RSS

เคาละฮฺ บินติ ษะอฺละบะฮฺ : หญิงที่อัลลอฮทรงได้ยินคำร้องขอของเธอจากชั้นฟ้าชั้นที่ 7

23 ต.ค.

เคาละฮฺ บินติ ษะอฺละบะฮฺ
หญิงที่อัลลอฮทรงได้ยินคำร้องขอของเธอจากชั้นฟ้าชั้นที่ 7
เขียนโดย Prince Of Jihad
แปลและเรียบเรียงโดย อุมมุ ฮันซอละฮฺ

ท่านคือ เคาละฮฺ บินติ ษะอฺละบะฮฺ บิน อัศรอม บิน ฟะฮัร บิน ษะอฺละบะฮฺ เฆาะนาม บิน เอาฟฺ ท่านเป็นหญิงที่คล่องแคล่วและเก่ง ท่านนิกาหฺกับ เอาสฺ บิน ศอมิต บิน ก็อยสฺ พี่น้องของอุบาดะฮฺ บิน ศอมิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้เข้าร่วมในสงครามบัดรฺและอุหุดและทุกสงครามพร้อมกับท่าน เราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ด้วยกับเอาสฺนี่แหล่ะ ท่านได้คลอดลูกชายชื่อ รอบิอฺ

ท่านเคาละฮฺ บินติ ษะอฺละบะฮฺ  หย่าร้างจากสามีของเธอ เอาสฺ บิน ศอมิต ด้วยปัญหาที่ทำให้เอาสฺโกรธ เขากล่าวว่า “สำหรับฉันแล้ว เธอเหมือนหลังแม่ของฉัน” แล้วเอาสฺก็ออกไปหลังจากกล่าวถ้อยคำนั้น และนั่งร่วมอยู่กับผู้คน ไม่นานเขาก็กลับเข้ามาและขอคืนดีกับเคาละฮฺ แต่ด้วยความตระหนักที่จติใจและความกว้างขวางของคความรู้สึกของเคาละฮฺ ทำให้ท่านปฏิเสธ จนทำให้หุกุ่มของอัลลอฮต่อเรื่องราวใหม่ครั้งแรกเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อิส ลาม ท่านเคาละฮฺกล่าวว่า “ไม่…อย่าจับ! ขอสาบานต่ออัลลอฮ ผู้ที่ชีวิตของเคาละฮฺอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ท่านไม่อาจแตะต้องตัวฉันได้อีก เพราะท่านได้กล่าวสิ่งหนึ่ง และด้วยสิ่งที่ท่านกล่าวต่อฉันนั่นแหล่ะ อัลลอฮและเราะสูลของพระองค์จึงได้ตัดสินต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา”

แล้วท่านเคาละฮฺก็ออกไปพบท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วนั่งลงต่อหน้าท่านเราะสูล และเล่าเรื่องรางที่เกิดขึ้นกับตนและสามี เพื่อขอคำตัดสินและสนทนากับท่านเราะสูลเกี่ยวกับกิจการงานนี้ ท่านเราะสูลกล่าวว่า “ฉันยังมิได้รับคำสั่งใดๆเกี่ยวกับการงานดังกล่าวของท่าน…ฉันไม่เห็นสิ่งใด นอกจากท่านเป็นที่ต้องห้ามสำหรับเขาแล้ว”

หญิงมุอฺมินะฮฺผู้นี้ได้กล่าวทวนคำพูดของตนเองและได้อธิบายแก่ท่านเราะสู ลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองและลูกๆ หากเธอจะต้องแยกทางจากสามี แต่ท่านเราะสูลก็ยังยืนยันคำตอบเดิมว่า “ฉันไม่เห็นสิ่งใด นอกจากท่านเป็นที่ต้องห้ามสำหรับเขาแล้ว”

หลังจากนั้น หญิงมุอฺมินะฮฺผู้นี้ได้ยกมือทั้งสองข้างขึ้นสู่ฟ้า ในขณะที่หัวใจเก็บซ่อนความทุกข์และความเจ็บปวดเอาไว้ ดวงตาสองของเธอแลเห็นน้ำตาและความสำนึกผิด แล้วท่านก็หันมือทั้งสองไปยังผู้ที่ไม่มีความขาดทุนใดๆสำหรับใครที่วอนขอต่อ พระองค์ ท่านขอดุอาอ์ว่า “โอ้อัลลอฮ แท้จริง ฉันขอร้องเรียนต่อพระองค์เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน”

ช่างสวยงามยิ่งนัก หญิงผู้ศรัทธาเช่นเคาละฮฺ ท่านอยู่ต่อหน้าท่านเราะสูล และสนทนากับท่านเพื่อขอคำตัดสิน ในขณะที่การวิงวอนของความช่วยและการร้องทุกข์นั้น มิอาจมอบให้ใครได้ เว้นแต่อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา แต่เพียงผู้เดียว นี่คือหลักฐานของความบริสุทธิ์แห่งอีมานและเตาฮีด ที่บรรดาเศาะหาบะฮฺ-เศาะฮาบียะฮฺของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เรียนรู้มา

หญิงผู้นี้วิงวอนขอโดยไม่ลดละ จนกระทั่ง ท่านเราะสูลเป็นลมสลบไป เฉกเช่นเดียวกับที่ท่านเป็นลมขณะรับวะฮีย์

หลังจากที่ท่านเราะสูลรู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว ท่านกล่าวว่า “เคาละฮฺเอ๋ย แท้จริง อัลลอฮทรงประทานอัล-กุรอานเกี่ยวกับตัวท่านและสามีของท่าน” แล้วท่านเราะสูลก็อ่านโองการของอัลลอฮ

قَدْ سَمِعَ اللَّهُ قَوْلَ الَّتِي تُجَادِلُكَ فِي زَوْجِهَا وَتَشْتَكِي إِلَى اللَّهِ وَاللَّهُ يَسْمَعُ تَحَاوُرَكُمَا إِنَّ اللَّهَ سَمِيعٌ بَصِيرٌ

الَّذِينَ يُظَاهِرُونَ مِنكُم مِّن نِّسَائِهِم مَّا هُنَّ أُمَّهَاتِهِمْ إِنْ أُمَّهَاتُهُمْ إِلَّا اللَّائِي وَلَدْنَهُمْ وَإِنَّهُمْ لَيَقُولُونَ مُنكَرًا مِّنَ الْقَوْلِ وَزُورًا وَإِنَّ اللَّهَ لَعَفُوٌّ غَفُورٌ

وَالَّذِينَ يُظَاهِرُونَ مِن نِّسَائِهِمْ ثُمَّ يَعُودُونَ لِمَا قَالُوا فَتَحْرِيرُ رَقَبَةٍ مِّن قَبْلِ أَن يَتَمَاسَّا ذَلِكُمْ تُوعَظُونَ بِهِ وَاللَّهُ بِمَا تَعْمَلُونَ خَبِيرٌ

فَمَن لَّمْ يَجِدْ فَصِيَامُ شَهْرَيْنِ مُتَتَابِعَيْنِ مِن قَبْلِ أَن يَتَمَاسَّا فَمَن لَّمْ يَسْتَطِعْ فَإِطْعَامُ سِتِّينَ مِسْكِينًا ذَلِكَ لِتُؤْمِنُوا بِاللَّهِ وَرَسُولِهِ وَتِلْكَ حُدُودُ اللَّهِ وَلِلْكَافِرِينَ عَذَابٌ أَلِيمٌ

โดย แน่นอน อัลลอฮทรงได้ยินถ้อยคำของสตรีที่กำลังโต้แย้งกับเจ้าในเรื่องสามีของนางและ นางได้ร้องทุกข์ต่ออัลลอฮ และอัลลอฮนั้นทรงได้ยินการตอบโต้ของเจ้าทั้งสอง แท้จริงอัลลอฮเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรู้เห็นเสมอ บรรดาผู้เปรียบเทียบภรรยาของพวกเขาในหมู่พวกเจ้าว่าเสมือนแม่ของพวกเขานั้น พวกนางมิได้เป็นแม่ของพวกเขา บรรดาแม่ของพวกเขามิได้เป็นอื่นใดนอกจากเป็นผู้ให้กำเนิดพวกเขาเท่านั้น และแท้จริงพวกเขานั้นกล่าวคำพูดที่น่าเกลียดและกล่าวเท็จ และแท้จริงอัลลอฮนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ทรงยกโทษให้เสมอ และบรรดาผู้เปรียบเทียบภรรยาของพวกเขาว่าเสมือนแม่ของพวกเขานั้น แล้วพวกเขาจะคืนสู่ถ้อยคำที่พวกเขาได้กล่าวไว้ ดังนั้น (สิ่งที่จำเป็นแก่เขาต้องปฏิบัติคือ) การปล่อยทาสหนึ่งคนก่อนที่เขาทั้งสองแตะต้องต่อกัน (ร่วมหลับนอน) นั่นคือสิ่งที่พวกเจ้าถูกเตือนเอาไว้ใช้ให้ปฏิบัติ และอัลลอฮทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ส่วนผู้ที่ไม่สามารถหา (ทาส) ได้ ก็ต้องถือศีลอดสองเดือนติดต่อกัน ก่อนที่เขาทั้งสองจะแตะต้องต่อกัน (ร่วมหลับนอน) สำหรับผู้ที่ไม่สามารถจะถือศีลอดได้ ก็ต้องให้อาหารแก่คนยากจนจำนวนหกสิบคน ทั้งนี้เพื่อจะให้พวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮและเราะสูลของพระองค์ นั่นคือขอบเขตของอัลลอฮ และสำหรับพวกปฏิเสธศรัทธานั้นจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวด (สูเราะฮฺอัล-มุญาดะละฮฺ 58 : 1-4)

แล้วท่านเราะสูลก็ได้อธิบายแก่เคาละฮฺเกี่ยวกับค่าไถ่โทษ

นบี     :        สั่งให้เขา(หมายถึง สามีของเคาละฮฺ)ปล่อยทาสหนึ่งคนให้เป็นไท
เคาละฮ :        โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮ เขาไม่มีทาสที่จะปล่ยอให้เป็นไทแม้แต่คนเดียว
นบี      :        ถ้าเช่นนั้น ก็จงส่งให้เขาถือศีลอดสองเดือนติดต่อกัน
เคาละฮ :        ขอสาบานต่ออัลลอฮ เขาคือชายที่ไม่มีกำลังถือศีลอด(สองเดือนติดต่อกัน)ได้
นบี      :        สั่งให้เขามอบอาหารจากอินทผาลัมแก่คนมิสกีน 60 คน
เคาละฮ          :        ขอสาบานต่ออัลลอฮ โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮ เขาไม่มีสิ่งนั้น
นบี     :        ฉันช่วยเหลือครึ่งหนึ่ง
เคาละฮ :        ฉันช่วยอีกครึ่งที่เหลือ โอ้ ท่านเราะสูลุลลอฮ
นบี      :        ท่านสัจจริงและเป็นคนดี ดังนั้น จงไปหาและเศาะดะเกาะฮฺอินทผาลัมนั้นเป็นค่าไถ่โทษแก่เขาเถิด แล้วจงอยู่ร่วมกับลูกของลุงของเธอด้วยดี

แล้วเคาละฮฺก็ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านนบี

นี่คือเรื่องราวของหญิงผู้ร้องเรียนต่อผู้นำแห่งลูกหลานอาดัม ที่เต็มไปด้วยบทเรียนและเรื่องราวต่างๆที่ทำให้หญิงคนหนึ่งได้ยกศีรษะของเธอ ให้สูงขึ้นด้วยความภาคภูมิใจและความรู้สึกที่มีเกียรติ

อุมมุล มุอ์มินีน อาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “มวล การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮผู้ทรงกว้างขวางในการได้ยินต่อทุกสรรพเสียง ได้มีหญิงคนหนึ่งที่มาร้องทุกข์ต่องท่านเราะสูลุลลอ เธอได้สนทนากับท่านเราะสูล ซึ่งฉันอยู่ข้างในบ้านและมิได้ยินสิ่งใดที่เธอเอ่ยกล่าว แล้วอัลลอฮ อัซ-ซะวะญัล ก็ทรงประทานอายะฮฺ “โดยแน่นอน อัลลอฮทรงได้ยินถ้อยคำของสตรีที่กำลังโต้แย้งกับเจ้าในเรื่องสามีของนางและ นางได้ร้องทุกข์ต่ออัลลอฮ…”(สูเราะฮฺ อัล-มุญาดะละฮฺ 58 : 1)”

นี่ คือหญิงผู้ศรัทธาที่ได้รับการอบรมโดยอิสลาม ผู้ซึ่งฉุดรั้งเคาะลีฟะฮฺ อุมัร บิน อัล-ค็อฏฏ็อบ ที่กำลังเดิน เพื่อมอบคำเทศนาและนะศีหะฮฺแก่เขา ท่าน(เคาละฮฺ)กล่าวว่า “อุมัรเอ๋ย ฉันรู้จักท่านตั้งแต่ท่านยังคงมีชื่อว่า อุมัยรฺ(อุมัรตัวเล็ก) ในขณะที่ท่านยังอยู่ที่อุกาซ ท่านเลี้ยงแพะด้วยไม้เท้าของท่าน แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป จนกระทั่งท่านได้ชื่อว่า อมีรุล มุอ์มินีน ดังนั้น จงยำเกรงอัลลอฮเกี่ยวกับประชาชนของท่านเถิด จงทราบไว้ว่า ผู้ใดที่หวาดกลัวต่อการลงโทษของอัลลอฮ สิ่งที่ไกลก็จะขยับใกล้เขา และผู้ใดที่กลัวต่อความดี เขาก็จะกลัวความสูญเสย และใครที่เชื่อมั่นต่อการมีอยู่ของการสอบสวน เขาก็จะกลัวการลงโทษของอัลลอฮ” ท่านกล่าวสิ่งนี้ ในขณะที่อมีรุล มุอ์มินีน ยืนก้มหัวและฟังถ้อยคำของท่าน

ส่วน อัล-ญะรูด อัล-อับดีย์ ซึ่งอยู่ร่วมกับอุมัร บิน อัล-ค็อฏฏ็อบ ไม่วายที่จะกล่าวแก่เคาละฮฺวะฮฺ “ท่านพูดกับท่านอมีรุล มุอ์มินีน มากไปแล้ว โอ้หญิงสาว…!” อุมัรจึงตำหนิเขาว่า “ปล่อย เธอไป…ท่านรู้ไหมว่าเธอคือใคร? เธอคือเคาละฮฺ ผู้ที่อัลลอฮทรงได้ยินคำกล่าวของเธอจากชั้นฟ้าชั้นที่ 7 ดังนั้น จึงสมควรยิ่งที่อุมัรจะต้องรับฟังคำพูดของเธอ”

ในรายงานอื่น ท่านอุมัร บิน อัล-ค็อฏฏ็อบ กล่าวว่า “ขอ สาบานต่ออัลลอฮ หากนะศีหะฮฺของเธอยังไม่เสร็จสิ้นแม้นผ่านวันคืนไปแล้ว ฉันก็จะไม่ยอมเลิกรา จนกว่าสิ่งที่เธอต้องการจะเสร็จสิ้นไปก่อน เว้นแต่ว่า หากเวลาละหมาดมาถึง ฉันก็จะทำการละหมาด แล้วกลับมาฟังเธอ จนกว่าความต้องการของเธอจะเสร็จสิ้นไป”

 

(ที่มา หนังสือ รู้จักเศาะหาบียะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เขียนโดย มะหฺมูด มะฮฺดีย์ อัล-อิสตันบูลีย์ และมุสเฏาะฟา อบู อัน-นะศ็อร อัช-ชะลาบีย์ หน้า 242-246 สำนักพิมพ์ อัฏ-ฏิบยาน)

จากเว็ปไซต์ www.arrahmah.com

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: