RSS

หลักสำคัญ 3 ประการสู่การมีมารยาทที่ดีงามต่อผู้อื่น

31 ต.ค.
หลักสำคัญ 3 ประการสู่การมีมารยาทที่ดีงามต่อผู้อื่น
เขียนโดย อบูอุมัร อัล-บันกะวีย์
จากเว็ปไซต์ www.salafy.or.id
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

     หลังจากที่เราได้รับทราบการมีมารยาทที่ดีงามต่อผู้สร้าง (ในบทความชิ้นอื่นของผู้เขียน อินชาอัลลอฮ จะแปลในโอกาสต่อไป-ผู้แปล) ต่อไปนี้ เราจะมาพูดถึงการมีมารยาทที่ดีงามต่อสิ่งถูกสร้าง

บรรดาอุละมาอ์ เช่น อัล-หะสัน อัล-บัศรีย์ ได้กล่าวว่า มารยาทที่ดีงามต่อสิ่งถูกสร้างนั้น เกี่ยวข้องกับ 3 สิ่งต่อไปนี้

كَفُّ اْلأَذَى ، وَبَذْلُ النَّدَى، وَطَلاَقَةُ الْوَجْهِ

[1] ยับยั้งจากการรบกวน (กัฟฟุล อัซซา)[2] ชอบช่วยเหลือ (บัซลุน นะดา)[3] ใบหน้าแจ่มใส่ (เฏาะลาเกาะตุล มัจฮฺ)

ประการที่ 1 : ยับยั้งจากการรบกวน (กัฟฟุล อะซา)

หมายถึง การที่คนๆหนึ่งยับยั้งตนเองจากการรบกวน/ก่อกวนผู้อื่น ทั้งการรบกวนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน ชีวิต หรือเกียรติยศ ผู้ที่ไม่ยับยั้งหักห้ามตนเองจากการรบกวนผู้อื่น เขาก็ไม่มีมารยาทที่ดีงาม และเขาเป็นผู้มารยาทที่ต่ำทราม ครั้นในวันฮัจญ์ อัล-วะดาอฺ ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวต่อผู้คนจำนวนมากว่า

فَإِنَّ دِمَاءَكُمْ وَأَمْوَالَكُمْ وَأَعْرَاضَكُمْ عَلَيْكُمْ حَرَامٌ كَحُرْمَةِ يَوْمِكُمْ هَذَا فِي شَهْرِكُمْ هَذَا وفِي بَلَدِكُمْ هَذَا

“แท้จริง เลือดของพวกท่าน ทรัพย์สินของพวกท่าน และเกียรติของพวกท่านเป็นต้องห้ามเหนือพวกท่าน เช่นเดียวกับวันนี้ของพวกท่าน เดือนนี้ของพวกเขา ณ แผ่นดินนี้ของพวกท่าน”(บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม)

เมื่อคนๆหนึ่งทำร้ายผู้อื่นด้วยการบิดพลิ้ว หรือการทำร้ายด้วยการตี และความชั่วร้าย หรือทำลายเกียรติของผู้คน หรือด่าทอ หรือนินทาเขา สิ่งนี้ไม่ถือเป็นมารยาทที่ดีงามต่อมนุษย์เลย เพราะเขามิได้หักห้ามตนเองจากการก่อกวนผู้อื่น และบาปของเขาจะยิ่งร้ายแรงขึ้น หากการทำร้ายของนั้นไปกระทำต่อบุคคลที่มีสิทธิเหนือกว่าท่านตัวอย่างคือ หากไปชั่วต่อบิดามารดา บาปของมันก็จะร้ายแรงยิ่งขึ้น และร้ายแรงยิ่งกว่าบาปของการทำชั่วต่อบุคคลอื่นๆ การทำชั่วต่อเครือญาตินั้น บาปของมันร้ายแรงยิ่งกว่าบาปของการทำชั่วต่อผู้ที่มีความสัมพันธ์ห่างไกลกว่า การทำชั่วต่อเพื่อนบ้านนั้น บาปของมันร้ายแรงยิ่งกว่าการทำชั่วต่อผู้อื่นที่มิใช่เพื่อนบ้าน เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

وَاللهِ لاَ يُؤْمِن، وَاللهِ لاَ يُؤْمِن ، وَاللهِ لاَ يُؤْمِن

“ขอสาบานต่ออัลลอฮ ยังไม่ศรัทธา ขอสาบานต่ออัลลอฮ ยังไม่ศรัทธา ขอสาบานต่ออัลลอฮ ยังไม่ศรัทธา!”

บรรดาเศาะหาบะฮฺถามว่า “ใครหรือที่ยังไม่ศรัทธา โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ?” ท่านเราะสูลุลลอฮ ตอบว่า

مَنْ لاَ يَأْمَنُ جَارُهُ بِوَائِقِهِ

“ผู้ที่เพื่อนบ้านไม่รู้สึกปลอดภัยจากความชั่วของเขา”

ประการที่ 2 : ชอบช่วยเหลือ (บัซลุน นะดา)

ความหมายของคำว่า “บัซลุน นะดา” หมายถึง มีความใจกว้างและชอบช่วยเหลือผู้อื่น ความใจกว้างในที่นี้มิได้มีความหมายตามที่ใครบางคนเข้าใจว่า แค่เพียงเรื่องทรัพย์สิน แต่มันหมายถึง การมีความใจกว้างในชีวิต ความเป็นอยู่ และทรัพย์สินเงินทอง เมื่อเราเห็นคนๆหนึ่งที่คอยสนองความยากลำบากของผู้คน ช่วยเหลือพวกเขา เผยแพร่ความรู้ในหมู่ผู้คน ใจกว้างในทรัพย์สิน(ชอบบริจาค) เราก็จะกล่าวว่า คนดังกล่าวมีมารยาทที่ดีงาม เพราะเขาคือคนใจกว้าง ชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้น ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม จงกล่าวว่า

“จงยำเกรงอัลลอฮในทุกสภาวการณ์ จงติดตามความชั่วความการทำดี แน่แท้ การทำดีนั้นจะลบล้างความชั่ว และจงคลุกคลีกับผู้คนด้วยมารยาทที่ดีงาม”(บันทึกโดย อะหฺมัด , อัต-ติรมีซีย์ และอัด-ดาริมีย์)

ในส่วนหนึ่งของคุณลักษณะนี้ ก็คือ เมื่อท่านถูกคนชั่วทำร้าย ท่านก็จะให้อภัย แท้จริง อัลลอฮทรงยกย่องบรรดาผู้ให้อภัยแก่ความผิดพลาดของผู้คน อัลลอฮทรงตรัสไว้เกี่ยวกับชาวสวรรค์ว่า

الَّذِينَ يُنْفِقُونَ فِي السَّرَّاءِ وَالضَّرَّاءِ وَالْكَاظِمِينَ الْغَيْظَ وَالْعَافِينَ عَنِ النَّاسِ وَاللَّهُ يُحِبُّ الْمُحْسِنِينَ

คือบรรดาผู้ที่บริจาคทั้งในยามสุขสบาย และในยามเดือดร้อน และบรรดาผู้ข่มโทษและบรรดาผู้ให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์และอัลลอฮนั้นทรงรักผู้กระทำดีทั้งหลาย(สูเราะฮฺอาลิ อิมรอน 3 : 134)

อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ตรัสว่า

وَأَنْ تَعْفُوا أَقْرَبُ لِلتَّقْوَى

และการที่พวกเจ้าจะยก(โทษ-อภัย)ให้นั้น เป็นสิ่งที่ใกล้แก่ความยำเกรงมากกว่า (สูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 2 : 237)

وَلْيَعْفُوا وَلْيَصْفَحُوا

และพวกเขาจงอภัยและยกโทษ (ให้แก่พวกเขาเถิด)(สูเราะฮฺอัน-นูร 24 : 22)

فَمَنْ عَفَا وَأَصْلَحَ فَأَجْرُهُ عَلَى اللَّهِ

แต่ผู้ใดอภัย และไกล่เกลี่ยคืนดีกันรางวัลตอบแทนของเขาอยู่ที่อัลลอฮ(สูเราะฮฺอัช-ชูรอ 42 : 40)

ในการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์นั้น คนๆหนึ่งจะต้องประสบกับการรบกวน ดังนั้น ในการเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้น เขาจงให้อภัยและเปิดใจให้กว้าง และเขาจงเชื่อมั่นว่า การให้อภัยและเปิดใจกว้าง พร้อมกับหวังในการตอบแทนที่ดีงามในอาคิเราะฮฺนั้น จะเปลี่ยนความศัตรู-คู่ขัดแย้งระหว่างเขากับพี่น้องนั้น ให้กลายเป็นความรักใคร่และการเป็นพี่น้องกัน

อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ตรัสว่า

وَلا تَسْتَوِي الْحَسَنَةُ وَلا السَّيِّئَةُ ادْفَعْ بِالَّتِي هِيَ أَحْسَنُ فَإِذَا الَّذِي بَيْنَكَ وَبَيْنَهُ عَدَاوَةٌ كَأَنَّهُ وَلِيٌّ حَمِيمٌ

และความดีและความชั่วนั้นหาเท่าเทียมกันไม่ เจ้าจงขับไล่ (ความชั่ว) ด้วยสิ่งที่มันดีกว่า แล้วเมื่อนั้นผู้ที่ระหว่างเจ้ากับระหว่างเขาเคยเป็นอริกันก็จะกลับกลายเป็นเยี่ยงมิตรที่สนิทกัน(สูเราะฮฺฟุศศิลัต 41 : 34)

ประการที่ 3 : ใบหน้าแจ่มใส่ (เฏาะลาเกาะตุล มัจฮฺ)

นั่นคือ การที่คนๆหนึ่งมีใบหน้าที่แจ่มใสอยู่เสมอ ไม่ทำหน้าบูดบึ้ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

لا تَحْقِرنَّ مِنَ المَعرُوفِ شَيئاً وَلَوْ أنْ تَلقَى أخَاكَ بِوَجْهٍ طَليقٍ

“อย่าได้ดูแคลนความดีที่เล็กน้อย แม้นว่า (ด้วยการที่)พวกท่านพบปะพี่น้องด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่ก็ตาม”(บันทึกโดย มุสลิม)

ท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลออุอันฮฺ ก็เคยถูกถามว่า ความดีนั้นคืออะไร? ท่านตอบว่า“ความดีนั้นคือ การมีใบหน้าที่แจ่มใส่ และลิ้น(คำพูด)ที่อ่อนโยน”

การมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของความสุขของมนุษย์ นำมาซึ่งความรักความเมตตา นำพาความสบายใจในหัวใจ อีกทั้งยังนำมาซึ่งความรู้สึกโล่งที่หัวอกของท่านเอง และของผู้คนที่ท่านพบเจอ ในทางกลับกัน หากท่านทำหน้าบูดบึ้ง ผู้คนก็จะออกห่างจากตัวท่าน พวกเขาจะไม่ชอบนั่งและพูดคุยอยู่กับท่าน และมันอาจทำให้ท่านเกิดความกังวลและเครียดในหัวใจก็เป็นได้ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส่นั้น คือ ยารักษาความกังวลและความเครียดของหัวใจท่านไม่รู้หรือว่า เมื่อคุณหมอต้องการตักเตือนผู้ที่มีอาการเครียดนั้น เขาจะตักเตือนให้ออกห่างจากสิ่งที่จะนำไปสู่การโมโหหรือการโกรธ เพราะการโมโหหรือโกรธนั้น จะยิ่งทำให้เกิดความเครียดยิ่งขึ้น? ในขณะที่ ใบหน้าที่แจ่มใส่นั้นจะช่วยรักษาโรคนี้ เพราะคนรอบตัวท่านจะรัก และให้เกียรติท่าน นี่คือ หลักสำคัญ 3 ประการของมารยาทที่ประเสริฐ โดยทั้งสามประการนี้แหล่ะ ที่เป็นมารยาทที่ดีงามในการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งถูกสร้าง อันได้แก่

[1] ยับยั้งจากการรบกวน (กัฟฟุล อัซซา)

[2] ชอบช่วยเหลือ (บัซลุน นะดา)

[3] ใบหน้าแจ่มใส่ (เฏาะลาเกาะตุล มัจฮฺ)

หวังว่า คงจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่าน วัลลอฮุ อะอฺละมุ บิศ-เศาะวาบ

   อ้างอิง – มะการิมุล อัคลาค เขียนโดย ชัยคฺ มุหัมมัด บิน ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 31, 2012 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: