RSS

ใกล้ชิดสะลัฟยิ่งขึ้น

22 ต.ค.

ใกล้ชิดสะลัฟยิ่งขึ้น
เรียบเรียงโดย อุมมุ รุมมาน เวระวะตี ลิฮาวา
ตรวจทานโดย อุสตาซะฮ อัมมี รูน บัยษฺ
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

مَنْ يُطِعِ الرَّسُولَ فَقَدْ أَطَاعَ اللَّهَ 

ผู้ใดเชื่อฟังเราะสูล แน่นอนเขาก็เชื่อฟังอัลลอฮแล้ว  (สูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ 4 : 80)

ไม่รู้จัก ก็จะไม่รัก’ คำนี้เป็นที่แพร่หลายในประเทศของเรา(อินโดนีเซีย) แต่เกี่ยวข้องอย่างไรกับหัวข้อของเรา? อินชาอัลลอฮ เกี่ยวข้องอย่างไรนั้น เราจะนำเสนอไว้ในบทความชิ้นนี้

บางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า สะลัฟ หรือ สะละฟีย์ ด้วยความหมายที่หลากหลายแตกต่างกันไป ท่านคือหนึ่งในบุคคลที่มีปฏิกิริยาเชิงลบ เมื่อได้อ่านหรือได้ยินคำว่า สะลัฟ หรือสะละฟีย์ หรือเปล่า?

หากว่าใช่ เรามากำจัดความคิดเหล่านั้นของท่านที่มีต่อสะลัฟ ซึ่งเป็นไปได้ว่า มาจากควาคิดที่ไม่มีพื้นฐานของความรู้แม้แต่น้อย และเป็นสิ่งที่ดีมาก ก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหาส่วนแรก เราได้เริ่มต้นด้วยการวิงวอนขอต่ออัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ทรงประทานทางนำของพระองค์และเรา และทรงเปิดดวงตาแห่งหัวใจของเราให้สามารถอ่านบทความชิ้นนี้จนจบได้

ความหมายที่ถูกต้องของสะลัฟ 

สะลัฟ ในทางภาษาแล้วเป็นพหูพจน์ของคำว่า สาลิฟ หมายถึง บรรพบุรุษ ดังนั้น ความหมายของคำว่าสะลัฟ จึงหมายถึง บุคคลที่ในอดีต/บุคคลที่มาก่อน หลักฐานคือ ดำรัสของอัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ว่า

فَجَعَلْنَاهُمْ سَلَفًا وَمَثَلًا لِلْآخِرِينَ 

และเราได้ทำให้พวกเขาเป็นอดีตที่ล่วงเลยไปและอุทธาหรณ์แก่คนรุ่นต่อไป (สูเราะฮฺฮัซ-ซุครุฟ : 56)

อิมามอัล-บะเฆาะวีย์ ได้กล่าวไว้ในการตัฟสีร(อายะฮฺนี้)ของท่านว่า “…และพวกเขาคือบุคคลที่ล่วงมาก่อนจากหมู่บรรพชน เราได้ทำให้พวกเขาเป็นบรรพบุรุษ เพื่อที่คนรุ่นหลังจะได้รับเอาบทเรียนจากพวกเขา”

อิมาม อิบนุ กะษีร กล่าวว่า “สะลัฟ คือ บุคคลที่รุ่นแรกจากหมู่บรรพบุรุษและเครือญาติ ดังนั้น ชนรุ่นแรกจากหมู่ตาบิอีน จึงถูกเรียกว่า อัส-สะละฟุศ ศอลิหฺ”

และหนึ่งในความหมายของสะลัฟในทางภาษา ก็คือ คำกล่าวของท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ที่มีต่อบุตรีของท่าน ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ อัซ-ซะฮฺรออ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า “แท้จริง สะลัฟ(ชนรุ่นแรก)ที่ดีที่สุดสำหรับเจ้า คือ ข้าเอง” (บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์และมุสลิ)

ในขณะที่ความหมายทางชะรีอะฮฺนั้น มีความขัดแย้งกัน(ในหมู่อุละมาอ์)เกี่ยวกับความหมายของคำว่า สะลัฟ เป็นทัศนะต่างๆที่สำคัญๆต่อไปนี้

–          พวกเขาคือ บรรดาเศาะหาบะฮฺเท่านั้น

–          พวกเขาคือ บรรดาเศาะหาบะฮฺและตาบิอีน

–          พวกเขาคือ บรรดาเศาะหาบะฮฺ , ตาบิอีน และตาบิอิต ตาบิอีน

–          พวกเขาคือ บรรพชนรุ่นแรกก่อนปีฮิจเราะฮฺที่ 500 อุละมาอ์ที่เลือกทัศนะนี้ กล่าวว่า สะลัฟ คือ มัซฮับหนึ่งที่จำกัดอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง และไม่เกินไปจากนั้น ต่อมาความเข้าใจอิสลามก็ถูกเผยแพร่กระจายออกไป ผ่านบรรดาผู้รู้ทั้งหลาย

อัลลอฮุ ตะบาเราะกะ วะตะอาลา ตรัสว่า

وَالسَّابِقُونَ الْأَوَّلُونَ مِنَ الْمُهَاجِرِينَ وَالْأَنْصَارِ وَالَّذِينَ اتَّبَعُوهُمْ بِإِحْسَانٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمْ وَرَضُوا عَنْهُ وَأَعَدَّ لَهُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي تَحْتَهَا الْأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا أَبَدًا ذَلِكَ الْفَوْزُ الْعَظِيمُ

บรรดาบรรพชนรุ่นแรกในหมู่ผู้อพยพ (ชาวมุฮาญิรีนจากมักกะฮ) และในหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือ (ชาวอันศัอรจากมะดีนะฮฺ) และบรรดาผู้ดำเนินตามพวกเขาด้วยการทำดีนั้น อัลลอฮทรงพอพระทัยในพวกเขา และพวกเขาก็พอใจในพระองค์ด้วย และพระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกเขาแล้ว ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่างพวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาลนั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง (สูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ 9 : 100)

ด้วยอายะฮฺข้างต้น การจำกัดอยู่แค่เพียงมิติแห่งเลา จึงไม่เพียงพอในการกำหนดนิยามของคำว่า สะลัฟ แต่จะต้องเพิ่มเติมไปอีกว่า คือ บุคคลที่มีความเข้าใจศาสนาสอดคล้องกับอัล-กุรอานและอัส-สุนนะฮฺ ผู้ใดที่ทัศนะ/ความคิดเห็นของเขาสวนทางกับอัล-กุรอานและอัส-สุนนะฮฺ ดังนั้น เขาก็มิใช่สะลัฟ แม้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางบรรดาเศาะหาบะฮฺและตาบิอีนก็ตาม

ต่อมา บุคคลแรกที่ถือเป็นสะลัฟ ก็คือ บรรดาเศาะหาบะฮฺ ดังที่มีปรากฏในหะดีษจากท่านอับดุลลอฮ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ว่าท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า

กลุ่มชนที่ดีที่สุดคือกลุ่มชนของชน(เศาะหาบะฮฺ) หลังจากนั้นคือกลุ่มชนต่อมา(ตาบิอีน)หลังจากนั้นคือกลุ่มชนต่อมา(ตาบิอิตตาบิอีน)” (มุตตะฟะกุน อะลัยฮฺ)

อัล-บัยญูรีย์(อุละมาอ์ท่านหนึ่งในมัซฮับชาฟิอีย์) เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “ความหมายของ คนรุ่นแรก(สะลัฟ) ก็คือ คนรุ่นแรกจากบรรดานบี เศาะหาบะฮฺ ตาบิอีน และผู้ปฏิบัติตามพวกเขา”

จำเป็น(วาญิบ)ต้องปฏิบัติตามสะละฟุศศอลิหฺ และผูกพันอยู่กับแนวทางของพวกเขา

แท้จริง อัลลอฮุ อัซ-ซะวะญัล ทรงสั่งใช้เราให้ปฏิบัติตามแนวทางของบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม , ดำเนินตามคำสอนและแนวทางชีวิต(มันฮัจญ์)ของพวกเขา อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ตรัสว่า

وَاتَّبِعْ سَبِيلَ مَنْ أَنَابَ إِلَيَّ

และจงปฏิบัติตามทางของผู้ที่กลับไปสู่ข้า (สูเราะฮฺลุกมาน 31 : 15)

เกี่ยวกับอายะฮฺข้างต้น ท่านอิมามอิบนุล ก็อยยิม เราะหิมะฮุลลอฮ ได้ให้คำอธิบายไว้ว่า“บรรดาเศาะหาบะฮฺทั้งหมดกลับไปสู่อัลลอฮ ดังนั้นจำเป็นจะต้องปฏิบัติตามแนวทาง คำพูด และความเชื่อของพวกเขา ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ใหญ่(สำคัญ)ที่สุด”

อัลลอฮทรงเตือนพวกเรามิให้สวนทางพวกเขา และเตือน(ขู่)บรรดาผู้สวนทางพวกเขาด้วยไฟญะฮันนัม ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า

وَمَنْ يُشَاقِقِ الرَّسُولَ مِنْ بَعْدِ مَا تَبَيَّنَ لَهُ الْهُدَى وَيَتَّبِعْ غَيْرَ سَبِيلِ الْمُؤْمِنِينَ نُوَلِّهِ مَا تَوَلَّى وَنُصْلِهِ جَهَنَّمَ وَسَاءَتْ مَصِيرًا

และผู้ใดที่ฝ่าฝืนเราะสูล หลังจากที่คำแนะนำอันถูกต้องได้ประจักษ์แก่เขาแล้ว และเขายังปฏิบัติตามที่มิใช่ทางของบรรดาผู้ศรัทธานั้น เราก็จะให้เขาหันไปตามที่เขาได้หันไป และเราจะให้เขาเข้านรกญะฮันนัม และมันเป็นที่กลับอันชั่วร้าย (ศูเราะฮฺอัน-นิสาอ์ 4 : 115)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็ได้สั่งใช้อุมมะฮฺของท่านให้ปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านและสุนนะฮฺของบรรดาเคาะลีฟะฮฺหลังจากท่าน ท่านกล่าวว่า

عليكُم بسنَّتي وسُنَّة الخُلفاء المَهديين الرَّاشدين مِن بعدي، عَضُّوا عليها بالنَّواجذ، وإيَّاكم ومُحدثاتِ الأمور، فإنَّ كلَّ مُحدثةٍ بِدعةٌ، وكلَّ بدعةٍ ضلالةٌ

“พวกท่านจงยึดตามสุนนะฮฺของฉัน และสุนนะฮฺของบรรดาเคาะลีฟะฮฺผู้ได้รับทางนำหลังจากฉัน พวกท่านจงยึดมั่นและกัดมันด้วยฟันกราม(ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด) พวกท่านจงระวังการอุตริกรรมสิ่งใหม่ในศาสนา แท้จริง ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่นั่นคืออุตริกรรม และทุกๆอุตริกรรมนั้น คือความหลงผิด” (บันทึกโดย อะหฺมัด และอบูดาวูด)

อิมาม อัล-เอาซาอีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “ท่านจงอดทนบนสุนนะฮฺ จงยืนหยัดบนมัน เฉกเช่นการยืนหยัดของบรรดาเศาะหาบะฮฺ จงกล่าว เช่นเดียวกับที่พวกเขากล่าว และจงยับยั้งตัวเองจากสิ่งที่พวกเขาละทิ้ง และจงปฏิบัติตามแนวทางของสะละฟุศศอลิหฺ เพราะเพียงพอแล้วสำหรับท่าน ในสิ่งที่พวกเขาเห็น(พ้อง)ว่าเพียงพอ”

ความพิเศษบางประการของแนวทาง(มันฮัจญ์)สะลัฟ            

แนวทางสะลัฟมีความพิเศษที่มากมาย ซึ่งคงไม่เพียงพอหากนำมาเสนอในบทความสั้นๆชิ้นนี้ ส่วนหนึ่งได้แก่

          หนึ่ง     กลุ่มชนของแนวทางนี้ยืนหยัดบนสัจธรรม และไม่อ่อนไหวง่าย เหมือนพวกปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ

สอง     พวกเขาเห็นพ้องกันในอะกีดะฮฺเดียวกัน และไม่ขัดแย้งกัน แม้นว่ายุคสมัยและสถานที่จะแตกต่างกันก็ตาม

สาม     พวกเขาคือบุคคลที่รู้สภาพของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมมากที่สุด รวมถึงการกระทำ และคำพูดของท่าน พวกเขามีความสามารถมากที่สุดในการจำแนกสิ่งที่ถูกต้องกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น พวกเขาจึงเป็นผู้ที่รักสุนนะฮฺมากที่สุด มีความมุ่นมั่งในการปฏิบัติมัน และรักหมู่ชนของมัน(อะฮฺลิสสุนนะฮฺ)มากที่สุด

          สี่        พวกเขาเชื่อมั่น แนวทางของสะละฟุศ ศอลิหฺนั้น คือ แนวทางที่ปลอดภัยที่สุด ถูกต้องสอดคล้องกับความรู้มากที่สุด และยอดเยี่ยมที่สุด ไม่เหมือนกับพวกอะฮฺลุลกะลาม ที่เชื่อว่า แนวทางสะลัฟนั้น ปลอดภัยที่สุด แต่ทว่าแนวทางเคาะลัฟ(ชนรุ่นหลัง)นั้น ถูกต้องสอดคล้องกับความรู้มากกว่า และยอดเยี่ยมกว่า!! (นะอูซุบิลลาฮิมินซาลิก)

ห้า      พวกเขามุ่งมั่นที่สุดในการเผยแพร่อะกีดะฮฺที่ถูกต้องและศาสนาที่เที่ยงตรง , สอนมนุษย์และตักเตือนพวกเขา , ตอบโต้บรรดาผู้เบี่ยงเบนและอะฮฺลุลบิดอะฮฺ

หก      พวกเขามีความเป็นธรรมที่สุด เหนือบรรดากลุ่มหลงผิดทั้งหลาย

ปลอดภัยด้วยการทำตามสุนนะฮฺของท่านนบี

ชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “สาระสำคัญของศาสนานี้อยู่บนหลักสำคัญ 2 ประการ คือ เราจะไม่เคารพสักการะผู้ใดนอกจากอัลลอฮ และเราจะไม่เคารพภักดีพระองค์ท่าน เว้นแต่ด้วยกับที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้”

ดังที่พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า

فَمَنْ كَانَ يَرْجُو لِقَاءَ رَبِّهِ فَلْيَعْمَلْ عَمَلًا صَالِحًا وَلَا يُشْرِكْ بِعِبَادَةِ رَبِّهِ أَحَدًا

ดังนั้น ผู้ใดหวังที่จะพบพระผู้เป็นเจ้าของเขา ก็ให้เขาประกอบการงานที่ดี และอย่างตั้งผู้ใดเป็นภาคีในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาเลย (สูเราะฮฺอัล-กะฮฺฟี 18 : 110)

อัล-หาฟิซ อิบนุ กะษีร เราะหิมะฮุลลอฮ ได้ตัฟสีรอายะฮฺข้างต้นไว้ว่า “นี่คือเงื่อนไขสองประการของการตอบรับอะมั้ล (คือ) อะมั้ลดังกล่าวจะต้องกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮ และจะต้องสอดคล้องกับบทบัญญัติ(หรือแบบฉบับ)ของท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม”

จากคำอธิบายข้างต้น เราจึงทราบว่า ทุกการงานที่เราปฏิบัตินั้น จะต้องมีเป้าหมายเพื่อการใกล้ชิดอัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ซึ่งจะครบเงื่อนไขสำคัญสองประการ โดยที่ทั้งสองเงื่อนไขนั้น จะต้องไม่แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด เงื่อนไขสองประการดังกล่าวคือ

หนึ่ง มีความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮเท่านั้น

ความบริสุทธิ์ใจ(อิคลาศ) มิอาจได้มาด้วยกับการชิรกฺ ริยาอ์ หรือการวาดหวังต่อต่อดุนยา ดังนั้น บ่าวคนหนึ่งจึงต้องประกอบอะม้าลโดยมีเป้าหมายเพื่อหวังในพระพักต์ของอัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา อัลลอฮทรงตรัสว่า

إِنَّا أَنْزَلْنَا إِلَيْكَ الْكِتَابَ بِالْحَقِّ فَاعْبُدِ اللَّهَ مُخْلِصًا لَهُ الدِّينَ

แท้จริงเราได้ประทานคัมภีร์มายังเจ้าด้วยสัจธรรม ดังนั้นเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮ โดยเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใจในศาสนาต่อพระองค์ (สูเราะฮฺอัซ-ซุมัร 39 : 2)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็ได้กล่าวไว้ในหะดีษกุดสีย์ ว่าอัลลอฮทรงตรัสว่า

“ข้าคือพระผู้เป็นเจ้าที่ไม่ต้องการภาคีใดๆ ผู้ใดที่กระทำสิ่งหนึ่งโดยที่เขาตั้งภาคีข้ากับสิ่งอื่น ดังนั้น ข้าจะปล่อยให้เขากับภาคีนั้น(ในนรก)” (บันทึกโดย มุสลิม)

สอง     สอดคล้องกับแบบฉบับของท่านเราะสูลุลลอฮ

ความหมายของเงื่อนไขที่สองนี้ ก็คือ อะมั้ลที่เราปฏิบัตินั้นจะต้องกระทำเพื่อแสวงหาความใกล้ชิดกับอัลลอฮ และสอดคล้องกับสิ่งที่อัลลอฮทรงบัญญัติไว้ในคัมภีร์ของอัลลอฮ หรือที่ถูกบัญญัติไว้โดยท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ในสุนนะฮฺต่างๆของท่าน

มีหลักฐานมากที่ที่สั่งใช้ให้เราปฏิบัติตามสุนนะฮฺท่านนบี และห้ามปรามเราจากการทำสิ่งที่ท่านมิได้สั่งใช้ ที่เป้าหมายของมันนั้น เพื่อการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ส่วนหนึ่งจากหลักฐานดังกล่าว ก็คือ ในคัมภีร์อัล-กุรอาน อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ตรัสว่า

لَقَدْ كَانَ لَكُمْ فِي رَسُولِ اللَّهِ أُسْوَةٌ حَسَنَةٌ لِمَنْ كَانَ يَرْجُو اللَّهَ وَالْيَوْمَ الْآخِرَ وَذَكَرَ اللَّهَ كَثِيرًا

โดยแน่นอน ในเราะสูลของอัลลอฮมีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว สำหรับผู้ที่หวัง (จะพบ) อัลลอฮและวันปรโลกและรำลึกถึงอัลลอฮอย่างมาก (สูเราะฮฺอัล-อะหฺซาบ 33 : 21)

และพระองค์ ยังตรัสอีกว่า

وَمَا آتَاكُمُ الرَّسُولُ فَخُذُوهُ وَمَا نَهَاكُمْ عَنْهُ فَانْتَهُوا وَاتَّقُوا اللَّهَ إِنَّ اللَّهَ شَدِيدُ الْعِقَابِ

และอันใดที่เราะสูลได้นำมายังพวกเจ้าก็จงยึดเอาไว้ และอันใดที่ท่านได้ห้าม พวกเจ้าก็จงละเว้นเสีย พวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮเถิด แท้จริงอัลลอฮเป็นผู้ทรงเข้มงวดในการลงโทษ (สูเราะฮฺอัล-หัชรฺ 59 : 7)

และยังทรงตรัสอีกว่า

قُلْ إِنْ كُنْتُمْ تُحِبُّونَ اللَّهَ فَاتَّبِعُونِي يُحْبِبْكُمُ اللَّهُ وَيَغْفِرْ لَكُمْ ذُنُوبَكُمْ وَاللَّهُ غَفُورٌ رَحِيمٌ

จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) ว่า พวกเขาหากพวกท่านรักอัลลอฮ ก็จงปฏิบัติตามฉัน อัลลอฮก็จะทรงรักพวกท่าน และจะทรงอภัยให้แก่พวกท่านซึ่งโทษทั้งหลายของพวกท่าน และอัลลอฮนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ (สูเราะฮฺอาลิ อิมรอน 3 : 31)

ในขณะที่หลักฐานจากหะดีษนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

“แท้จริง ฉันได้ทิ้งไว้ 2 ประการแก่พวกท่าน พวกท่านจะไม่หลงทาง ตราบใดที่พวกท่านยังคงยึดมั่นอยู่กับมัน นั่นคือ อัล-กุรอานและอัส-สุนนะฮฺของฉัน” (บันทึกโดย อัล-หากิม และอัล-บัยฮะกีย์ ชัยคฺ อัล-อัลบานีย์ รับรองเศาะฮีหฺ ไว้ในหนังสือ เศาะฮีหฺ อัล-ญามิอฺ อัศ-เศาะฆีร หมายเลขที่ 2937)

และท่านยังกล่าวอีกว่า “ปล่อยฉันไว้กับสิ่งที่ฉันได้ทิ้งไว้กับพวกท่านเถิด แท้จริง ความหายนะที่เกิดขึ้นกับประชาชาติก่อนหน้าพวกท่านนั้น อันเนื่องจากการที่พวกเขาถามมาก และการขัดแย้งของพวกเขาต่อบรรดานบีของพวกเขา ดังนั้น เมื่อฉันห้ามพวกท่านจากสิ่งหนึ่ง ก็จงทิ้งมันเสีย และหากฉันสั่งใช้สิ่งหนึ่งกับพวกท่าน ก็จงปฏิบัติตามตามความสามารถของท่านเถิด” (มุตตะฟะกุน อะลัยฮฺ)

สรุป

ด้วยหลักฐานต่างๆที่ได้นำเสนอไปข้างต้น ทั้งหลักฐานจากอัล-กุรอาน , สุนนะฮฺที่ถูกต้องจากท่านเราะสูลุลลอฮ รวมถึงคำกล่าวของสะละฟุศศอลิหฺ ดังนั้น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราจะต้องให้แนวทางสะลัฟเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวและปฏิบัติตาม เพราะมันคือแนวทางของบรรดาผู้ศรัทธา ซึ่งสืบทอดศาสนานี้มาจากบรรดาเราะสูล ด้วยความสัจจริง ซื่อสัตย์ และถูกต้อง และพวกเขาก็เผยแพร่มันด้วยความสะอาดและบริสุทธิ์

แนวทางสะลัฟ เป็นแนวทางที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามเหนือมุสลิมทุกคน เพราะผู้ที่สั่งใช้ให้ยึดมั่นและปฏิบัติตตามแนวทางนี้ ก็คือ อัลลอฮ ผู้ทรงเกียรติและสูงส่ง และท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มนุษย์ที่ดีที่สุดซึ่งนำพาแนวทางนี้ ก็คือ บรรดาเศาะหาบะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ซึ่งอัลลอฮทรงรับรองสวนสวรรค์ให้แก่พวกเขา ในสภาพที่พวกเขาพึงพอใจต่ออัลลอฮ และอัลลอฮก็ทรงพึงพอพระทัยพวกเขา

บทความชิ้นนี้สั้นและรวบรัดมากในการอธิบายแนวทางสะลัฟ เรามิได้นำเสนอหลักฐานทั้งหมด ทั้งจากอัล-กุรอานและอัล-หะดีษ เนื่องจากข้อจำกัดของพื้นที่บทความ เพื่อความกระจ่างมากขึ้น ท่านผู้อ่านสามารถอ่านได้จากหนังสือต่างๆที่อธิบายถึงแก่นแท้และความประเสริฐของแนวทางสะลัฟอย่างละเอียด

หวังว่า บทความสั้นๆชิ้นนี้จะให้ประโยชน์แก่ผู้เขียน ผู้อ่าน และพี่น้องมุสลิมทุกคน และผู้เขียนหวังว่า อัลลอฮจะทรงทำให้บทความชิ้นนี้ เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยหวังในพระพักต์ของอัลลอฮ เราวิงวอนขอต่ออัลลอฮให้พระองค์ทรงประทานทางนำบนอิสลามและสุนนะฮฺ และชี้นำทางให้เราได้ปฏิบัติตามแนวทางของอัส-สะละฟุศ ศอลิหฺ และยืนหยัดบนการให้เอกภาพ(เตาฮีด)แก่อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา เพื่ว่า อัลลอฮ อัซ-ซะวะญัลลา จะทรงรวมเราไว้ในสวรรค์ พร้อมกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่าน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุม อัจญ์มะอีน อามีน…

การสถาพรและความศานติจากอัลลอฮ ขอจงมีแด่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลม ครอบครัวของท่าน และบรรดาเศาะหาบะฮฺ และบรรดาผู้ที่ยืนหยัดบนสุนนะฮฺของท่าน จนถึงวันกิยามะฮฺ และมวลการสรรเสริญทั้งหลายเป็นของอัลลอฮ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก

อ้างอิง

–          ‘jadilah Salafi sejati – จงเป็นสะละฟีย์ที่แท้จริง’ , อุสตาซ อับดุสสลาม บิน สาลิม อัส-สุหัยมีย์ , พิมพ์โดย ห้องสมุดอัต-ตัซกิยา , ปีที่พิมพ์ : 2007

–          ‘Mulia dengan Manhaj Salaf – มีเกียรติด้วยแนวทางสะลัฟ’ , อุสตาซ ยะซีด บิน อับดุลเกาะดีร ญะวาส , พิมพ์โดย ห้องสมุดอัต-ตักวา , ปีที่พิมพ์ : 2008

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 22, 2012 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: