RSS

อัล-หิลมฺ – อัล-อะนาฮฺ – อัร-ริฟกฺ

22 ต.ค.

อัล-หิลมฺ  – อัล-อะนาฮฺ – อัร-ริฟกฺ
เขียนโดย อบูอุมัร อัล-บันกะวีย์
จากเว็ปไซต์ www.salafy.or.id
แปลและเรียบเรียงโดย Zunnur

สามสิ่งนี้(อัล-หิลมฺ/อัล-อะนาฮฺ/อัร-ริฟกฺ)มีความหมายที่ใกล้เคียงกัน โดยมีความหมายเหมือนกันว่าคือ ความอ่อนโยนในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ดังนั้น บรรดาอุละมาอ์จึงได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ในบทเดียวกัน

อัล-หิลมฺ(الحلم) หมายถึง การที่บุคคลหนึ่งมีอำนาจเหนือ(ในการยับยั้ง)ตัวเองขณะโกรธหรือโมโห เมื่อคนๆหนึ่งมีความโกรธขึ้นมา เขาก็จะรีบยับยั้งในทันที ไม่ตอบสนองหรือโต้กลับในทันที ส่วน อัล-อะนาฮฺ(الأناة) นั้นหมายถึง การระวังระวังในการเผชิญหน้ากับปัญหาหรืออุปสรรค และไม่รีบร้อน หมายความว่า คนๆหนึ่งไม่พิจารณาปัญหาหนึ่งด้วยเพียงภายนอก แล้วเขาก็รีบตัดสินปัญหานั้นทันที โดยมิได้พิจารณามันอย่างละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน

ในขณะที่ อัร-ริฟกฺ(الرفق) หมายถึง การปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วยความอ่อนโยน จนกระทั่งว่า เมื่อเขาจำต้องตัดสินและลงโทษใครคนหนึ่ง เขาก็จะทำมันด้วยความอ่อนโยน

คุณลักษณะ 3 ประการนี้มีสถานะที่สูงส่งนัก

ทั้งสามประการนี้ได้รับการยกย่องเชิดชูเป็นอย่างมากในชะรีอะฮฺอิสลาม

รายงานจากท่านอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวกับอะชาจญ์ อับดุลก็อยสฺ ว่า

إنَّ فيكَ خَصْلَتَيْنِ يُحِبُّهُمَا اللهُ : الْحِلْمُ وَالأنَاةُ 

“แท้จริง ในตัวเจ้านั้น มีคุณลักษณะสองประการที่อัลลอฮทรงรัก นั่นคือ อัล-หิลมฺ และอัล-อะนาฮฺ” (บันทึกโดยมุสลิม)

จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ اللهَ رَفِيْقٌ يُحِبُّ الرِّفْقَ ، وَيَعْطِي عَلَى الرِّفْقَ مَا لاَ يَعْطِي عَلَى الْعُنْفِ ، وَمَا لاَ يَعْطِي عَلَى سِوَاهُ 

“แท้จริงอัลลอฮทรงเราะฟีก(อ่อนโยน) และจงทรงรักอัร-ริฟกฺ(ความอ่อนโยน) พระองค์ทรงให้กับอัร-ริฟกฺ(ความอ่อนโยน) ในสิ่งที่มิได้ให้แก่อัล-อุนฟฺ(ความแข็งกร้าว) และมิทรงให้กับสิ่งอื่นๆนอกเหนือจากมัน” (บันทึกโดยมุสลิม)

จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

عَلَيْكِ بِالرِّفْقِ ، وَإِيَّاكَ وَالْعُنْفِ ، وَالْفَحْشِ ، إِنَّ الرِّفْقَ لاَ يَكُوْنُ فِيْ شَيْءٍ إِلاَّ زَانَهُ ، وَلاَ يَنْزِعُ مِنْ شَيْءٍ إِلاَّ شَانَهُ

“ท่านจงอ่อนโยน และจงระวังจากความแข้งกร้าวและเลวทราม แท้จริง ความอ่อนโยนนั้นจะไม่อยู่กับสิ่งใด เว้นแต่จะทำให้สิ่งนั้นงดงาม และจะไม่ถูกถอดจากสิ่งใด นอกจากจะทำให้สิ่งนั้นน่ารังเกียจ” (บันทึกโดยมุสลิม)

จากท่านญะรีร บิน อับดิลลาฮ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

مَنْ يُحْرَمُ الرِّفْقَ ، يُحْرَمُ الْخَيْرَ كُلَّهُ

“ผู้ใดที่ถูกห้ามจากอัร-ริฟกฺ(ความอ่อนโยน) เขาก็ถูกห้ามจากความดีงามทั้งหมด” (บันทึกโดย มุสลิม)

ความอ่อนโยนของท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม

 ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม คือ บุคคลที่มีความรักความเมตตา และอ่อนโยนที่สุด อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ตรัสว่า

لَقَدْ جَاءَكُمْ رَسُولٌ مِّنْ أَنفُسِكُمْ عَزِيزٌ عَلَيْهِ مَا عَنِتُّمْ حَرِيصٌ عَلَيْكُم بِٱلْمُؤْمِنِينَ رَءُوفٌ رَّحِيمٌ

แท้จริงมีเราะสูลคนหนึ่งจากพวกท่านเองได้มาหาพวกท่านแล้ว เป็นที่ลำบากใจแก่เขาในสิ่งที่พวกท่านได้รับความทุกข์ยาก เป็นผู้ห่วงใยย่าน เป็นผุ้เมตตา ผู้กรุณาสงสาร ต่อบรรดาผู้ศรัทธา (สูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ 9 : 128)

ความรักความเมตตาและความอ่อนโยนของท่าน เห็นได้จากหะดีษต่อไปนี้

1. เรื่องราวของอรับชนบทคนหนึ่งที่ปัสสาวะในมัสญิด

จากท่านอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า ครั้นที่เรากำลังอยู่ร่วมกับท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ในมัสญิด และแล้วก็มีอรับชนบทคนหนึ่งเข้ามาปัสสาวะในมัสญิด บรรดาเศาะหาบะฮฺได้ต่อว่าเขาว่า “มะฮฺ มะฮฺ – ออกไป ออกไป”

ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “อย่าต่อว่าเขา ปล่อยเขาไป”

บรรดาเศาะหาบะฮฺปล่อยให้อรับชนบทคนนั้นปัสสาวะต่อไปจนเสร็จ แล้วท่านเราะสูล ก็เรียกเขา และกล่าวกับเขาว่า “แท้จริงแล้ว มัสญิดมิได้ใช้เพื่อปัสสาวะ แต่มันใช้เพื่อการรำลึกถึงอัลลอฮ ละหมาด และอ่านอัล-กุรอาน”

และท่านเราะสูลุลลอฮ ก็ได้กล่าวบรรดาเศาะหาบะฮฺว่า “แท้จริงแล้ว พวกท่านถูกส่งมาเพื่อทำให้ง่ายได้ มิใช่เพื่อให้ยากลำบาก จงล้างน้ำปัสสาวะนั้นด้วยน้ำถังหนึ่งเถิด”

อรับชนบทคนนั้นกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ โปรดเมตตาฉันและมุหัมมัดด้วย และขอพระองค์อย่าได้เมตตาต่อผู้อื่นจากเราเถิด”

ท่านเราะสูลุลลอฮ กล่าวว่า “แท้จริง เจ้าได้ทำให้สิ่งที่กว้างขวางนั้นคับแคบ” (มุตตะฟะกุน อะลัยฮฺ)

2. วิธการตำหนิ(ตักเตือน)ของท่านต่อบรรดาเศาะหาบะฮฺ

จากท่านมุอาวิยะฮฺ บิน อัล-หะกัม , อาอิชะฮฺ สุลัยมีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า“ขณะที่ฉันกำลังละหมาดกับท่านเราะสูลอยู่นั้น ได้มีคนๆหนึ่งซึ่งกำลังละหมาดจามขึ้นมา”

มุอาวิยะฮฺได้ขอดุอาอ์ว่า “ยัรหะมุกัลลอฮ-ขออัลลอฮทรงเมตตาท่าน” ผู้คนที่กำลังละหมาดอยู่นั้นได้มองมายังเขาด้วยสายตาที่ปฏิเสธ เขาจึงกล่าวกับพวกเขาว่า “ทำไมพวกท่านถึงมองฉันเช่นนั้น?” ผู้คนต่างใช้มือตบศรีษะของตนเอง เพื่อบอกให้เงียบ เขาจึงนิ่งเงียบ จนกระทั่งละหมาดเสร็จ

ท่านมุอาวิยะฮฺได้สรรเสริญท่านเราะสูลุลลอฮไว้ว่า “ด้วยบิดาและมารดาของฉัน ฉันไม่เคยเห็นผู้สอนคนใดทั้งก่อนหน้านี้และหลังจากนี้ที่ดีการสอนของท่านนั้นดียิ่งกว่าท่านเราะสูล ขอสาบานต่ออัลลอฮ ท่านตำหินฉัน ไม่ลงโทษฉัน และไม่ต่อว่าฉันด้วย”

ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงแล้ว การละหมาดนั้นไม่อนุญาติให้พูดคุยในมัน แต่การละหมาดนั้นคือ การตัสบิหฺ(การสดุดีอัลลอฮ) การตักบีร และอ่านอัล-กุรอาน”

ท่านมุอาวิยะฮฺ กล่าวว่า “โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ แท้จริง ฉันพึ่งพ้นจากยุคสมัยแห่งญาฮิลิยะฮฺ และอัลลอฮทรงนำพาฉันสู่อิสลาม และแท้จริงแล้ว ในหมู่พวกเรานั้น มีคนที่ไปหาหมอผีที่อ้างว่ารู้สิ่งเร้นลับ”

ท่านเราะสูลุลลอฮ กล่าวว่า “ท่านอย่าได้ไปหาพวกเขา”

ท่านมุอาวิยะฮฺกล่าวว่า “และในหมู่พวกเรานั้นมีบุคคลที่คิดว่ามีเคราะห์กรรมต่อสิ่งหนึ่ง”

ท่านเราะสูลุลลอฮ กล่าวว่า “นั่นคือสิ่งที่มีอยู่ในหัวใจของพวกเขา ดังนั้น อย่าได้หักห้ามพวกเขาจากเจตนาของพวกเขา เพราะสิ่งดังกล่าวนั้น ไม่มีผลใดๆ มันไม่นำพาประโยชน์ หรืออันตรายใดๆมา” (บันทึกโดย มุสลิม)

3. คำแนะนำของท่านที่มีให้กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา

จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า “ชาวยิวได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วกล่าวว่า ‘ความหายนะจงประสบกับเจ้า’ ท่านเราะสูลกล่าวว่า ‘แด่ท่านเช่นกัน’ ท่านหญิงอาชิอะฮฺกล่าวว่า ‘ความหายนะจงประสบกับพวกเจ้า การสาปแช่งและการโกรธกริ้วจากอัลลอฮจงประสบกับพวกเจ้า’

ท่านเราะสูลุลลอฮ กล่าวว่า ‘ช้าก่อน โอ้อาอิชะฮฺ ท่านจงอ่อนโยนเถิด จงระมัดระวังจากความแข็งกร้าวและความชั่วร้าย’ ท่านหญิงอาอิชะฮฺกล่าวว่า ‘ท่านไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดหรือ?’ ท่านเราะสูลุลลอฮ กล่าวว่า ‘แล้วท่านไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือ? ฉันได้ตอบพวกเขาแล้ว และมันถูกตอบรับแล้ว แต่คำพูดของพวกเขานั้น มิได้ถูกตอบรับแต่อย่างใด’”(บันทึกโดยอัล-บุคอรีย์)

ในรายงายของมุสลิม ระบุว่า “ท่านอย่าได้เป็นผู้ทำสิ่งเลวทราม เพราะอัลลอฮไม่ชอบคำพูดที่เลวทราบ และการกล่าวถ้อยคำที่สกปรก”

4. คำสั่งเสียของท่านเมื่อส่งบรรดาดาอีย์ออกไปดะอฺวะฮฺ

เมื่อท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม จะส่งบรรดาเศาะหาบะฮฺไปทำภารกิจอย่างหนึ่งอย่างใด ท่านกล่าวว่า

بَشِّرُوْا وَلاَ تُنَفِّرُوْا وَيَسِّرُوْا وَلاَ تُعَسِّرُوْا

“พวกเจ้าจงทำให้ง่าย อย่าทำให้ยาก และจงทำให้สบายใจ อย่าทำให้ตื่นตระหนก” (มุตตะฟะกุน อะลัยฮฺ)

 

อ่อนโยนในการเชิญชวนผู้คนไปสู่ความดี

ความอ่อนโยนในการดะอฺวะฮฺ ถือเป็นหลักการสำคัญในการทำงานดะอฺวะฮฺ อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ตรัสว่า

فَبِمَا رَحْمَةٍ مِنَ اللَّهِ لِنْتَ لَهُمْ وَلَوْ كُنْتَ فَظًّا غَلِيظَ الْقَلْبِ لَانْفَضُّوا مِنْ حَوْلِكَ

เนื่องด้วยความเมตตาจากอัลลอฮนั่นเอง เจ้า(มุหัมมัด) จึงได้สุภาพอ่อนโยนแก่พวกเขา และถ้าหากเจ้าเป็นผู้ประพฤติหยาบช้า และมีใจแข็งกระด้างแล้วไซร้ แน่นอนพวกเขาก็ย่อมแยกตัวออกไปจากรอบๆ เจ้ากันแล้ว (สูเราะฮฺอาลิ อิมรอน 3 : 159)

มีผู้กล่าวกับอิมามอะหฺมัด บิน หัมบัล ว่า “วิธีการสั่งใช้ในสิ่งดีงามที่(ดี)เหมาะสมนั้นเป็นเช่นไร?”

ท่านตอบว่า “เขาจงสั่งใช้ด้วยความอ่อนโยนและน้อบน้อมถ่อมตน” แล้วท่านกล่าวต่อว่า “เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งที่พวกเขารังเกียจ เขาอย่าได้โมโห จนกระทั่งทำให้เขาต้องการปกป้องตนเอง” (อัล-อัมรฺ บิล มะอฺรูฟ วัน-นะฮฺยิ อะนิล มุงกัร โดยอบูบักรฺ บิน อัล-ค็อลลาล หน้า 52)

อิมามสุฟยาน กล่าวว่า “อย่าได้สั่งใช้ไปสู่ความดีและห้ามปรามจากสิ่งชั่วร้าย เว้นแต่ผู้ที่กระทำมันนั้นจะมี 3 ประการ คือ [1] มีความอ่อนโยนกับสิ่งที่เขาสั่งใช้และห้ามปราม [2] มีความยุติธรรมกับสิ่งที่เขาสั่งใช้และห้ามปราม [3] มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เขาสั่งใช้และมีห้ามปราม” (อัล-อัมรฺ บิล มะอฺรูฟ วัน-นะฮฺยิ อะนิล มุงกัร โดยอบูบักรฺ บิน อัล-ค็อลลาล หน้า 37)

ชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ กล่าวว่า “ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีสามสิ่ง คือ ความรู้ , ความอ่อนโยน และความอดทน มีความรู้ก่อนการสั่งใช้และห้ามปราม , มีความอ่อนโยนขณะสั่งใช้และห้ามปราม และมีความอดทนหลังจากสั่งใช้และห้ามปราม  และทั้งสามสิ่งนี้จำเป็นต้องมาพร้อมกับสภาพการณ์ต่างๆเหล่านี้(ที่ได้กล่าวไป)” (อัล-อัมรฺ บิล มะอฺรูฟ วัน-นะฮฺยิ อะนิล มุงกัร โดย อิบนุ ตัยมียะฮฺ หน้า 18)

           วัลลอฮุ ตะอาลา บิศ-เศาะวาบ

 

 

อ้างอิง

–          ชัรหฺ ริยาฎุศ ศอลิหีน โดย ชัยคฺ มุหัมมัด บิน ศอลิหฺ อัล-อุษัยมีน

–          กุตูฟุน มิน ชะมาอิลี อัล-มุหัมมะดิยยะฮฺ โดย ชัยคฺ มุหัมมัด บิน ญามิล ซัยนู

–          อัล-อัมรฺ บิล มะอฺรูฟ วัน-นะฮฺยิ อะนิล มุงกัร โดย ชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ

–          อัล-อัมรฺ บิล มะอฺรูฟ วัน-นะฮฺยิ อะนิล มุงกัร โดย อบูบักร บิน อัล-ค็อลลาล

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 22, 2012 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: