RSS

อัล-หิกมะฮฺ : วิทยปัญญา

23 ธ.ค.

Hikmahอัล-หิกมะฮฺ : วิทยปัญญา
เขียนโดย มะหฺมูด มุหัมมัด อัล-เคาะซันดาร
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

หิกมะฮฺ (วิทยปัญญา)

وَمَن يُؤْتَ الْحِكْمَةَ فَقَدْ أُوتِيَ خَيْرًا كَثِيرًا

“และผู้ใดที่ได้รับหิกมะฮฺ(วิทยปัญญา) แน่นอนเขาก็ได้รับความความดีอันมากมาย”

แท้จริง ผู้ที่มีเจตนาที่ดีและอิบาดะฮฺที่ถูกต้อง ความดีงามของเขาก็เพียงเพื่อตัวของเขาเองเท่านั้น และไม่มีผลกระทบ(ที่ดี)ต่อผู้อื่นแต่อย่างใด ตราบใดที่เขาไม่ได้รับหิกมะฮฺในการปฏิสัมพันธ์และความถูกต้องในการคัดเลือก เฉกเช่นผู้ที่มีหิกมะฮฺ หิกมะฮฺของเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการกลับกลอก(นิฟาก)ต่อสังคม หากปราศจากจิตใจที่สูงส่งและการยืนหยัดบนแนวทางของอัล-กุรอานและอัส-สุนนะฮฺ

ในหนังสือตัฟสีร(อรรถาธิบายอัล-กุรอาน)ต่างๆ คำว่าหิกมะฮฺ บางครั้งถูกให้คำนิยามด้วยความหมายว่าคือ อัล-กุรอาน บางครั้งด้วยความหมายว่าคือ อัส-สุนนะฮฺ หรือความเป็นนบี(นุบุวฺวะฮฺ) ด้วยเหตุนี้แหล่ะ มีรายงานในหลายๆหะดีษเกี่ยวกับดุอาอ์ของท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ที่มีให้แก่อับดุลลอฮ บิน อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ซึ่งมีใจความว่า ขออัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ทรงสอนหิกมะฮฺ คัมภีร์ และ(ประทาน)ความเข้าใจในศาสนาแก่เขา และได้ถูกรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันในรายงานจากบันทึกของอัล-บุคอรีย์ ด้วยคำกล่าว(ดุอาอ์ของท่านเราะสูล)ว่า

اَللّهُمَّ عَلِّمْهُ الْحِكْمَةَ

“โอ้อัลลอฮ โปรดสอนหิกมะฮฺให้แก่เขา” [1]

ความหมายก็คือ เข้าใจอัล-กุรอานและอัส-สุนนะฮฺ พร้อมปฏิบัติมันทั้งสอง ดังที่ได้รับการยืนยันไว้โดยตาบิอีนส่วนมาก และได้รับการสนุนจากชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮ ด้วยคำกล่าวของท่านว่า “…ส่วนหิกมะฮฺในอัล-กุรอานนั้น ความหมายของมันคือ การรู้จักสัจธรรมและการปฏิบัติมัน…” [2]

หิกมะฮฺดังกล่าว มีทั้งที่เป็นคุณลักษณะโดยธรรมชาติ(ฟิฏเราะฮฺ)และมีที่เริ่มต้นมาจากความพยายาม และในบรรดาสาเหตุของความพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งหิกมะฮฺนั้น ก็คือ การเข้าใจในศาสนา และมันคือความดีงามที่มากมายที่ถูกกล่าวไว้ในอายะฮฺ

وَمَن يُؤْتَ الْحِكْمَةَ فَقَدْ أُوتِيَ خَيْرًا كَثِيرًا وَمَايَذَّكَّرُ إِلاَّ أُوْلُوا اْلأَلْبَابِ

และผู้ใดที่ได้รับความรู้ แน่นอนเขาก็ได้รับความความดีอันมากมาย และไม่มีใครจะรำลึก นอกจากบรรดาผุ้ที่มีสติปัญญาเท่านั้น (สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 2 : 269)

อัส-สุนนะฮฺได้ยืนยันในเรื่องนี้และได้อธิบายเกี่ยวกับความพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งหิกมะฮฺไว้ว่า :

مَنْ يُرِدِ اللهُ بِهِ خَيْرًا يُفَقِّهْهُ فِى الدِّيْنِ

“ผู้ใดที่อัลลอฮประสงค์ความดีงามแก่เขา พระองค์จะทรงทำให้เขาเข้าใจในศาสนา” [3]

และสัยยิด กุฏบฺ เราะหิมะฮุลลลอฮ ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวไว้ในตัฟสีรของท่านว่า หิกมะฮฺ คือผลจากการตัรบียะฮฺ(อบรมสั่งสอน)ของอัล-กุรอาน : ‘หิกมะฮฺ คือผลจากการอบรมด้วยคัมภีร์นี้(อัล-กุรอาน) นั่นคือ ความสามารถในการวางกิจการต่างๆไว้ในที่ของมันอย่างถูกต้อง และชั่งมันด้วยตราชั่งที่แม่นยำ พร้อมกับได้รับความสำเร็จในทุกกิจการและการชี้นำ…’ [4]

ในขณะที่ลุกมาน อัล-หะกีม มองว่า หิกมะฮฺคือสิ่งที่สามารถได้มาด้วยการนั่งร่วมกับคนดี(ศอลิหฺ)ที่เป็นแบบอย่างทั้งหลาย ดังเช่นในคำสั่งเสียของเขาที่มีให้แก่ลูกๆของตนเองว่า : ‘โอ้ลูกเอ๋ย จงนั่งร่วมกับเหล่าผู้รู้(อุละมาอ์) และจงนั่งอยู่เบื้องหน้าพวกเขาด้วยเข่าทั้งสองของลูก แท้จริง อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ทรงทำให้หัวใจมีชีวิตด้วยกับรัศมีแห่งหิกมะฮฺ ดังที่พระองค์ทรงทำให้แผ่นดินที่แห้งแล้งมีชีวิตขึ้นมาด้วยเม็ดฝน’ [5]

อิมาม อัล-บุคอรีย์ ได้สร้างบทหนึ่งในภาคความรู้(ในหนังสือเศาะฮีหฺอัล-บุคอรีย์) ซึ่งมีชื่อว่า : (ปรารถนาให้ได้ความรู้และหิกมะฮฺ) ด้วยการมองว่า แท้จริงแล้ว ความรู้คือสื่อ(วะสีละฮฺ) และหิกมะฮฺคือผลที่ได้มาโดยธรรมชาติ

ต่อมา แท้จริง ในบรรดาช่องทางต่างๆของการได้หิกมะฮฺมา ก็คือ การรับประโยชน์จากการดำเนินไปของอายุ(ชีวิต)และประสบการณ์ ด้วยการรับเอาบทเรียนต่างๆ และใส่ใจต่อกิจการงานของศาสนาและดุนยา มีระบุไว้ในหะดีษบทหนึ่งว่า

لاَ يُلْدَغُ الْمُؤْمِنُ مِنْ جُحْرٍ وَاحِدٍ مَرَّتَيْنِ

“ผู้ศรัทธาจะไม่ถูกอสรพิษกัดจำนวน 2 ครั้งในรูเดียวกัน” [6]

ประสบการณ์ที่มากมายถือเป็นสาเหตุที่ทำให้คนคนหนึ่งได้รับคุณลักษณะแห่งความสุขุมและหิกมะฮฺ นี่คือความเข้าใจที่ได้จากหะดีษของท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม

لاَ حَلِيْمَ إِلاَّ ذُوْ عثرَةٍ, وَلاَ حَكِيْمَ إِلاَّ ذُوْ تَجْرِبَةٍ

“ไม่มีใครที่จะมีความสุขุม นอกจากเขาจะต้องมีข้อผิดพลาด(เคยผิดพลาดและได้บทเรียนจากมัน-ผู้แปล) และไม่มีใครจะมีหิกมะฮฺ(วิทยปัญญา) นอกจากเขาจะต้องมีประสบการณ์” [7]

หมายถึง ความสุขุมนั้น มิอาจได้มา จนกว่าเขาจะกระทำการงานต่างๆ แล้วเกิดผิดพลาด และเขาก็ได้บทเรียน รู้จุดผิดพลาดต่างๆ และออกห่างจากมัน… [8]

ผู้ที่มีวิทยปัญญานั้น มิอาจมีวิทยปัญญาได้ นอกจากภายหลังที่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดและการพลาดพลั้ง ซึ่งเขาอาจจะผิดพลาดหรือพลาดพลั้งเอง หรือเขาเรียนรู้ประสบการณ์จากบุคคลที่อาวุโสกว่า หรือมีความรู้มากกว่า หรือมีประสบการณ์มากกว่าตัวเขา และคนโง่เขลานั้น คือ คนที่ไม่ได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ หรือไม่เรียนรู้จากการดำเนินไปของเวลา ด้วยเหตุนี้ อัล-ค็อฏฏอบีย์ เราะหิมะฮุอัลลอฮ จึงได้อธิบายว่า ‘ผู้ศรัทธาจะต้องมั่นคงและระมัดระวัง เขาจะต้องไม่ประมาทและถูกล่อลวงหลายๆครั้ง บางครั้ง มันก็เป็นเรื่องราวทางศาสนาเช่นเดียวกับเรื่องราวของดุนยา และเรื่องราวทางศาสนานั้นสำคัญกว่าที่จะต้องระมัดระวัง’ [9]

ดังนั้น จำเป็นสำหรับผู้มีวิทยปัญญาที่จะต้องเรียนรู้และใคร่ครวญ และไม่มอบตัวเองแก่ความผิดพลาด(คือ ไม่พลาดพลั้งบ่อยครั้ง-ผู้แปล) มีระบุไว้ในหะดีษว่า เศาะหาบะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้มายังท่านและกล่าวว่า ‘โปรดสอนเราและกระชับมัน’ ท่านนบีกล่าวว่า

إِذَا قُمْتَ فِى صَلاَتِكَ فَصَلِّ صَلاَةَ مُوَدِّعٍ, وَلاَ تكلمْ بِكَلاَمٍ تَعْتَذِرُ مِنْهُ وَأَجْمِعِ الْيَأْسَ عَمَّا فِى أَيْدِي النَّاسِ.

“เมื่อท่านยืนขึ้นในการละหมาด จงปฏิบัติมันเฉกเช่นการละหมาดของคนที่กำลังจะจากไป ท่านอย่าได้พูดสิ่งที่จะทำให้ท่านต้องเสียใจ และจงรวมความสิ้นหวังต่อสิ่งต่างๆที่อยู่ในมือ(การครอบครอง-ผู้แปล)ของผู้คน” [10]

ดังกล่าวนั้น ท่านได้ทำให้ความระมัดระวังในการใช้คำพูด และการหลีกห่างจากความผิดพลาด เป็นผลของหิกมะฮฺที่ประมวลประสบการณ์ต่างๆของชายชาตรี

และถือเป็นการชุกูร(ขอบคุณอัลลอฮ)ของผู้มีหิกมะฮฺต่อสิ่งที่อัลลอฮทรงประทานให้แก่เขา คือ การที่เขาสั่งสอนผลจากหิกมะฮฺ , บทสรุปความเข้าใจ และประสบการณ์ของตนเองให้แก่ผู้คน และในขณะนั้นเอง เขาจะกลายเป็นบุคคลที่ผู้คนปรารถจเป็นเหมือนเขา และพวกเขาปรารถนาที่จะบรรลุถึงตำแหน่งเดียวกับเขา ดังที่มีระบุไว้ในหะดีษว่า

لاَحَسَدَ إِلاَّ فِى اثْنَتَيْنِ: رَجُلٌ آتَاهُ اللهُ مَالاً فَسلطَ عَلَى هَلَكَتِهِ فِى اْلحَقّ, وَرَجُلٌ آتَاهُ اللهُ الْحِكْمَةَ فَهُوَ يَقْضِي بِهَا وَيُعلِّمُهَا

“ไม่อนุญาตให้ริษยา เว้นแต่ใน 2 ประการ(บุคคล) คือ บุคคลที่อัลลอฮทรงประทานทรัพย์สินให้แก่เขา แล้วเขาก็ใช้จ่ายมันไปในความถูกต้อง และบุคคลที่อัลลอฮทรงมอบหิกมะฮฺให้แก่เขา แล้วเขาก็ใช้มันในการตัดสินและสั่งสอน(ผู้คน)” [11]

และอิบนุ หะญัร เราะหิมะฮุลลอฮ ได้อธิบายความหมายของหิกมะฮฺที่ครอบคลุมความหมาย(อื่นๆ)ทั้งหมด ท่านกล่าวว่า “หิกมะฮฺนั้น คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่(คอย)ขัดขวางจากความโฉดเขลาและ(ช่วย)ป้องกันจากสิ่งเลวร้าย” [12]

และเป้าหมายสำคัญในการพิชิตตำแหน่งที่สูงส่งของหิกมะฮฺ ก็คือ การพยายามอย่างหนักเพื่อให้คำพูดและการกระทำมีความถูกต้องแม่นยำ และใช้หิกมะฮฺนี้ในการเรียกร้องไปสู่อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา

اُدْعُ إِلَى سَبِيْلِ رَبِّكَ بِالْحِكْمَةِ وَالْمَوْعِظَةِ الْحَسَنَةِ

จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าอย่างมีวิทยปัญญา และการตักเตือนที่ดี (สูเราะฮฺอัน-นะหฺลุ 16 : 125)

อิบนุล ก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า ‘หิกมะฮฺถูกกล่าวอย่างเอกเทศน์ โดยปราศจากลักษณะของความดีงาม(อัล-หะสะนะฮฺ)มาเคียงคู่ เนื่องจากว่า หิกมะฮฺทั้งหมดคือความดีงาม และลักษณะของความดีงามสำหรับมันนั้น คือตัวตน(ของหิกมะฮฺเอง)’ [13]

ดังนั้น แท้จริง บุคคลที่คลุกคลีกับบรรดาดาอีย์ที่มีสติปัญญาเฉียบแหลมและหิกมะฮฺ ก็จะรู้สึกได้ถึงความหอมหวานจากการเรียนรู้มารยาทจากพวกเขา , จะรับเอาคำแนะนำของพวกเขาด้วยความยินดี , พึงพอใจ และยอมรับโดยดุษฎี ดังที่มีระบุไว้ในตัฟสีร รูหฺ อัล-มะอานีย์ ว่า ‘แท้จริง มันคือคำพูดที่ถูกต้อง ที่สัมผัสหัวใจอย่างถูกต้อง’ [14] และทุกครั้ง ดาอีย์จะยิ่งเข้าใจเพิ่มขึ้น , สติปัญญาจะแข็งแรงมากขึ้น และดวงตาแห่งหัวใจของเขาจะมีความแม่นยำยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเขาจะมีหิกมะฮฺมากยิ่งขึ้น และมีระบุไว้ในฟัตุล เกาะดีร ว่า : ‘แท้จริง หิกมะฮฺที่อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ทรงประทานให้ลุกมานนั้น คือ ความเข้าใจ สติปัญญา และความแม่นยำ’ และอัล-กุรฏุบีย์เห็นด้วยกับความหมายนี้ [15]

ส่วนหนึ่งจากมโนภาพของความปรีชา(มีหิกมะฮฺ)ในการดะอฺวะฮฺ ก็คือ การใส่ใจต่อสถานะและสภาพของผู้ถูกเชิญชวน(มัดอู) , ขนาด(ความรู้)ที่จะนำเสนอให้แก่พวกเขาในทุกเวลา ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดความยากลำบากแก่พวกเขา ไม่เป็นภาระก่อนที่จิตใจของพวกเขาจะพร้อมแบกรับมัน ตลอดจนวิธีการที่ใช้ในการพูดคุยกับพวกเขา และการปรับเปลี่ยนวิธีการตามความเหมาะสม

สรุป :

1. หิกมะฮฺที่ปราศจากการการยืนหยัด คือ การกลับกลอก(หลอกลวง)สังคม
2. ส่วนหนึ่งจากนิยามของหิกมะฮฺ คือ :

2.1 การเข้าใจอัล-กุรอาน , รู้จักสัจธรรม และปฏิบัติมัน

2.2 การวางสิ่งหนึ่งในที่ของมัน

2.3 ความเรียบง่าย , พยายามเข้าใจสาเหตุ และจัดวางสิ่งใดอย่างเหมาะสม

3. ส่วนหนึ่งจากสาเหตุของการได้มาซึ่งหิกมะฮฺ คือ :

3.1 การเข้าใจศาสนา

3.2 การรับประโยชน์จากประสบการณ์ชีวิต

3.3 เรียนรู้จากความผิดพลาด

3.4 ระมัดระวัง เพื่อจะได้ไม่ตกหลุมความผิดพลาด

4. ส่วนหนึ่งจากความรู้สึกชุกูร(ขอบคุณ)ต่อความโปรดปรานแห่งหิกมะฮฺ คือ การสอนมันแก่ผู้คน
5. การพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้สัจธรรมมา ถือเป็นหิกมะฮฺที่สูงส่ง
6. ส่วนหนึ่งของหิกมะฮฺในการดะอฺวะฮฺ คือ การใส่ใจต่อสถานะและสภาพของผู้ถูกเชิญชวน(มัดอู)

___________________________________

[1] เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ , ฟะฎออิล อัศ-เศาะหาบะฮฺ , บทที่ 24 หมายเลขที่ 3756
[2] มัจญ์มูอฺ อัล-ฟะตาวา 15/45
[3] เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ , ภาค อัล-อิลมู , บทที่ 13 หะดีษที่ 71
[4] ฟี ซิลาลิล กุรอาน 1/133
[5] มุวัฏฏออ์ อิมามาลิก 2/1002 , ภาค อิลมู , บทที่ 1
[6] เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ , ภาค อัล-อะดับ , บทที่ 83 หะดีษที่ 6133
[7] อิบนุ หะญัร เราะหิมะฮุลลอฮ บันทึกหะดีษนี้ในฟัตหุล บารีย์ และกล่าวว่า บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ ในอัล-อะดับ อัล-มุฟร็อด และบันทึกโดยอะหฺมัด , อิบนุ หิบบาน รับรองเศาะฮีหฺ
[8] จาก ฟัตหุล บารีย์ 1/530
[9] จาก ฟัตหุล บารีย์ 1/530
[10] เศาะฮีหฺ สุนัน อิบนุ มาญะฮฺ , ชัยคฺ อัล-อัลบานีย์ , ภาค ซุฮุด , บทที่ 15 หมายเลขที่ 3363/4171 (หะสัน)
[11] เศาะฮีหฺ อัล-บุคอรีย์ , ภาค อะหฺกาม , บทที่ 3 หะดีษที่ 7141
[12] ฟัตหุล บารีย์ 1/166 , ขณะอธิบายหะดีษที่ 73
[13] มะดาริญุส สาลิกีน 1/445
[14] รูหฺ อัล-มะอานีย์ 14/254
[15] ฟัตหุล เกาะดีร เขียนโดย อัช-เชากานีย์ 4/237

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 23, 2012 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: