RSS

ขณะศึกษาความรู้ : จงเลียนแบบมารยาท คุณธรรม และความยำเกรงของอาจารย์ด้วย

17 ธ.ค.

Hassanขณะศึกษาความรู้ : จงเลียนแบบมารยาท คุณธรรม และความยำเกรงของอาจารย์ด้วย
เขียนโดย ดร. เรฮานุล บะหฺร็อยนฺ
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

ขณะที่พวกเราบางคนศึกษาเรียนรู้ศาสนา เข้าร่วมในมัจญ์ลิสอิลมีย์ หรือเข้าปรึกษากับอาจารย์ เรามักจะมุ่งไปที่การรับความรู้จากพวกเขาเท่านั้น ทั้งๆที่มีสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความรู้ และบางทีอาจจะสำคัญกว่าการรับความรู้อีกก็ได้ นั่นก็คือ การเลียนแบบมารยาท คุณธรรม และความยำเกรงของครูที่สอนศาสนาแก่เรา ยิ่งไปกว่านั้น ครูที่สอนศาสนาเรานั้น คือกระจกที่(ดียิ่งที่)คอยฉายภาพมารยาทที่ดีงาม ความยำเกรงต่ออัลลอฮ การนอบน้อม และการไม่ลุ่มหลงต่อดุนยาให้แก่เรา ดังนั้น เราควรสังเกตการแสดงออกและมารยาทของครู(ที่ดี)ของเรา และเลียนแบบเขา เพราะแบบอย่างที่ดีนั้นเป็นที่สิ่งที่ทะลวงและประทับลงบนหัวใจได้ง่ายกว่าคำพูดและทฤษฎี(ที่เอ่ยออกมา) ต่อไปนี้คือรายละเอียดของบทความ

สนับสนุนให้รับเอาแบบอย่างในเรื่องคุณธรรมและมารยาทมากกว่าความรู้

ท่าน อบูบักรฺ บิน อัล-มุเฏาวีอีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า

اختلفت إلى أبي عبد الله ثنتي عشرة سنة، وهو يقرأ (المسند) على أولاده،

فما كتبت عنه حديثا واحدا، إنما كنت أنظر إلى هديه وأخلاقه

“ฉันมักจะไปหาอบูอับดิลลาฮ(หมายถึง อิมามอะหฺมัด บิน หัมบัล เราะหิมะฮุลลอฮ)อยู่บ่อยครั้งนานเป็นเวลา 12 ปี ในขณะที่ท่านอ่านหนังสืออัล-มุสนัดแก่ลูกๆของตนเอง ฉันมิได้เขียนหะดีษแม้แต่บทเดียวจากท่าน แต่เพียงแค่ต้องการมองดูวิธีการและมารยาทของท่าน” (สิยัร อะอฺลาม อัน-นุบะลาอ์ 21/373 , มุอัสสะสะฮฺ ริสาละฮฺ , อัช-ชามิละฮฺ)

ท่าน อิบนุล เญาซีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ ได้กล่าวถึงครูของท่าน ชัยคฺ อัล-อันมาฏีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ ว่า

“ฉันเคยอ่านหนังสือให้กับท่าน และท่านก็ร้องไห้(เพราะเกรงกลัวอัลลอฮ) ดังนั้น ฉันจึงได้รับประโยชน์จากการร้องไห้ของท่าน มากกว่าการรับประโยชน์จากการรายงาน(ความรู้)ของท่าน และฉันได้รับประโยชน์จากท่าน ซึ่งฉันไม่ได้รับมันจากผู้อื่น” (สิยัร อะอฺลาม อัน-นุบะลาอ์ 39/128 , มุอัสสะสะฮฺ ริสาละฮฺ , อัช-ชามิละฮฺ)

จงเรียนรู้คุณธรรมและมารยาท ก่อนที่จะศึกษาความรู้

มารดาของอิมามมาลิก เราะหิมะฮุลลอฮ เข้าใจเรื่องนี้ในการเลี้ยงลูกของตนเองเป็นอย่างดี ท่านใส่ใจลูกชายของตนเองเป็นอย่างมาก ขณะจะเดินทางไปศึกษาหาความรู้ อิมามมาลิก เราะหิมะฮุลลอฮ เล่าว่า :

“ฉันกล่าวกับมารดาของฉันว่า “ผมจะไปหาความรู้” “มานี่ก่อน” มารดาของฉันกล่าว “ใส่เสื้อผ้าแห่งความรู้ก่อน” แล้วมารดาของฉันก็สวมเสื้อมิสมะเราะฮฺแก่ฉัน และวางหมวกไว้บนศรีษะของฉัน แล้วท่านก็ผูกผ้าสาระบั่นบนหมวกใบนั้น แล้วท่านก็กล่าวว่า “ตอนนี้ ก็ไปหาความรู้ได้แล้วล่ะ!!” แล้วท่านยังเคยกล่าวว่า “จงไปหารอบิอะฮฺ(อาจารย์ของอิมามาลิก)เถิด! และจงเรียนรู้มารยาทของเขา ก่อนที่เจ้าจะรับความรู้จากเขา!!” (เอาดะตุล หิญาบ 2/207 , มุหัมมัด อะหฺมัด อัล-มุก็ออดิม , ดาร อิบนุล เญาซีย์ , ไคโร , พิมพ์ครั้งที่ 1 ปีฮิจเราะฮฺที่ 1426 , อัช-ชามิละฮฺ)

อิมาม อัซ-ซะฮะบีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า

كان يجتمع في مجلس أحمد زهاء خمسة آلاف – أو يزيدون نحو خمس مائة –

يكتبون، والباقون يتعلمون منه حسن الأدب والسمت

“ผู้ที่มาชุมนุมในมัจญ์ลิสของอิมามอะหฺมัดนั้น มีมากถึง 5,000 คนหรือมากกว่านั้น 500 คนทำการบันทึก(บทเรียน-ความรู้) ในขณะที่คนอื่นๆ(ที่เหลือ)นั้น เพียงแค่มารับเอามารยาทและบุคลิกภาพที่งดงามจากท่าน” (สิยัร อะอฺลาม อัน-นุบะลาอ์ 21/373 , มุอัสสะสะฮฺ ริสาละฮฺ , อัช-ชามิละฮฺ)

ความรู้ที่เป็นทฤษฎีนั้น บางทีสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

อาจกล่าวได้ว่า ความรู้นั้นเป็นเพียงแค่ทฤษฎี และบางครั้งเราก็สามารถศึกษาทฤษฎีได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะผู้ศึกษาที่มีความรู้พื้นฐานและความรู้ที่เป็นรากฐาน(อุศูล)ที่เข้มแข็งอยู่แล้ว และโดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ที่เทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้า เช่น มีอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์ค้นหาข้อมูล เครือข่ายสังคม และบันทึกการเรียนการสอน ด้วยสื่อเหล่านี้ จึงง่ายดายมากขึ้นสำหรับเราในการได้รับความรู้

ชัยคฺ มุหัมมัด บิน ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน เราะหิมะฮุลลอฮ ก็ยืนยันว่า ความรู้นั้น บางทีอาจจะได้มาผ่านหนังสือและอื่นๆที่คล้ายคลึงกัน ท่านกล่าวว่า

لا شك أن اعلم يحصل بطلبه عند العلماء وبطلبه في الكتب؛ لأن كتاب العالم هو العالم نفسه، فهو يحدثك من خلال كتابه، فإذا تعذر الطلب على أهل العلم، فإنه يطلب العلم من الكتب

“ไม่เป็นที่สงสัยอีกแล้วว่า ความรู้นั้นจะได้รับมาผ่านบรรดาอุละมาอ์ และผ่านทางหนังสือต่าง(ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง) เพราะหนังสือของคนๆหนึ่ง ก็คือ ครูของเขา หนังสือได้พูดคุยกับเขาผ่านการเขียน หากคนๆหนึ่งไม่สามารถศึกษาหาความรู้ผ่านบรรดาอุละมาอ์ เขาก็สามารถศึกษาความรู้ผ่านทางหนังสือ” (กิตาบุล อิลมี ชัยคฺ อุษัยมีน หน้า 114 , ดารุล กิตก็อน , อิสกันดาริยยะฮฺ)

แต่เราก็มีความต้องการอย่างมากต่อแบบอย่างที่ดีงามในเรื่องมารยาทและการตักวา เพราะนี่คือสิ่งที่จะประทับและเจาะทะลุหัวใจคน พึงดูท่าน อิมาม อิบนุล ก็อยยิม อัล-เญาซียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮเถิด ท่านมีความรู้ที่มากมายและเป็นที่ยอมรับด้วย แต่ท่านก็ยังต้องการแบบอย่าง(ที่ดีงาม)ในการปฏิบัติตามความรู้ ท่านกล่าวว่า

وكنا إذا اشتد بنا الخوف وساءت منا الظنون وضاقت بنا الأرض أتيناه، فما هو إلا أن نراه ونسمع كلامه فيذهب ذلك كله وينقلب انشراحاً وقوة ويقيناً وطمأنينة

“เมื่อใดที่พวกเราประสบกับสภาวะของความหวาดผวา หรือมีความคิดที่ไปในทางที่ไม่ดี และรู้สึกว่าแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่นี้คับแคบไปหมด เราก็จะไปหาท่าน(อิบนุ ตัยมียะฮฺ) และแค่เพียงได้เห็นและสดับฟังคำตักเตือนของท่าน ความรู้สึกต่างๆ ที่วนเวียนอยู่ในใจก็จะมลายหายไป ความสงบสุขของจิตใจ ความเข้มแข็ง และความเชื่อมั่นก็จะเข้ามาแทนที่” (อัล-วาบิลุศ ศ็อยยิบ หน้า 48 , พิมพ์ครั้งที่ 3 , ดารุล หะดีษ , อัช-ชามิละฮฺ)

หากท่านเป็นครู จงใส่ใจต่อมารยาทและคุณธรรมของตนเอง

หากเราเป็นผู้ให้ความรู้ เช่น เป็นครู หรืออาจารย์ หรืออุสตาซ ก็จงต้องใส่ใจเถิด และหากเราได้สังเกตดูบรรดาอุละมาอ์ในอดีตหรือแม้แต่ในปัจจุบัน เราก็จะเห็นว่า พวกเขามีแบบอย่างที่ดีงามในเรื่องมารยาท คุณธรรม และความยำเกรง ยกตัวอย่างอุละมาอ์ในปัจจุบัน เช่น ชัยคฺ บิน บาซ , ชัยคฺ อิบนุ อุษัยมีน และชัยคฺ อับดุรร็อซซาก บิน อับดิลมุหฺสิน ที่เคยเดินทางมาประเทศอินโดนีเซีย (หรือแม้แต่ ชัยคฺ มุหัมมัด อาริฟีย์ ที่เพิ่งเดินทางมาประเทศไทย-ผู้แปล) เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในขณะที่พวกเขากำลังทำการสอนหรือบรรยาย พวกเขาจะสงบนิ่ง สุภาพอ่อนโยน และอื่นๆ และสิ่งเหล่านั้นจะมีอิทธิพลมากในการเผยแพร่ความรู้ จนกระทั่งนักศึกษาต่างก็ได้รับประโยชน์จากพวกเขา

นี่คือสิ่งท่านอะหฺมัด บิน สินาน ได้อธิบายไวเกี่ยวกับมัจญ์ลิสของท่าน อับดุรเราะหฺมาน บิน มะฮฺดีย์ อาจารย์ของอิมามอะหฺมัด ท่านกลาวว่า

كان عبد الرحمن بن مهدي لا يتحدث في مجلسه،

ولا يقوم أحد ولا يبرى فيه قلم، ولا يتبسم أحد

“ไม่มีใครสักคนที่พูดคุยกันในมัจญ์ลิสของท่านอับดุรเราะหฺมาน บิน มะฮฺดีย์ ไม่มีใครสักคนยืนขึ้น(แล้วออกจากมัจญ์ลิส) ไม่มีใครเหลาดินสอ(ขยับตัว) และไม่มีใครยิ้ม” (เนื่องจาก ทุกคนต่างตั้งใจรับฟังการสั่งสอนของท่านและมุ่งเรียนรู้มารยาท คุณธรรม และความยำเกรงจากท่าน) (สิยัร อะอฺลาม อัน-นุบะลาอ์ 17/161 , มุอัสสะสะฮฺ ริสาละฮฺ , อัช-ชามิละฮฺ)

แน่นอนว่า มารยาทและคุณธรรมที่เราแสดงไว้เป็นแบบอย่างนั้น จะกลายเป็นผลบุญที่ทวีคูณ และอินชาอัลลอฮ มันจะกลายเป็นอะมั้ลญาริยะฮฺที่จะนำพาผลบุญให้ไหลรินไปหาตัวท่านเองไปจนถึงวันกิยามะฮฺ ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม

مَنْ دَلَّ عَلَى خَيْرٍ فَلَهُ مِثْلُ أَجْرِ فَاعِلِهِ

“ผู้ใดชี้แนะไปสู่ความดี เขาจะได้รับผลบุญเหมือนกับผู้ที่กระทำความดีนั้น” (บันทึกโดยมุสลิม)

เป็นครูผู้สอน แต่มารยาทและคุณธรรมไม่ดีและแข็งกระด้างด้วย?

เป็นครูผู้สอน แต่มารยาทและคุณธรรมไม่ดี แถมยังแข็งกระด้างและก้าวร้าว ชอบวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นในมัจญ์ลิสของตนเอง และมักจะกระทำเช่นนั้นอยู่บ่อยๆ ชอบตักฟีร กล่าวหาผู้อื่นว่าเป็นพวกบิดอะฮฺ และหลงผิด จนลูกศิษย์นำไปปฏิบัติตาม นี่คือสิ่งที่ควรหลีกห่าง เพราะมันอาจกลายเป็นบาปต่อเนื่องได้ ขออัลลอฮทรงคุ้มครองเราจากสิ่งนั้น

ขณะที่ ชัยคฺ อับดุรเราะหฺมาน บิน นาศิร อัส-สะอดีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ อธิบายหะดีษ

مَنْ دَعَا إِلَى هُدًى كَانَ لَهُ مِنَ الأَجْرِ مِثْلُ أُجُورِ مَنْ تَبِعَهُ لاَ يَنْقُصُ ذَلِكَ مِنْ أُجُورِهِمْ شَيْئًا وَمَنْ دَعَا إِلَى ضَلاَلَةٍ كَانَ عَلَيْهِ مِنَ الإِثْمِ مِثْلُ آثَامِ مَنْ تَبِعَهُ لاَ يَنْقُصُ ذَلِكَ مِنْ آثَامِهِمْ شَيْئًا

“บุคคลใดก็ตามที่เรียกร้องเชิญชวนผู้อื่นมาสู่หนทางที่ถูกต้อง เขาจะได้รับรางวัลเหมือนกับผู้ที่ได้ปฏิบัติตามสิ่งที่เขาได้แนะนำเอาไว้ โดยรางวัลของเขาจะไม่ถูกตัดทอนให้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย และบุคคลใดก็ตามที่เรียกร้องเชิญชวนผู้อื่นมาสู่หนทางหลงผิด เขาจะได้รับการตอบแทนเหมือนกับผู้ที่ได้ปฏิบัติตามสิ่งที่เขาได้แนะนำเอาไว้ โดยรางวัลของเขาจะไม่ถูกตัดทอนให้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย” (บันทึกโดย มุสลิม)

ท่านกล่าวว่า

و كل من تقدم بعمل خيري أو مشروع عام النقع: فهو داخل في هذا النص

و عكس ذلك كله: الداعي إلى الضلالة

“ทุกคนที่ล่วงหน้าในการปฏิบัติความดี หรือปฏิบัติการงานที่ศาสนาบัญญัติไว้ โดยมอบคุณประโยชน์แก่สาธารณะ(ผู้คนและสังคม) เขาก็เข้าข่ายในหลักฐานนี้ เช่นเดียวกับในทางกลับกัน อันหมายถึง บรรดาผู้เชิญชวนไปสู่ความหลงผิด” (บะหฺญะฮฺ กุลูบิล อับร็อร หน้า 36 , ดาร กุตุบ อัล-อิลมิยยะฮฺ , เบรุต , พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี ฮิจเราะฮฺที่ 1423)

และการสถาพรและความศานติจงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัด และวงศ์วานของท่าน และเศาะหาบะฮฺของท่าน และมวลการสรรเสริญนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 17, 2012 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: