RSS

13 คุณธรรมอันประเสริฐของอัศศะละฟุศศอลิหฺ

01 ส.ค.

รูปภาพ13 คุณธรรมอันประเสริฐของอัศศะละฟุศศอลิหฺ
โดย มุหัมมัด อับดุฮฺ ตัวสิกัล
แปลโดย Zunnur

อะฮฺลิสสุนนะฮวัลญะมาอะฮฺ หรือ อัศศะละฟุศศอลิหฺ มิได้สอนแต่เพียงหลักการยึดมั่น(อะกีดะฮฺ)เท่านั้น แต่อะฮฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺยังสอนอีกว่า มารยาทที่ประเสริฐนั้นเป็นอย่างไร และนั่นคือสิ่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ในหะดีษว่า

إِنَّمَا بُعِثْتُ لأُتَمِّمَ صَالِحَ الأَخْلاَقِ

“แท้จริง ฉันได้ถูกบังเกิด(ประทาน)มาเพื่อทำให้สมบูรณ์ซึ่งมารยาทที่ดีงาม” (บันทึกโดย อะหฺมัด 2/381 , เศาะหีหฺ)

ในหะดีษเศาะหีหฺบทหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวดุอาอ์ว่า

اللّهُمَّ اهْدِنِى لأَحْسَنِ الأَخْلاَقِ لاَ يَهْدِى لأَحْسَنِهَا إِلاَّ أَنْتَ

“โอ้อัลลอฮ โปรดชี้นำทางข้าพระองค์เพื่อมารยาทที่ดีงามเถิด และไม่มีผู้ใดได้รับการชี้นำทางแห่งมารยาทที่ดีงาม เว้นแต่พระองค์เท่านั้น” (บันทึกโดยมุสสิม หมายเลขหะดีษที่ 771)

ดังนั้น มันจึงเป็นการแปลกประหลาดยิ่ง หากมีใครคนหนึ่งอ้างตนว่าเป็นอะฮฺลิสสุนนะฮฺ แต่ตัวตนของเขานั้นช่างห่างไกลจากมารยาทอันสูงส่ง หากว่าเขาประกาศตัวว่าเป็นผู้ดำเนินตามชาวสะลัฟ เขาก็จะมิได้อะไร นอกจากเสี้ยวส่วนของคำสอนของพวกเขาเท่านั้น มารยาทนั้นจำเป็นจะต้องสอดคล้องพ้องเหมือนกับชาวสะลัฟด้วย(หากเขาเป็นผู้อ้างตนว่าดำเนินตามชาวสะลัฟ) แต่น่าเสียดายยิ่งนัก ที่หลักการข้อนี้นั่นเองที่ผู้คนส่วนมากไม่ให้ความสนใจ บางครั้ง ผู้ที่ประกาศตนว่าเป็นอะฮฺลิสสุนนะฮฺ แต่กลับเป็นที่รู้จัก(ของผู้คน)ในนามของนักเลง พวกแข็งกระด้าง และรุนแรง แท้จริง การประกาศอ้างก็ยังคงเป็นการอ้างต่อไป จะมีประโยชน์อันใดหากแค่เพียงป่าวประกาศอ้างตน(ว่าเป็นอะฮฺลิสสุนนะฮฺหรือผู้ปฏิบัติตามอัศศะละฟุศศอลิหฺ) แต่มิมีสิ่งใดเป็นพยานยืนยัน(การอ้างนั้น)เลย

สำหรับชาวสะลัฟแล้ว พวกเขายกให้เรื่องมารยาทนี้เป็นหลักการสำคัญของอะกีดะฮฺ และได้กำหนดให้มันเป็นส่วนหนึ่งประเด็นปัญหาว่าด้วยเรื่องอะกีดะฮฺด้วย ส่วนหนึ่งของคำสอนเกี่ยวกับมารยาท(ที่ดีงาม)ดังกล่าวนั้น ได้แก่

หนึ่ง เรียกร้องเชิญชวนสู่ความดีและห้ามปรามความชั่ว 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺนั้นเรียกร้องเชิญชวนสู่สิ่งดีงามและห้ามปรามกันจากสิ่งที่ชั่วร้าย พวกเขาเชื่อว่า มุสลิมที่ดี คือ ผู้ที่ยึดเอาคำสอนเรื่องการสั่งใช้ในสิ่งดีงามอันจำเริญนี้ และจำเป็นต้องรับทราบว่า การสั่งใช้ในความดีงามนี้ ถือเป็นชะรีอะฮฺอิสลามที่สูงค่ายิ่ง การเรียกร้องสู่ความดี นี้แหล่ะที่คอยปกป้องพี่น้องมุสลิม(จากความชั่วร้ายและความเกียจคร้าน) และถือเป็นสิ่งวาญิบ(ที่จะต้องนำไปปฏิบัติ)ตามความเหมาะสมและคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการสั่งใช้ในความดี อัลลอฮทรงตรัสไว้เกี่ยวกับความประเสริฐของการเรียกร้องสั่งใช้ในความดี และห้ามปรามความชั่วไว้ว่า

كُنْتُمْ خَيْرَ أُمَّةٍ أُخْرِجَتْ لِلنَّاسِ تَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَتَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَتُؤْمِنُونَ بِاللَّهِ

พวกเจ้านั้น เป็นประชาชาติที่ดียิ่งซึ่งถูกให้อุบัติขึ้นสำหรับมนุษย์ชาติ โดยที่พวกเจ้าใช้ให้ปฏิบัติสิ่งดีงาม และห้ามมิให้ปฏิบัติสิ่งที่ชั่วร้าย และศรัทธาต่ออัลลอฮ (สูเราะฮฺอาลิอิมรอน 3 : 110)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

مَنْ رَأَى مِنْكُمْ مُنْكَرًا فَلْيُغَيِّرْهُ بِيَدِهِ فَإِنْ لَمْ يَسْتَطِعْ فَبِلِسَانِهِ فَإِنْ لَمْ يَسْتَطِعْ فَبِقَلْبِهِ وَذَلِكَ أَضْعَفُ الإِيمَانِ

“บุคคลใดที่เห็นความชั่ว เขาจงเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นด้วยมือ หากไม่มีความสามารถก็เปลี่ยนแปลงด้วยลิ้น และหากไม่มีความสามารถอีกก็ให้ปฏิเสธด้วยหัวใจ นั่นถือว่าอีหม่านอ่อนแอยิ่ง” (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลขหะดีษที่ 49)

สอง มีความอ่อนโยนในการดะอฺวะฮฺและการสั่งใช้ในสิ่งดีงามและห้ามปรามความชั่ว 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺยึดมั่นในหลักการคำสอนที่ว่า จะต้องมีความอ่อนโยนขณะทำงานเรียกร้องเชิญเชิญไปสู่ความดีและห้ามปรามความชั่ว และเชิญชวนโดยใช้หิกมะฮฺ(วิทยปัญญา) และให้คำตักเตือนระสีหะฮฺด้วยความดีงาม อัลลอฮ สุบหานะฮุวะตะอาลา ทรงดำรัสไว้ว่า

ادْعُ إِلَى سَبِيلِ رَبِّكَ بِالْحِكْمَةِ وَالْمَوْعِظَةِ الْحَسَنَةِ وَجَادِلْهُمْ بِالَّتِي هِيَ أَحْسَنُ

“จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าโดยสุขุม และการตักเตือนที่ดี และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า” (สูเราะฮฺอันนะหฺล 16 : 125)

สาม มีความอดทนในการดะอฺวะฮฺ

อะฮฺลิสสุนนะฮฺเชื่อมั่นว่า จำต้องมีความอดทนต่อพฤติกรรมที่เลวร้ายของมนุษย์เมื่อได้ลงมือปฏิบัติหน้าที่เรียนร้องสู่ควมดี ห้ามปรามความชั่ว ดังพระดำรัสของอัลลอฮ สุบหานะฮุวะตะอาลา ที่ว่า

وَأْمُرْ بِالْمَعْرُوفِ وَانْهَ عَنِ الْمُنْكَرِ وَاصْبِرْ عَلَى مَا أَصَابَكَ إِنَّ ذَلِكَ مِنْ عَزْمِ الْأُمُورِ

“และจงใช้กันให้กระทำความดี และจงห้ามปรามกันให้ละเว้นการทำความชั่ว และจงอดทนต่อสิ่งที่ประสบกับเจ้า แท้จริง นั่นคือส่วนหนึ่งจากกิจการที่หนักแน่น มั่นคง”

(สูเราะฮฺลุกมาน 31 : 17)

สี่ ไม่ปรารถนาให้มุสลิมเกิดความขัดแย้งกัน 

อะฮฺลิสสุนนะฮเมื่อดำรงหน้าที่สั่งใช้ในความดี ห้ามปรามความชั่ว พวกเขามีหลักการยึดมั่นที่หนักแน่นข้อหนึ่ง คือ รักษาความเป็นปึกแผ่นของพี่น้องมุสลิม ดึงดูดหัวใจของพวกเขาทุกๆคน สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน(บนสัจธรรม) ตลอดจนขจัความขัดแย้งและการแตกแยกทั้งมวลให้สิ้นไป

ห้า มอบคำตักเตือนแก่พี่น้องมุสลิม เพราะแท้จริง ศาสนาคือการตักเตือน 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺมีหลักการคำสอนเพื่อการมอบคำตักเตือนที่ดีแก่พี่น้องมุสลิมทุกคน ตลอดจนช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในความดีงามและความยำเกรง ดังวัจนะของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า

« الدِّينُ النَّصِيحَةُ » قُلْنَا لِمَنْ قَالَ « لِلَّهِ وَلِكِتَابِهِ وَلِرَسُولِهِ وَلأَئِمَّةِ الْمُسْلِمِينَ وَعَامَّتِهِمْ ».

“ศาสนาคือการตักเตือน” เรา(เศาะหาบะฮฺ)กล่าวว่า “เพื่อใคร?” ท่านตอบว่า“เพื่ออัลลอฮ เพื่อคัมภีร์ของพระองค์ เพื่อเราะสูลของพระองค์ และเพื่อบรรดาผู้มุสลิม และเพื่อมุสลิมทั่วไป” (บันทึกโดย มุสลิม หมายเลขหะดีษที่ 55)

หก ร่วมกับบรรดาผู้นำมุสลิมในกิจกรรมทางศาสนา 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺจะคอยธำรงรักษาบทบัญญัติอิสลามด้วยการรณรงค์เพื่อการละหมาดวันศุกร์(ญุมอะฮฺ) ละหมาดญะมาอะฮฺ ประกอบพิธีฮัจญ์ การญิฮาด และการร่วมเฉลิมฉลองวันอีดร่วมกับผู้นำมุสลิมทั้งที่จงรักภักดี ฏออะฮฺต่ออัลลอฮ และที่เนรคุณต่อพระองค์ ซึ่งเรื่องนี้ช่างแตกต่างมากเหลือเกิน(ระหว่างอะฮฺลิสสุนนะฮฺ)กับหลักพฤติกรรมของชาวบิดอะฮฺ

เจ็ด รีบเร่งในการดำรงการละหมาดที่วาญิบ และมีสมาธิจิต(คุชูอฺ)ในการละหมาด 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺนั้นมีความรีบเร่งเพื่อดำรงการละหมาดที่วาญิบ พวกเขามีคความมุ่งมั่นในการปฏิบัติละหมาดวาญิบนี้ในช่วงต้นของเวลาเป็นหมู่คณะ(ญะมาอะฮฺ) การละหมาดในช่วงต้นของเวลาละหมาดนั้นมีความประเสริฐเหนือกว่าการละหมาดในช่วงท้าย ยกเว้นการละหมาดอิชาอ์ อะฮฺลิสสุนนะฮฺจะมีสมาธิจิตและความสงบในการละหมาด พวกเขาปฏิบัติตามดำรัสของอัลลอฮ สุบหานะฮุวะตะลา ที่ว่า

قَدْ أَفْلَحَ الْمُؤْمِنُونَ الَّذِينَ هُمْ فِي صَلَاتِهِمْ خَاشِعُونَ

“แน่นอนบรรดาผู้ศรัทธาได้ประสบความสำเร็จแล้ว บรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนในเวลาละหมาดของพวกเขา” (สูเราะฮฺอัลมุอฺมินูน 23 : 1-2)

แปด มุ่งดำรงกิยามุลลัยลฺ 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺจะปลุกเร้า(ตักเตือน)กันและกันเพื่อการดำรงการละหมาดกิยามุลลัยลฺ เนื่องเพราะการงานนี้คือหนึ่งในสิ่งชี้แนะของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม  การละหมาดอันนี้ที่อัลลอฮได้บัญชาใช้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านก็น้อมรับภักดีอย่างเปี่ยมล้นต่อพระองค์ มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ท่านเล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะลุกขึ้นละหมาดยามค่ำคืนอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งเท้าของท่านแตกร้าว ท่านหญิงอาอิชะฮฺกล่าวถามว่า “ทำไมท่านถึงต้องทำถึงเพียงนี้ โอ้ท่านเราะสูลของอัลลอฮ ทั้งที่อัลลอฮทรงอภัยในบาปทั้งหลายของท่านทั้งที่ผ่านพ้นไปและที่จะมาถึง?” ท่านตอบว่า

أَفَلاَ أَكُونُ عَبْدًا شَكُورًا

“จะมิให้ฉันเป็นบ่าวผู้ขอบคุณกระนั้นหรือ?” (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลขหะดีษที่ 4837)

เก้า มั่นคงในการเผชิญกับบททดสอบ 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺจะมั่นคงเมื่อพวกเขาต้องประสบกับการทดสอบ คือ อดทนในการเผชิญหน้ากับบททดสอบ พวกเขาจะชูโกรเมื่อประสบกับความหิวโหย พวกเขาจะพึงพอใจในภาวะกำหนด(ตักดีร)ที่แสนขม พวกเขาจะรำลึกถึงดำรัสของอัลลอฮ สุบหานะฮุวะตะอาลา ข้างล่างนี้อย่างสม่ำเสมอ

إِنَّمَا يُوَفَّى الصَّابِرُونَ أَجْرَهُمْ بِغَيْرِ حِسَابٍ

“แท้จริงบรรดาผู้อดทนนั้นจะได้รับการตอบแทนรางวัลของพวกเขาอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องคำนวณ” (สูเราะฮฺอัซซุมัร 39 : 10)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

إِنَّ عِظَمَ الْجَزَاءِ مَعَ عِظَمِ الْبَلاَءِ وَإِنَّ اللَّهَ إِذَا أَحَبَّ قَوْمًا ابْتَلاَهُمْ فَمَنْ رَضِىَ فَلَهُ الرِّضَا وَمَنْ سَخِطَ فَلَهُ السَّخَطُ

“แท้จริงการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับการทดสอบที่ใหญ่ยิ่ง แท้จริง หากพระองค์ทรงรักใคร่กลุ่มชนหนึ่ง แน้แท่พระองค์จะทรงทดสอบพวกเขา ผู้ใดที่พึงพอใจ(กับการทดสอบนั้น) อัลลอฮจะทรงพึงพอพระทัยพวกเขา ผู้ใดที่กริ้วโกรธ(ไม่พึงพอใจในบททดสอบนั้น) อัลลอฮก็จะทรงโกรธเกรี้ยวพวกเขา”(บันทึกโดย ติรมีซีย์ หมายเลขหะดีษที่ 2396 , หะสันเศาะหีหฺ)

สิบ ไม่วาดหวังให้ประสบพบเจอกับบททดสอบ 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺ จะไม่คาดหวังการประสบพบกับบททดสอบ  พวกเขาจะไม่วิงวอนขอต่ออัลลอฮให้ประสบกับภัยพิบัตทดสอบด้วย เพราะพวกเขาไม่รู้ ว่าพวกเขาจะได้อยู่ในหมู่ผู้อดทนหรือไม่ แต่ทว่า เมื่อการทดสอบแห่งภัยพิบัติได้มายังพวกเขา พวกเขาจะอดทน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

لاَ تَتَمَنَّوْا لِقَاءَ الْعَدُوِّ ، وَسَلُوا اللَّهَ الْعَافِيَةَ ، فَإِذَا لَقِيتُمُوهُمْ فَاصْبِرُوا

“พวกเขาจงอย่าวาดหวังที่จะได้เจอกับศัตรู แต่จงขอต่ออัลลอฮให้พบเจอกับความความสวัสดี (และ)หากพวกท่านพบเจอกับศัตรูแล้ว ดังนั้นจงอดทนเถิด” (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลขหะดีษที่ 2966 และมุสลิม หมายเลขหะดีษที่ 1742)

สิบเอ็ด  ไม่สิ้นหวังในความช่วยเหลือของอัลลอฮ เมื่อเผชิญกับการทดสอบ 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺจะไม่สิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮ เมื่อครั้นพวกเขาเผชิญหน้ากับการทดสอบ เพราะอัลลอฮ สุบหานะฮุวะตะอาลาทรงห้ามการหมดสิ้นซึ่งความหวังต่อพระองค์ ต่อเมื่อถึงเวลาประสบกับการทดสอบแล้ว พวกเขาจะเพียรแสวงหาทางออกและการช่วยเหลือจากอัลลอฮที่จะต้องมีมาอย่างแน่นอน พวกเขาตระหนักรู้ว่าภายหลังความยากลำบากนั้น มีความง่ายดายที่ช่างชิดใกล้(เขา)ยิ่งนัก พวกเขาจะหมั่นตรวจสอบตนเองอยู่เสมอ  ใคร่ครวญบททดสอบที่เกิดขึ้น พวกเขาจะเชื่อมั่นว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ล้วนมาจากเหตุแห่งความชั่วจากน้ำมือของพวกเขาเอง(คือ เพราะความชั่วที่พวกเขา-มนุษย์-ก่อไว้)พวกเขาทราบดีว่า การที่ความช่วยเหลือของอัลลอฮล่าช้าออกไปนั้น ก็อันเนื่องมาจากความชั่วร้ายที่พวกเขาประพฤติปฏิบัติ หรือไม่ก็เพราะความบกพร่องของพวกเขาในการมุ่งปฏิบัติตามทางนำของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม

وَمَا أَصَابَكُمْ مِنْ مُصِيبَةٍ فَبِمَا كَسَبَتْ أَيْدِيكُمْ

“และเคราะห์กรรมอันใดที่ประสบแก่พวกเจ้า ก็เนื่องด้วยน้ำมือของพวกเจ้าได้ขวนขวายได้” (สูเราะฮฺอัชชูรอ 42 : 30)

อะฮฺลิสสุนนะฮฺจะไม่ยกความผิดให้แก่เหตุปัจจัยใหม่ๆ พัฒนาการของโลก หรือเหตุการณ์ต่างๆของจักรวาลเมื่อพวกเขาประสบการทดสอบหรือรอคอยความช่วยเหลือ และพวกเขาจะไม่หมกหมุ่นกับความคิดดังกล่าวด้วย พวกเขาตระหนักใคร่รู้แล้วว่า ความยำเกรงต่ออัลลอฮ การอ้อนวอขออภัยโทษจากความผิดบาปทั้งมวล และการเข้าหาพระองค์ พร้อมด้วยการชุโกร(ขอบคุณ)ต่อพระองค์ในยามที่กว้างขวาง(หมายถึง สงบสุข) คือ สาเหตุอันสำคัญยิ่งที่จะนำพวกเขาไปสู่ความกว้างขวางจากความคับแคบ(เนื่องจากภัยพิบัติ)ที่พวกเขาต่างประสบนี้

สิบสอง ไม่ปฏิเสธความโปรดปราน(นิอฺมัต)ของพระองค์ 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺสำนึกในผลตอบแทน(ที่เลวร้าย)จากการปฏิเสธและปัดป้องต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ ดังนั้น อะฮฺลิสสุนนะฮฺจึงเป็นผู้ที่มุ่งมั่นในการขอชุโกรต่ออัลลอฮ พวกเขาจะขอชุโกรต่ออัลลอฮในความโปรดปรานที่ได้รับทั้งมวล ทั้งที่เล็กน้อยและที่ใหญ่ยิ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

انْظُرُوا إِلَى مَنْ أَسْفَلَ مِنْكُمْ وَلاَ تَنْظُرُوا إِلَى مَنْ هُوَ فَوْقَكُمْ فَهُوَ أَجْدَرُ أَنْ لاَ تَزْدَرُوا نِعْمَةَ اللَّهِ

“ท่านทั้งหลายจงมองไปยังผู้ที่อยู่ล่างกว่าพวกท่าน(ในเรื่องทรัพสินและดุนยา) และพวกท่านจงอย่ามองไปยังผู้ที่อยู่เหนือกว่าพวกท่าน ด้วยสิ่งดังกล่าวนี้ จะทำให้พวกท่านไม่ดูแคลนความโปรดปรานของอัลลอฮ”(บันทึกโดย มุสลิม หมายเลขหะดีษที่ 2963)

สิบสาม ประดับประดาตนเองด้วยมารยาทที่ประเสริฐ 

อะฮฺลิสสุนนะฮฺจะคอยประดับประดาตนเองด้วยมารยาทอันประเสริฐเลอค่าและมารยาทที่ดีงามอยู่เสมอ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

أَكْمَلُ الْمُؤْمِنِينَ إِيمَانًا أَحْسَنُهُمْ خُلُقًا

“ผู้ศรัทธาที่อีมานของเขาสมบูรณ์นั้น คือผู้ที่มีมารยาทที่ดีงาม” (บันทึกโดย ติรมีซีย หมายเลขหะดีษที่ 1162 , อบูดาวูด หมายเลขหะดีษที่ 4682 และอัดดาริมีย์ หมายเลขหะดีษที่ 2792 , หะสันเศาะหีหฺ)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวอีกว่า

إِنَّ مِنْ أَحَبِّكُمْ إِلَىَّ وَأَقْرَبِكُمْ مِنِّى مَجْلِسًا يَوْمَ الْقِيَامَةِ أَحَاسِنَكُمْ أَخْلاَقًا

“แท้จริงส่วนหนึ่งของผู้ที่ฉันรักมากที่สุดและที่นั่งของเขาใกล้ชิดกับฉันมากที่สุดในวันกิยามะฮฺ คือ ผู้มีมารยาทที่ดีงาม”

(บันทึกโดย ติรมีซีย หมายเลขหะดีษที่ 2018 , เศาะหีหฺ)

إِنَّ الْمُؤْمِنَ لَيُدْرِكُ بِحُسْنِ خُلُقِهِ دَرَجَةَ الصَّائِمِ الْقَائِمِ

“แท้จริง ผู้ศรัทธาคนหนึ่งจะได้รับตำแหน่งของผู้ถือศีลอดและผู้ยืนละหมาดด้วยกับมารยาทที่ดีงาม” (บันทึกโดย อบูดาวูด หมายเลขหะดีษที่ 4798)

مَا مِنْ شَىْءٍ يُوضَعُ فِى الْمِيزَانِ أَثْقَلُ مِنْ حُسْنِ الْخُلُقِ وَإِنَّ صَاحِبَ حُسْنِ الْخُلُقِ لَيَبْلُغُ بِهِ دَرَجَةَ صَاحِبِ الصَّوْمِ وَالصَّلاَةِ

“ไม่มีสิ่งใดที่จะมีน้ำหนักยิ่งบนตาชั่งมากไปกว่าการมีมารยาทที่ดีงาม และแท้จริง ผู้มีมารยาทที่ดีงามนั้น จะได้รับตำแหน่งของผู้ถือศีลและผู้ยืนละหมาด” (บันทึกโดย ติรมีซีย์ หมายเลขหะดีษที่ 2004 , เศาะหีหฺ)

หวังเพียงบทความสั้นๆนี้จะยังประโยชน์แก่ทุกคน

หนังสืออ้างอิง : มิน อัคลาค ศะละฟุศศอลิหฺ เขียนโดย อับดุลลอฮ บิน อับดุลหะมีด อัลอัชอะรีย์ , ดารุล อิบนุคุซัยมะฮฺ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน สิงหาคม 1, 2012 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: