RSS

ชอบสะสมหนังสือ แต่ไม่อ่าน

26 เม.ย.

library-booksชอบสะสมหนังสือ แต่ไม่อ่าน
เขียนโดย ดร.เรฮานุล บะหฺร็อยนฺ
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

            นักศึกษาย่อมพยายามรวบรวมและสะสมหนังสือและตำรับตำราของบรรดาอุละมาอ์มาทำเป็นห้องสมุดส่วนตัวของตนเอง เพราะหนังสือและตำราของบรรดาอุละมาอ์นั้นคือหนึ่งในแหล่งที่มาของความรู้ ถัดจากแหล่งความรู้ที่สำคัญที่สุด นั่นคือ จากหัวอกของบรรดาอุละมาอ์

ชัยคฺ มุหัมมัด บิน ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า

ينبغي لطالب العلم أن يحرص على جمع الكتب، ولكن يبدأ بالأهم فالأهم، فإذا كان الإنسان قليل ذات اليد، فليس من الخير وليس من الحكمة أن يشتري كتبًا كثيرة يٌلزم نفسه بغرامة قيمتها، فإن هذا من سوء التصرف، وإذا لم يمكنك أن تشتري من مالك فيمكنك أن تستعير من أي مكتبة ‏.‏

            นักศึกษาควรมีความตั้งใจที่จะรวบรวมตำรับตำรา แต่เขาควรเริ่มต้นจากหนังสือที่มีความสำคัญที่สุด(หนังสือพื้นฐาน) ตามด้วยหนังสือที่สำคัญถัดมา หากเขามีทรัพย์สินไม่มากนัก ก็ไม่ถือเป็นความดีและชาญฉลาดแต่อย่างใด หากเขาซื้อหนังสือจำนวนมากมายมาและบังคับตัวเอง(ให้ซื้อมัน)ด้วยราคาที่สูง เพราะนี่คือการกระทำที่ไม่ดี หากท่านไม่สามารถซื้อมันมาได้ด้วยทรัพย์สินของตนเอง ท่านก็ยังสามารถที่จะยืมมันจากห้องสมุดต่างๆได้ [1]

สะสมหนังสือและตำราเพื่ออวดโชว์

นักศึกษาจะต้องหลีกห่างจากเจตนาเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาหน้าใหม่ การคาดหวังคำชมเชยจากมนุษย์ และคาดหวังให้เพื่อนๆชื่นชมว่าเขาได้อ่านหนังสือจำนวนมากมายของบรรดาอุละมาอ์นั้น บางครั้ง ด้วยความทะนงตนและความโอ้อวด เขาก็กล่าวออกมาต่อหน้าเพื่อนๆว่า

ฉันได้อ่านหนังสือจำนวน 3 เล่มของชัยคฺคนนี้

(โดยมีเจตนาลำพองตน)

อ๋อ ผมมีหนังสือเล่มนี้อยู่ที่บ้าน ผมได้มันมานานมากแล้ว

(โดยมีเจตนาให้เพื่อนๆมองเขาว่าได้อ่านหนังสือนี้มากนานมากแล้ว ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น)

            แท้จริง พฤติกรรมการชอบสะสมหนังสือบรรดาอุละมาอ์นั้น ถือเป็นการกระทำที่ดีและบ่งชี้ถึงลักษณะแห่งความเป็นนักแสวงหาความรู้ แต่การชอบรวบรวมหนังสือบรรดาอุละมาอ์ ควรควบคู่กับการตั้งใจศึกษาภาษาอาหรับด้วย มันจะกลายเป็นสิ่งที่ด้อยค่าและไร้ประโยชน์สำหรับเขา หากหนังสือเหล่านั้นเป็นได้แค่เพียงของโชว์

คำพูดของท่านอุมัร บิน อัล-ค็อฏฏ็อบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ถูกต้องที่สุด ท่านกล่าวว่า

تعلموا العربية فإنها من دينكم وتعلموا الفرائض فإنها من دينكم

            จงศึกษาภาษาอาหรับ แท้จริงมันคือส่วนหนึ่งของศาสนาของพวกท่าน จงศึกษาการแบ่งมรดก เพราะมันคือส่วนหนึ่งของศาสนาของพวกท่าน [2]

การสะสมและยืม

เราสามารถสะสมหนังสือได้ หากมีทรัพย์สินมากพอ และยังสามารถให้นักศึกษาคนอื่นๆที่มีมุ่งมั่นยืมไปศึกษาเป็นการชั่วคราวได้ หากเรามิได้อ่านมัน

ชัยคฺ อับดุลอะซีซ บิน บาซ เราะหิมะฮุลลอฮ ถูกถามว่า

أنا رجل ولله الحمد لدي العديد من الكتب النافعة والمفيدة والمراجع لكنني لا أقرؤها بل أختار منها البعض. هل يلحقني إثم في جمع هذه الكتب عندي في البيت مع العلم أن بعض الناس يأخذون من عندي بعض الكتب يستفيدون منها ثم يرجعونها؟

ผมคือคนหนึ่งที่ อัลหัมดุลิลลาฮ มีหนังสือที่มีประโยชน์และแหล่งอ้างอิงที่มีค่าจำนวนมาก แต่ผมไม่ได้อ่านมัน อีกทั้งผมเลือกอ่านแค่เพียงบางส่วนเท่านั้น ผมจะมีความผิดอันเนื่องจากการสะสมหนังสือไว้ที่บ้านไหม และที่พึงทราบคือ บางคนได้ยืมหนังสือเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็นำกลับมาคืน

ท่านตอบว่า

الحمدلله ليس على المسلم حرج في جمع الكتب المفيدة وحفظها لديه في مكتبة لمراجعتها والاستفادة منها ، ولتقديمها لمن يزوره من أهل العلم ليستفيدوا منها، ولا حرج عليه إذا لم يراجع الكثير منها، أما إعارتها إلى الثقات الذين يستفيدون منها فذلك مشروع وقربة إلى الله سبحانه ، لما فيه من الإعانة على تحصيل العلم، ولأن ذلك داخل في قوله سبحانه: (وَتَعَاوَنُوا عَلَى الْبِرِّ وَالتَّقْوَى) ، وفي قول النبي صلى الله عليه وسلم: (والله في عون العبد ما كان العبد في عون أخيه)” .

        อัลหัมดุลิลลาฮ ไม่มีความผิดแต่อย่างใดสำหรับผู้ศรัทธาที่สะสมหนังสือต่างๆที่มีประโยชน์และรวบรวมมันไว้ในห้องสมุดเพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงและสถานที่รับประโยชน์ โดยมอบให้กับนักศึกษาที่มาเยี่ยมเยียนห้องสมุดเพื่อรับประโยชน์จากมัน  และไม่เป็นความผิดแต่อย่างใดหากเขาไม่ค่อยได้ใช้ห้องสมุดดังกล่าว ส่วนการให้หนังสือแก่ผู้ที่ต้องการรับประโยชน์ได้ยืมไปอ่านนั้น ถือเป็นเรื่องมีบัญญัติไว้ในศาสนาและเป็นการสร้างความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลาด้วย เพราะถือเป็นการช่วยเหลือกันในการได้มาซึ่งความรู้ และเข้าข่ายอยู่ในพระดำรัสของอัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ที่ว่า “และจงช่วยเหลือบนความดีงามและความยำเกรง” อีกทั้งยังเข้าข่ายในหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ที่ว่า “อัลลอฮจะยังคงช่วยเหลือบ่าวของพระองค์ ตราบใดที่บ่าวคนนั้นยังคงช่วยเหลือพี่น้องของเขา” (มัจญ์มูอฺ ฟะตาวา อิบนุ บาซ 24/78) [3]

ขณะศึกษาภาษาอาหรับนั้น จงพยายามสะสมหนังสือ แม้จะยังอ่านไม่ได้ก็ตาม

ครูและอาจารย์สอนภาษาอาหรับของเราในอดีตเคยกล่าวเช่นนี้เอาไว้ แม้จะยังไม่สามารถอ่านหนังสืออาหรับได้ แต่ก็จงพยายามสะสมตำรับตำราของบรรดาอุละมาอ์ไว้ การศึกษาเพื่อให้สามารถอ่านและเข้าใจหนังสือภาษาอาหรับได้นั้นไม่เหมือนกับการศึกษาภาษาอื่นๆ ต้องใช้เวลา ความมุ่งมั่น และความพยายาม หิกมะฮฺ(วิทยปัญญา)เบื้องหลังคำแนะนำดังกล่าวก็คือ หนังสือเหล่านั้นจะเป็นแรงผลักดันให้กับเราในการศึกษาภาษาอาหรับ หนังสือขนาดหนาในตู้หนังสือของเราจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราพยายามที่จะอ่านมันให้ได้ในเร็ววัน จนกระทั่ง เมื่อเกิดท้อแท้และสิ้นหวังในการศึกษาภาษาอาหรับ การมองและพลิกตำรับตำราดังกล่าวที่อยู่ในตู้นั้น จะทำให้เรามีพลังกลับคืนมา หรืออย่างน้อยก็ทำให้เราเกิดรู้สึกว่า เงินที่จ่ายไปนั้นจะสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ หากหนังสือเหล่านี้ไม่ได้ถูกอ่าน

และนักศึกษาควรมีงบส่วนหนึ่ง(ไม่ว่าจะด้วยการเก็บออมหรือทำงาน)เพื่อซื้อหนังสือและตำรับตำราของบรรดาอุละมาอ์ในทุกๆเดือนหรือแต่ละช่วงเวลา และบางทีควรใช้ง่ายทรัพย์สินเพื่อซื้อหนังสือมากกว่าที่จะใช้ไปเพื่อซื้อสิ่งของที่เป็นความต้องการเพิ่มเติม[4]ด้วยซ้ำไป และที่ยอดเยี่ยมมากคือ มีนักศึกษาบางส่วนที่ยอมสละความต้องการลำดับรอง อดกลั้นที่จะซื้อบางสิ่งบางอย่างไว้เพื่อซื้อหนังสือ ดังกล่าวนี้แหล่ะที่เราควรมุ่งมั่นในเรื่องคุณงามความดี ทั้งความดีงามในโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

احرص على ما ينفعك، واستعن بالله ولا تعجز

             จงมุ่งมั่นกับสิ่งที่ให้ประโยชน์แก่ตัวท่าน และจงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ และอย่าสิ้นหวัง[5]

ที่มา : http://muslimafiyah.com/hobi-koleksi-bukukitab-tetapi-tidak-dibaca.html


[1] กิตาบุล อิลมิ ลิ อิบนิ อุษัยมีน หน้า 53 (อัช-ชามิละฮฺ)

[2] อิกติฎออ์ ศิรอฎ็อล มุสตะกีม 527-528 เล่ม 1 ตรวจทานโดยชัยคฺ นาศิร อับดุลกะรีม อัล-อักลฺ , วิซาเราะตุช ชุอูน อัล-อิสลามียะฮฺ วัล-เอาก็อฟ

[4] มนุษย์มีความต้องการ  3 ประเภท คือ :

  1. ความต้องการพื้นฐาน คือ ความต้องการที่ขาดไม่ได้ หากขาดแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ได้แก่ อาหาร ,   เครื่องดื่ม , เครื่องนุ่งห่ม และที่อยู่อาศัย เป็นต้น
  2. ความต้องการลำดังรอง คือ ความต้องการที่ขาดแคลนและสามารถผ่อนผันได้ หากปราศจากมันไป ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเกิดความเสียหายแต่อย่างใด(หรืออาจทำให้ชีวิตเกิดความลำบากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น) ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ , จักรยานยนต์ และโทรทัศน์ เป็นต้น
  3. ความต้องการเพิ่มเติม คือ ความต้องการที่ทำให้ชีวิตสุขสบายยิ่งขึ้น คนรวยมักจะมีไว้ในครอบครอง เช่น รถยนต์ และสิ่งของราคาแพงทั้งหลาย (ผู้แปล)

[5] บันทึกโดยมุสลิม

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 26, 2013 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: