสุทธิ์ใจของเขา (อัล-ญะวาบุ อัล-กาฟีย์ 212 , ดาร อัล-มะอฺริฟะฮฺ ,  พิมพ์ครั้งที่ 1 อัช-ชามิละฮฺ)

สอง: เรื่องราวของกลุ่มชนนบีลูฏ อะลัยฮิสสะลาม

ขณะที่นบีลูฏ อะลัยฮิสสะลาม ได้เสนอลูกสาวของท่านแก่กลุ่มชนของท่านว่า

قَالَ يَا قَوْمِ هَٰؤُلَاءِ بَنَاتِي هُنَّ أَطْهَرُ لَكُمْ ۖ فَاتَّقُوا اللَّهَ وَلَا تُخْزُونِ فِي ضَيْفِي ۖ أَلَيْسَ مِنكُمْ رَجُلٌ رَّشِيدٌ ﴿٧٨﴾

                และกลุ่มชนของเขาได้มาหาเขา พวกเขารีบร้อนมายังเขา และก่อนหน้านั้นพวกเขาเคยทำความชั่ว เขากล่าวว่า “กลุ่มชนของฉันเอ๋ย! เหล่านี้คือลูกสาวของฉัน พวกนางนั้นบริสุทธิ์สำหรับพวกท่าน ดังนั้น พวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮเถิด และอย่าทำให้ฉันขายหน้าต่อแขกของฉันเลย ไม่มีคนที่มีสติสัมปชัญญะในหมู่พวกท่านบ้างหรือ?” (ฮูด 11 : 78)

พวกเขาตอบกลับว่า

قَالُوا لَقَدْ عَلِمْتَ مَا لَنَا فِي بَنَاتِكَ مِنْ حَقٍّ وَإِنَّكَ لَتَعْلَمُ مَا نُرِيدُ ﴿٧٩﴾

                พวกเขากล่าวว่า “โดยแน่นอน ท่านรู้ดีว่าเราไม่มีสิทธิ์ในลูกสาวของท่าน และแท้จริงท่านรู้ดีถึงสิ่งที่เราปรารถนา”  (ฮูด 11 : 79)

ความปรารถนาของพวกเขาคือการระบายพลังอัล-อิชกฺต่อชายหนุ่มที่แข็งแรงและหล่อเหลาเหมือนฑูตสวรรค์ พวกเขาหลงทางไปถึงระดับที่สูงสุดของอัล-อิชกฺ นั่นคือ “อัล-มะหับบะฮฺ อัล-มุรดาน” (المحبة المردان) หมายถึง ความรักที่ถึงระดับการเป็นทาสของความรัก

อิมามอิบนุก็อยยิม อัล-เญาซียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮ ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า

هُوَ مَقْتٌ عِنْدَ اللَّهِ وَبُعْدٌ مِنْ رَحْمَتِهِ، وَهُوَ أَضَرُّ شَيْءٍ عَلَى الْعَبْدِ فِي دِينِهِ وَدُنْيَاهُ،

وَهُوَ عِشْقُ الْمُرْدَانِ وَهَذِهِ الْمَحَبَّةُ هِيَ الَّتِي جَلَبَتْ عَلَى قَوْمِ لُوطٍ مَا جَلَبَتْ، فَمَا أُتُوا إِلَّا مِنْ هَذَا الْعِشْقِ

            มันคือความโกรธกริ้ว ณ ที่อัลลอฮ และห่างจากความเมตตาของพระองค์ มันคือสิ่งที่อันตรายสำหรับศาสนาและดุนยาของบ่าว นั่นคือ “อัล-อิชกฺ อัล-มุรดาน” นี่คือรักที่เกิดกับกลุ่มชนของนบีลูฏ อะลัยฮิสสะลาม พวกเขามิได้ถูกมอบ(การลงโทษ) นอกจากเพราะอัล-อิชกฺนี้ (อัล-ญะวาบ อัล-กาฟีย์ 241-242 ,  ดาร อัล-มะอฺริฟะฮฺ , พิมพ์ครั้งที่ 1 อัช-ชามิละฮฺ)

สุบหานัลลอฮ ปัจจุบันนี้การรักร่วมเพศหรือเลสเบี้ยนได้แพร่ระบาด ได้รับการสนับสนุนทางกฏหมายจากผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาบอกว่านี่ไม่ใช่โรคทางจิตและเราก็เป็นมนุษย์ที่ต้องการความรักและการดูแล และที่แย่กว่านั้นคือ มุสลิมบางส่วนก็ร่วมทำให้เรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพียงเพราะมีแผ่นกระดาษตราดีนารเสียบไว้ที่ปากของพวกเขา พวกเขาจึงเงียบไม่ไหวติง

มนุษย์อ่อนแอต่อผู้หญิง

อายะฮฺอัล-กุรอานได้กล่าวถึงอัล-อิชกฺ โดยเฉพาะต่อผู้หญิงว่า

وَخُلِقَ الْإِنسَانُ ضَعِيفًا ﴿٢٨﴾

            และมนุษย์นั้นถูกบังเกิดขึ้นในสภาพที่อ่อนแอ  (อัน-นิสาอ์ 4 : 28)

            อ่อนแอต่ออะไร? คำตอบคือ อ่อนแอต่อผู้หญิง อิมามอัล-กุรฏุบีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ ได้กล่าวไว้ในหนังสือตัฟสีรของท่านว่า

وَقَالَ طَاوُسٌ: ذَلِكَ فِي أَمْرِ النِّسَاءِ خَاصَّةً. وَرُوِيَ عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ

أَنَّهُ قَرَأَ (وَخَلَقَ الْإِنْسَانَ ضَعِيفًا) أَيْ وَخَلَقَ اللَّهُ الْإِنْسَانَ ضَعِيفًا، أَيْ لَا يَصْبِرُ عَنِ النِّسَاءِ

            ฏอวูสกล่าวว่า ดังกล่าวนั้นเกี่ยวกับผู้หญิงโดยเฉพาะ ในรายงานจากอิบนุอับบาสระบุว่า ท่านอ่านอายะฮฺ (وَخَلَقَ الْإِنْسَانَ ضَعِيفًا) (และกล่าวว่า) คือไม่อดทนต่อ(การล่อใจ)ของผู้หญิง (อัล-ญามิอฺ ลิอะหฺกามิ  อัล-กุรอาน 5/149 , ดาร อัล-กุตุบ อัล-มิศรียะฮฺ , พิมพ์ครั้งที่ 2 อัช-ชามิละฮฺ)

ผู้ชายหัวใจบริสุทธิ์อย่างอิมามอัช-ชาฟิอีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ ถึงกับความจำเสื่อมสภาพลงเพราะเพียงเห็นส้นเท้าของสตรี แต่ใจเรากลับแข็งกระด้างเพราะมองสิ่งที่มากกว่านี้เป็นประจำ หัวใจนี้รู้สึกไม่สงบและปั่นป่วนวุ่นวายเมื่อพิษร้ายของดวงตาถูกปกปิด และสัญญาณเตือนความผิดก็ไม่ส่งเสียงเรียกขณะนอนจมอยู่กับบาปกรรม  ถึงแม้นจะได้ยิน…แต่ดวงตาของหัวใจก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา และความศรัทธาก็ไม่คุ้มครองสติปัญญาแต่อย่างใด โอ้อีมานที่อ่อนแอ…จงอ้อนวอนต่อพระเจ้าของเจ้าเถิดว่า โอ้อัลลอฮ…สิ่งถูกสร้างนี้ของพระองค์ท่านช่างรวดเร็วในการทำลายสติของผู้ชายจริงๆ  เราไม่พร้อม…หากพระองค์ทำให้มันแพร่กระจาย ถึงเวลาแล้วหรือ…ที่เหล่าชายทั้งหลายต้องสวมเสื้อคลุมและผ้าปิดหน้าเพื่อซ่อนลูกตาของพวกเขาจากพวกเธอ??

คำพูดของอุละมาอ์เกี่ยวกับอัล-อิชกฺ

ความชั่ว ความเลวร้าย และความอัปยศของอัล-อิชกฺปรากฏชัด และพวกท่าน…โอ้ผู้ดื่มด่ำกับน้ำเมาแห่งรักต่างก็รู้ซึ้งดี ดังนั้นผมจะนำเสนอด้วยความชัดเจนและมีระเบียบ และผมเพียงหยิบยกคำพูดของบรรดาอุละมาอ์เกี่ยวกับเรื่องนี้มานำเสนอเท่านั้น

อัล-อิชกฺ คือภัยร้ายและความโง่เขลา

อาลิมท่านหนึ่งกล่าวว่า ให้ฉันประสบกับความวิบัติแห่งบาปจากการทำสิ่งชั่ว ยังดีกว่าให้ฉันต้องประสบกับบาปของอัล-อิชกฺ จนกระทั่งหัวใจของฉันบูชาสักการะมัน แล้วหลงลืมอัลลอฮ (อัล-ญะวาบ อัล-กาฟีย์ หน้า 150)

อัล-อะอฺศอ กล่าวว่า ฉันเห็นว่าความโง่เขลาของคนๆหนึ่งนั้นคือ การที่เขาผูกหัวใจไว้กับหญิงงาม ยิ่งใกล้ชิดยิ่งห่างไกล (ดีวาน อัล-อะอฺศอ หน้า 47)

อัล-อิชกฺเกิดขึ้นเนื่องจากเวลา งาน และหัวใจมีความว่างเปล่า

อิบนุอุก็อยลฺ อัล-หัมบะลีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า รักลุ่มหลงนั้นหาใช่สิ่งใดนอกจากคืองานของผู้ว่างงาน และไม่ค่อยประสบกับคนที่ยุ่งอยู่เสมอ ไม่ว่าในเรื่องการผลิตหรือเรื่องการค้า แล้วจะเป็นอย่างไรหากเขาคนนั้นยุ่งอยู่กับความรู้หรือวิทยปัญญา?! (อัล-อาดาบ อัช-ชัรอียะฮฺ วัล-มินนะฮฺ อัล-มัรอียะฮฺ โดยอิบนุมุฟลิหฺ 3/26)

อิมามอิบนุลเญาซีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าว่า รักที่ลุ่มหลงนั้นถือเป็นความปรารถนาที่ต้อยต่ำ มันคืองานยุ่งของผู้ว่างงาน รักลุ่มหลงจะคอยหลอกหลอนผู้ฝันหวานในความเหงา หลอกหลอนผู้ที่คิดถึงมันจากข้างใน เมื่อหัวใจของเขายุ่งอยู่กับสิ่งอื่นที่เขาควรรัก ความรักและความคิดถึงนั้นก็จะหายไป และที่ได้มา(จากรักลุ่มหลงนั้น)ก็คือความหลงลืมทั้งสิ้น (ซัมมุ อัล-ฮะวา โดยอิบนุลเญาซีย์ หน้า 473)

 อัล-อิชกฺจำเป็นต้องได้รับการจัดการ การรักษาเฉพาะ และการต่อสู้ที่หนักหน่วง

อิมามอิบนุลก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “รักที่เลยเถิดนั้นถือเป็นโรคทางจิตใจชนิดหนึ่งที่ต้องการการจัดการดูแลเป็นพิเศษ เพราะแตกต่างจากโรคทางใจชนิดอื่นๆ ทั้งรูปแบบ สาเหตุ และการรักษา เมื่อความบริสุทธิ์ในหัวใจของมนุษย์ถูกมันทำลายและฝั่งรากลึก ก็ยากมากที่หมอจะหายามารักษา และผู้ป่วยก็ยากที่จะหายดี” (ซาด อัล-มะอาด ฟี ฮัดยิ ค็อยริ อิบาด 4/265-274)

อิมามอิบนุลเญาซีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “ผู้ใดไร้ความตั้งใจที่แรงกล้า เขาก็ไม่รอดพ้นจากภัยนี้(อัล-อิชกฺ) เพราะผู้มีความตั้งใจจริง เขาจะไม่อยากมีข้อบกพร่องแม้เพียงน้อยนิดก็ตาม และอารมณ์ใฝ่ต่ำนั้นจะรู้สึกต่ำต้อยเบื้องหน้าผู้ที่มีเกียรติ” (ซัมมุ อัล-ฮะวา โดยอิบนุลเญาซีย์ หน้า 477)

อัล-อิชกฺ จะปกปิดข้อบกพร่องทุกอย่างของคนรัก

สิ่งที่เห็นคือเรื่องดีๆเท่านั้น ราวกับว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยภาพความดีงามของคนรัก เมื่อเวลาที่ยาวนานล่วงเลยไป ความเบื่อหน่ายเริ่มรู้สึก และดอกไม้เริ่มร่วงโรย เขาจึงเพิ่งสำนึก

هويتك إذ عينى عليها غشاوة … فلما انجلت قطعت نفسي ألومها

รักของฉัน ที่ให้เธอ ปิดดวงตา

ครั้นโรยรา ข้อหามา เต็มไปหมด

(อัล-ญะวาบุล กาฟีย์ 214 , ดารุล มะอฺริฟะฮฺ , พิมพ์ครั้งที่ 1 อัช-ชามิละฮฺ)

ราคาตัวของอุละมาอ์มีค่ากว่าอัล-อิชกฺ

อิบนุลมุอฺตัซ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “แม้นใจฉันจะคิดถึงเธอ แต่เกียรติของฉันไม่ยอมก้มตามระดับรักด้วย” (ซัมมุ อัล-ฮะวา หน้า 479)

อับดุลวะหีด บิน นัศรฺ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “รักนี้ต้องการกดขี่ฉัน แต่ความอดทนที่ดีได้ช่วยฉันไว้” (ซัมมุ อัล-ฮะวา หน้า 480)

การรักษาอัล-อิชกฺ

ความจริงแล้ว ส่วนหนึ่งของผู้ที่เป็นโรคนี้รู้และเข้าใจดีว่า พวกเขากำลังป่วยด้วยโรคหนึ่งที่อันตรายมาก แต่พวกเขาก็ยังอยากที่จะกลิ้งเกลือกอยู่กับมันต่อไป รู้สึกหวานและรู้สึกปวดเมื่อคิดถึงคนรัก คำเตือนเกี่ยวกับอัล-อิชกฺในหัวสมองของพวกเขาเปรียบได้กับการสลักน้ำบนความทรงจำที่พริบตาเดียวก็แห้งเหือดหายไปเสียแล้ว พวกเขาไม่สนใจ…และที่สำคัญคือหัวใจของพวกเขาถูกสวนสวรรค์ที่หลอกหลวงจับตัวไว้

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอกล่าวถึงเรื่องนี้ยาวสักเล็กน้อย และผู้ดื่มน้ำเมาแห่งรักทั้งหลายจะต้องนำขั้นตอนต่อไปนี้ไปใช้ เพื่อพวกเขาจะได้รู้สึกและสำนึก

1. บริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ

ด้วยความบริสุทธิ์ใจเท่านั้นที่การช่วยเหลือจะมาถึง

2.ดุอาอ์

เพราะดุอาอ์สามารถเปลี่ยนแปลงตักดีรได้ นอบน้อมต่ออัลลอฮ ด้วยความสำนึกและยอมถวายตนด้วยดีแด่พระองค์ มีความบริสุทธิ์ใจ และขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ โปรดทรงช่วยเหลือให้หายจากโรคร้ายนี้

3. ระงับสายตา

หากสามารถ…ระงับสายตาจากทุกสิ่งทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคนรัก บ้านของเธอ ยานพาหนะ สิ่งของ และอื่นๆ

4. คิดและรำลึกถึงอัลลอฮให้มาก

คิดและใคร่ครวญว่านี่คือโรค รำลึกถึงอัลลอฮเพื่อเสริมพลังแก่หัวใจและบรรเทาอาการแก่จิตวิญญาณ อัลลอฮุ ตะอาลา ตรัสว่า

الَّذِينَ آمَنُوا وَتَطْمَئِنُّ قُلُوبُهُم بِذِكْرِ اللَّهِ ۗ أَلَا بِذِكْرِ اللَّهِ تَطْمَئِنُّ الْقُلُوبُ ﴿٢٨﴾

            บรรดาผู้ศรัทธาและจิตใจของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ พึงทราบเถิด! ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ  (อัร-เราะอฺดุ 13 : 28)

5. หลีกห่างจากคนที่หลงรัก

จงอดทนกับความเจ็บปวดจากการแยกทางกันในช่วงเวลาหนึ่ง แม้นว่ามันจะแสนขมขื่นแค่ไหนในช่วงแรก จงห่างไกลจากมือถือที่นำทางไปสู่เขา จงลบหมายเลขโทรศัพท์ของเธอ เปลี่ยนเบอร์ของคุณ และจงห่างจากพ่อสื่อแม่เสี้ยมที่สนับสนุนรักจอมปลอมนี้

6. ทำให้ตนเองยุ่งอยู่กับสิ่งที่มีประโยชน์

เรารู้สาเหตุของอาการเมารักแล้วว่าเกิดจากหัวใจที่ว่างเปล่า ในใจเต็มไปด้วยภาพเงาของคนรัก เงาเหล่านั้นจะเลือนรางและหายไป ก็ด้วยกับการคร่ำเคร่งอยู่กับการภักดีต่ออัลลอฮที่นำไปสู่การลืมมัน

อิมามอิบนุก็อยยิม อัล-เญาซียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า

وَنَفْسُكَ إِنْ أَشْغَلَتْهَا بِالحَقِّ وَإِلاَّ اشْتَغَلَتْكَ بِالبَاطِلِ

            หากตัวท่านไม่คร่ำเคร่งอยู่กับสัจธรรม ท่านก็จะสาละวนยุ่งเหยิงอยู่กับสิ่งมดเท็จ(อัล-ญะวาบุ อัล-กาฟีย์ หน้า 156 , ดาร อัล-มะอฺริฟะฮฺ , พิมพ์ครั้งที่ 1 อัช-ชามิละฮฺ)

7. แต่งงาน

การแต่งงานจะทำให้ทุกอย่างเพียงพอ มีบะรอกะฮฺ และคือทางออก รีบเคาะประตูบ้าน เผชิญหน้าอย่างชายชาญกับพ่อของเธอ หากรักนั้นบริสุทธิ์จริงสวรรค์บนดินก็จะออกผล แต่หากไม่สามารถแล้วก็จงรีบรุดแต่งงานกับหญิงอื่น แล้วห้องว่างในหัวใจก็จะถูกเปลี่ยนให้สมบูรณ์ในเวลาต่อมา ความทรงจำที่ยังมืดมนจะไม่ออกผลสวนสวรรค์ แต่หญิงที่ถูกต้องนั้นจะแทนที่เธอคนนั้นได้แน่นอน อินชาอัลลอฮ เพราะว่า

النفس لا تترك شيئا ألا بشيئ

            ชีวิตมิอาจทิ้งสิ่งใดได้ นอกจากจะมีสิ่งอื่น(มาแทนที่)

8. ดูแลคนป่วย , ติดตามส่งญะนาซะฮฺ , เยี่ยมเยียนกุบูร , มองดูคนตาย , คิดคำนึงถึงความตายและชีวิตหลังจากนั้น

การรำลึกถึงความตายสามารถดับสลายความสุขและหอมหวานของดุนยาที่หลอกลวงได้ ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

أَكْثِرُوا ذِكْرَ هَاذِمِ اللَّذَّاتِ يَعْنِي الْمَوْتَ

            “จงรำลึกถึงผู้ทำลายความสุขให้มาก นั่นคือความตาย” (บันทึกโดยอิมามทั้ง 4 ยกเว้นอบูดาวูด)

9. เข้าร่วมมัจลิสอิลมีย์[2]เสมอ , นั่งอยู่กับผู้สมถะ และฟังเรื่องราวของคนดี

มัจลิสอิลมีย์ คือสถานที่สำหรับเติมกำลังอีมานหลังจากที่ถังพลังถูกดูดกินจนหมดไป ส่วนเหล่าคนดี คือที่พักผ่อนของหัวใจจากความยุ่งเหยิงและวุ่นวายของฟิตนะฮฺและดุนยา

ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

وَمَا اجْتَمَعَ قَوْمٌ فِي بَيْتٍ مِنْ بُيُوتِ اللَّهِ يَتْلُونَ كِتَابَ اللَّهِ

وَيَتَدَارَسُونَهُ بَيْنَهُمْ إِلاَّ نَزَلَتْ عَلَيْهِمُ السَّكِينَةُ وَغَشِيَتْهُمُ الرَّحْمَةُ

وَحَفَّتْهُمُ الْمَلاَئِكَةُ وَذَكَرَهُمُ اللَّهُ فِيمَنْ عِنْدَهُ

            และไม่มีกลุ่มชนใดที่รวมตัวกันในบ้านหลังหนึ่งจากบ้านของอัลลอฮฺ(มัสญิด) แล้วพวกเขาต่างอ่านคัมภีร์ของอัลลอฮฺ(อัล-กุรอาน) พร้อมกับศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับคัมภีร์นั้น นอกจากความสงบจะถูกประทานลงมาแก่พวกเขา ความเมตตาของอัลลอฮฺก็จะถูกแผ่ให้แก่พวกเขา มวลมลาอิกะฮฺจะสยบปีกให้แก่พวกเขา แล้วอัลลอฮฺก็จะทรงตรัสถึงพวกเขากับผู้ใกล้ชิดพระองค์(ด้วยความภาคภูมิใจ) (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลขที่ 2,699)

10. รักษาการละหมาดให้สมบูรณ์อยู่เสมอ , รักษาวาญิบต่างๆในละหมาด ทั้งความคุชูอฺ และความสมบูรณ์ภายนอกและภายใน

หากการละหมาดของเราถูกต้องสมบูรณ์ มันจะคุ้มครองเราจากทุกอย่าง อัลลอฮุ อัซซะวะญัลลา ตรัสว่า

إِنَّ الصَّلَاةَ تَنْهَىٰ عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنكَرِ

         แท้จริงการละหมาดนั้นจะยับยั้งการทำลามกและความชั่ว (อัล-อันกะบูต 29 : 45)

11. นึกถึงข้อบกพร่องและพิจารณาดูความไม่ดีต่างๆของคนที่หลงรัก

อิมามอิบนุลเญาซีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า แท้จริงมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและโสมม และคนที่เมาความรักนั้นจะมองคนรักของเขาว่าสมบูรณ์พร้อม เพราะความรัก…เขาจึงไม่อาจเห็นจุดบกพร่องของคนรักได้ เพราะโดยธรรมชาติแล้วทุกสิ่งสามารถเปิดเผยได้ด้วยการพิจารณาที่ยุติธรรม ส่วนสิ่งที่เป็นนายเหนือตนนั้นคือฮะวา[3]ที่อธรรม มันจะปกปิดมลทินทุกอย่าง จนกระทั่งคนที่ตกหลุมรักจะมองคนรักที่น่าเกลียดของเขาว่าสวยงาม

12. คิดเสียว่าคนรักจะหายจากไป ไม่ว่าจะด้วยการตาย การจากไปโดยไร้สาเหตุ หรือเพราะเบื่อหน่ายและรำคาญ

เพราะทุกสิ่งและทุกอย่างในดุนยาจะสูญหายไป อัลลอฮุ อัซซะซะญัลลา ตรัสว่า

كُلُّ مَنْ عَلَيْهَا فَانٍ ﴿٢٦﴾

            ทุกๆสิ่งที่อยู่บนแผ่นดินย่อมแตกดับ (อัร-เราะหฺมาน 55 : 26)

13. ครุ่นคิดถึงผลลัพธ์ของการกระทำและสภาพที่เลวร้ายของผู้ดื่มน้ำเมาแห่งความรัก

ด้วยการเหลียวหลังมองและศึกษาประวัติศาสตร์ เรื่องราวของผู้ที่ตกต่ำทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮฺเนื่องจากรัก , เรื่องราวของกอบิลผู้สังหารฮาบิล , เรื่องราวของอับดุรเราะหฺมาน บิน มุลญัม ผู้สังหารท่านอลี บิน อบีฏอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ และเรื่องราวการสังหารอูฐของกลุ่มชนของนบีศอลิหฺ อะลัยฮิสสะลาม ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเพราะอัล-อิชกฺต่อสตรี

14. อดทน เพราะการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยตนจากห่วงโซ่ของอัล-อิชกฺนั้นต้องอาศัยความอดทน

หากอดทนจริง…ก็จะได้รับผลบุญที่มิอาจคิดคำนวณได้ อัลลอฮุ อัซซะวะญัลลา ตรัสว่า

إِنَّمَا يُوَفَّى الصَّابِرُونَ أَجْرَهُم بِغَيْرِ حِسَابٍ ﴿١٠﴾

            แท้จริงบรรดาผู้อดทนนั้นจะได้รับการตอบแทนรางวัลของพวกเขาอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องคำนวณ (อัซ-ซุมัร 39 : 10)

15. เชื่อมั่นว่าอัลลอฮจะทดแทนด้วยสิ่งที่ดีกว่า

ความกังวลประการหนึ่ง คือเขาจะได้รับคนอย่างเธอหรือเขาคนนี้ในอนาคตข้างหน้าหรือไม่ เมล็ดพันธ์รักที่ลำบากเติบเป็นใหญ่ หน้าผารักที่ลำเข็ญปีนขึ้นไป รั้วแห่งรักที่ยากเย็นข้ามผ่านไล่ อาคารรักที่สร้างมาด้วยมือไซร้  จะยอมให้พังทลายอย่างนั้นหรือ? คำตอบคือ อัลลอฮจะทรงทดแทนด้วยสิ่งที่ดีกว่า อาคารรักนั้นถูกสร้างบนการฝ่าฝืนอัลลอฮุ ดูงดงามและแข็งแรง แต่แท้จริงแล้วมั่นคงเพียงแค่เสาพิงที่พาดกับผนัง ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

إِنَّكَ لَنْ تَدَعَ شَيْئاً لِلَّهِ عَزَّ وَجَلَّ إِلاَّ بَدَّلَكَ اللَّهُ بِهِ مَا هُوَ خَيْرٌ لَكَ مِنْهُ

            “แท้จริงเมื่อท่านทิ้งสิ่งหนึ่งเพื่ออัลลอฮ พระองค์จะทรงทดแทนแก่ท่านด้วยสิ่งที่ดีกว่า” (บันทึกโดยอะหฺมัด 5/363 , ชัยคฺชุอัยบฺ อัล-อัรเนาษฺ กล่าวว่าสายรายงานหะดีษนี้เศาะฮีหฺ)

หวังว่าวิธีการที่หลากหลายนี้จะสามารถรักษาและบรรเทาอาการของโรคร้ายได้

ภาคีรัก

แท้จริงแล้วนี่คือผลกระทบที่อันตรายและน่ากลัวที่สุด ที่บรรดาผู้รับมรดกของบรรดานบี อย่างท่านอิมามอิบนุลก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮ เป็นกังวลและกล่าวว่า

وَلَيْسَ شَيْءٌ مِنْهُ مَغْفُورٌ، فَمِنْهُ الشِّرْكُ بِاللَّهِ فِي الْمَحَبَّةِ وَالتَّعْظِيمِ:

أَنْ يُحِبَّ مَخْلُوقًا كَمَا يُحِبُّ اللَّهَ، فَهَذَا مِنَ الشِّرْكِ الَّذِي لَا يَغْفِرُهُ اللَّهُ،

وَهُوَ الشِّرْكُ الَّذِي قَالَ سُبْحَانَهُ فِيهِ: {وَمِنَ النَّاسِ مَنْ يَتَّخِذُ مِنْ دُونِ اللَّهِ أَنْدَادًا

يُحِبُّونَهُمْ كَحُبِّ اللَّهِ وَالَّذِينَ آمَنُوا أَشَدُّ حُبًّا لِلَّهِ} [سُورَةُ الْبَقَرَةِ: 165]

            “และไม่มีการอภัยโทษแม้แต่น้อย(หากไม่เตาบัตตัวอย่างแท้จริงในดุนยา)สำหรับมัน เช่น การชิกรฺ[4]ต่ออัลลอฮในเรื่องความรักและการสดุดี คือรักต่อสิ่งถูกสร้างเช่นเดียวกับที่รักอัลลอฮ นี่คือชิกรฺที่อัลลอฮมิทรงอภัยให้ นี่คือชิรกฺที่พระองค์ตรัสไว้ความว่า “และในหมู่มนุษย์นั้นมีผู้ที่ยึดถือบรรดาภาคีอื่นจากอัลลอฮ ซึ่งพวกเขารักภาคีเหล่านั้นเช่นเดียวกับรักอัลลอฮ” (อัล-บะเกาะเราะฮฺ 2 : 165) (อัล-ญะวาบุล กาฟีย์ หน้า 132 , ดารุล มะอฺริฟะฮฺ , พิมพ์ครั้งที่ 1 อัช-ชามิละฮฺ)

จะไม่เป็นชิกรฺได้อย่างไรกัน…ตลอดชีวิตตั้งแต่ตื่นถึงเข้านอน คิดถึงแต่คนที่ตนหลงรัก ซิกรุลลอฮถูกแทนที่ด้วยคาถา คุชูอฺในนมาซถูกขัดขวางด้วยการรำพึง น้ำตาจากอิบาดะฮฺถูกทดแทนด้วยน้ำคิดถึง ความหวานกรุ่นของมุนาญาด[5]จึงถูกทำลายด้วยการค็อลวะฮฺ[6]ที่ถูกสาปแช่ง

ลองเปิดดูอันตรายของชิกรฺในหนังสือเตาฮีดสิ จะพบว่ามันคือข้อห้ามที่ใหญ่ที่สุดในศาสนา เพราะ…

  1. มันคือการอธรรมที่ใหญ่หลวง (ลุกมาน 31 : 13)
  2. มันทำลายการงานของเราจนสูญสิ้น (อัล-อันอาม 6 : 88 , อัซ-ซุมัร 39 : 65)
  3. ผู้ทำชิกรฺจะไม่ได้รับการอภัยโทษในวันกิยามะฮฺ (อัน-นิสาอ์ 4 : 46)
  4. ผู้ทำชิกรฺไม่ได้เข้าสวนสวรรค์และอยู่ในนรกตลอดกาล (อัล-มาอิดะฮฺ 5 : 72)
  5. เลือดเนื้อและทรัพย์สินของผู้ทำชิรกฺเป็นที่อนุมัติ (อัต-เตาบะฮฺ 9 : 5)

ยังไม่กลัวการสำทับเตือนถึงอันตรายของชิกรฺอีกหรือ? หากเป็นเช่นนั้นบางทีหัวใจอาจตายแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากใช้เวลาโดยสูญเปล่าในดุนยา มิได้ใช้มันสำหรับความดี การดะอฺวะฮฺ และอิบาดะฮฺ เป็นดั่งคำพูดของอิมามอัช-ชาฟิอีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ ว่าเราควรตักบีร 4 ครั้งให้แก่มัน เพราะแท้จริงแล้วมันหาใช่อะไรอื่นนอกจากคือศพที่ยังเดินได้บนแผ่นดินเท่านั้นเอง และอัลลอฮเท่านั้นคือผู้ช่วยเหลือ

ติดตามตอนต่อไป…


[1] คือ หนังสือที่อธิบายคำศัพท์ต่างๆที่ไม่คุ้นเคย

[2] คือ สถานที่ชุมนุมเพื่อศึกษาความรู้ที่มีประโยชน์

[3] ฮะวา หมายถึง อารมณ์ใฝ่ต่ำ

[4] คือ การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ

[5] หมายถึง การอ้อนวอนขอพรต่ออัลลอฮ

[6] หมายถึง การอยู่ด้วยกันสองต่อสองระหว่างชายหญิงที่ไม่ใช่มะหฺรอมกัน

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 31, 2013 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: