RSS

น้ำตาของคุณหายไปไหน?

31 ก.ค.

น้ำตาของคุณหายไปไหน?
อบูมุศลิหฺ อารี วะหฺยูดี เขียน
Zunnur แปล

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า ผู้ใดที่ร้องไห้ด้วยความเกรงกลัวต่ออัลลอฮ จะไม่มีทางเข้านรกเด็ดขาด จนกว่าน้ำนม(ที่ถูกบีบออก)จะกลับเข้าไปยังที่เดิม”(หะดีษบันทึกโดย ติรมีซีย์ หมายเลขหะดีษที่ 1633)

ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวอีกเช่นกันว่า “เจ็ดจำพวกที่จะได้อยู่ภายใต้ร่มเงาของอัลลอฮในวันที่ไม่มีร่มเงาใดเลย เว้นแต่ร่มเงาของพระองค์ คือ

หนึ่ง   ผู้นำที่ยุติธรรม
สอง   คนหนุ่มที่เติบโตขึ้นในการ(ฏออะฮฺ)อิบาดะฮฺต่ออัลลอฮ สุบหานะฮุวะตะอาลา
สาม   ชายที่หัวใจของเขาผูกพันกับมัสญิด
สี่        ชายสองคน ที่เขารักกันเพื่ออัลลอฮ พบเจอและจากกันเพื่ออัลลอฮ
ห้า      ชายที่ถูกมีฐานะดีและสวยงามเชิญชวนเพื่อทำซินา แต่เขา(ปฏิเสธและ)กล่าวว่า “แท้จริงฉันเกรงกลัวต่ออัลลอฮ”
หก     บุคคลที่บริจาคด้วยความปกปิด จนกระทั่ง มือซ้ายของเขาไม่รับทราบถึงสิ่งที่มือขวาได้บริจาคออกไป
เจ็ด    บุคคลที่รำลึกถึงอัลลอฮเพียงลำพัง จนน้ำตาได้ไหลรินออกมาจากดวงตาทั้งสองของเขา”

(หะดีษบันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลขหะดีษที่ 629 และมุสลิม หมายเลขหะดีษที่ 1031)

ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวอีกว่า “ดวงตา คู่ที่จะไม่สัมผัสกับไฟนรก (คือ) ดวงตาที่ที่ร้องไห้เพราะเกรงกลัวต่ออัลลอฮ และดวงตาที่คอยเฝ้าระวังในยามค่ำคืนเพื่อป้องกัน(การโจมตีของศัตรู)แก่ชาวมุสลิมเพื่อ(การญิฮาดใน)หนทางของอัลลออ(หะดีษรายงานโดย ติรมีซีย์ หมายเลขหะดีษที่ 1639 ชัยคฺอัลบานีย์รับรองว่าเศาะหีหฺ ในหนังสือ เศาะหีหฺ อัตติรมีซีย์ : 1338)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ไม่มีสิ่งใดจะเป็นที่รักยิ่งสำหรับอัลลอฮ นอกเสียจาก น้ำตาและบาดแผล 2 ประเภท คือ หยดน้ำตาที่ไหลรินเพราะเกรงกลัวต่ออัลลอฮ และหยดเลือดที่ไหลรินเพราะการต่อสู้(ญิฮาด)ในหนทางของอัลลอฮ ส่วน 2 บาดแผลนั้นคือ บาดแผลบนร่างกายที่เกิดจากการต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ และแผลบนร่างกายที่เกิดจากการปฏิบัติตามบทบัญญัติคำสั่งจากอัลลอฮ”(หะดีษบันทึกโดย ติรมีซีย หมายเลขหะดีษที่ 1669 ชัยคฺอัลบานีย์ กล่าวว่า เศาหีหฺ ในหนังสือ เศาะหีหฺ สุนัน ติรมีซีย์ : 1363)

ท่านอับดุลลอฮ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า “แท้จริง การร้องไห้เพราะเกรงกลัวต่ออัลลอฮนั้น เป็นที่รัก(ชอบ)ของฉันยิ่งกว่าการบริจาคเงิน 1,000 ดินาร”

กะอบฺ บิน อัลอะหฺบัร เราะหิมะฮุลลอฮ กล่าวว่า “แท้จริง การหลั่งน้ำตาของฉัน จนกระทั่งแก้มทั้งสองเปียกชุ่ม เพราะการเกรงกลัวต่ออัลลอฮนั้น เป็นที่รัก(ชอบ)ของฉันยิ่งกว่าการบริจาคทองคำที่(ปริมาณของมัน)มีขนาดเท่ากับตัวของฉัน”

ท่านอิบนุ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ กล่าวว่า “ครั้งหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยกล่าวกับฉันว่า “จงอ่านอัลกุรอานแก่ฉันเถิด” และฉันก็กล่าวกับท่านว่า “โอ้ เราะสูลของอัลลอฮ ทำไมถึงให้ฉันอ่านอัลกุรอานแก่ท่าน ทั้งที่อัลกุรอานนั้นถูกประทานลงมาแก่ท่านเอง?” ท่านตอบว่า “ฉันมีความสุขที่ได้ฟังการอ่านจากผู้อื่นนอกจากตัวของฉันเอง” แล้วฉันก็เริ่มอ่านสูเราะอฺอันนิสาอ์ จนเมื่อฉันอ่านถึงอายะฮฺนี้(ที่มีความหมายว่า) “แล้วอย่างไรเล่า เมื่อเรานำพยานคนหนึ่งจากแต่ละประชาชาติมา และเราได้นำเจ้ามาเป็นพยานต่อชนเหล่านี้(สูเราะฮฺอันนิสาอ์ อายะฮฺที่ 41)” ท่านจึงกล่าวว่า “พอแล้ว ถึงแค่นี้พอเถอะ” แล้วฉันก็หันไปยังท่าน และมองเห็นดวงตาของท่านหลั่งรินด้วยน้ำตา”(หะดีษบันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลขหะดีษที่ 4763 และมุสลิม หมายเลขหะดีษที่ 800)

จากอุบัยดิลลาฮ บิน อุมัยรฺ เราะหิมะฮุลลอฮ ครั้งหนึ่งเขาเคยถามท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า “ได้โปรดบอกเราในสิ่งที่ท่านเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่สร้างความประหลาดใจแก่ท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม?” แล้วท่านหญิงอาอิชะฮฺก็นิ่งเงียบ และกล่าวว่า “ในค่ำคืนหนึ่ง ท่าน(นบี)กล่าวว่า “โอ้อาอิชะฮฺ ขอจงปล่อยค่ำคืนนี้ให้ฉันได้อิบาดะฮฺต่อพระเจ้าของฉัน” ฉันกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ ฉันมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ท่าน แต่ทว่า ฉัน(จะ)มีความสุข(ยิ่งกว่า)ที่ได้ทำให้ท่านมีความสุข” ท่านหญิงอาอีชะฮฺเล่าต่อว่า หลังจากนั้น (ท่านเราะสูล)ก็ลุกขึ้นทำความสะอาดและทำการละหมาด ท่านหญิงอาอีชะฮฺกล่าวว่า “ท่านร้องไห้ จนกระทั่งบริเวณด้านหน้าเสื้อผ้าของท่านเปียก” ท่านหญิงอาอีชะฮฺกล่าวว่า “เมื่อท่านนั่งลง(ในการละหมาด)ท่านก็ร้องไห้จนกระทั่งเคราของท่านเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา” ท่านหญิงกล่าวต่ออีกว่า “แล้วท่านก็ร้องไห้มากยิ่งขึ้น จนกระทั่งพื้น(ที่ท่านทำการละหมาด)ก็เปียกชื้นไปด้วยเช่นกัน” แล้วต่อมา ท่านบิลาลก็ได้มาถึง(มัสญิด)เพื่ออะซานศุบฮฺ เมื่อท่าน(บิลาล)เห็นท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมร้องไห้ ท่านก็กล่าวว่า “โอ้ท่านเราะสูลของอัลลอฮ ท่านร้องไห้กระนั้นหรือ? ทั้งๆที่อัลลอฮทรงอภัยในความผิดบาปของท่านทั้งที่ผ่านมาและในอนาคต?” แล้วท่านนบีก็กล่าวตอบว่า จะมิให้ฉันเป็นบ่าวผู้ขอบคุณกระนั้นหรือ?! แท้จริง เมื่อคืนนี้ได้มีโองการ(อายะฮฺอัลกุรอาน)มายังฉัน สารเลวยิ่งนักสำหรับผู้ที่อ่านมัน แล้วไม่ใคร่ครวญใดๆเลย!! นั่นคืออายะฮฺ(ที่มีความหมายว่า) “แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการที่กลางวันและกลางคืนตามหลังกันนั้น แน่นอนมีหลายสัญญาณ สำหรับผู้มีปัญญา…จนจบสูเราะฮฺ”(สูเราะฮฺอาลิอิมรอน อายะฮฺที่ 190-200)” (หะดีษบันทึกโดย อิบนุหิบบาน 2 : 386 และคนอื่นๆ ชัยคฺอัลบานีย์รับรองว่าเศาะหีหฺในหนังสือ เศาะหีหฺ อัตตัรฆีบ : 1468 และหนังสือ อัศเศาะหีหะฮฺ : 68)

ท่านมุอ๊าซ บิน ญะบัล เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ก็เช่นเดียวกัน ครั้งหนึ่งท่านเคยร้องร่ำไห้ แล้วมีคนถามท่านว่า “ท่านร้องไห้ทำไมหรือ?” ท่านตอบว่า “เพราะอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง พระเจ้าจะทรงถอดถอนชีวิต 2 ชนิด ซึ่งชีวิตหนึ่งเข้ายังสวนสวรรค์ และอีกชีวิตหนึ่งลงสู่นรก ขณะที่ฉันไม่รู้ว่าจะอยู่ร่วมกับกลุ่มชนใดจากทั้งสองนี้?

หะสัน อัลบัศรีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ เคยร้องไห้ และมีคนถามท่านว่า “ท่านร้องไห้ทำไม?” เขาตอบว่า ฉันเกรงว่าอัลลอฮจะโยนฉันทิ้งลงในไฟนรกและไม่สนใจใยดีฉันอีกต่อไป

ครั้งหนึ่ง ท่านอบูมูสา อัลอัชอารีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ ขึ้นคุฏบะฮฺที่เมืองบัศเราะฮฺ และในคุฏบะฮฺนั้นท่านได้กล่าวถึงเรื่องนรก แล้วท่านก็ร้องไห้ จนกระทั่งน้ำตาของท่านทำให้แท่นมิมบัรเปียกไปหมด และในวันนั้น ผู้คน(ที่ได้ฟังคุฏบะฮฺของท่าน)ต่างก็ร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง

ท่านอบูฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุอันฮฺ เคยร้องไห้เมื่อท่านเจ็บป่วย(ใกล้เสียชิวิต) จึงมีคนถามท่านว่า “ท่านร้องไห้ทำไม?” ท่านตอบว่า “ฉันมิได้ร้องไห้เพราะโลกดุนยา(ที่ฉันกำลังจะจากมันไป)นี้ แต่ว่า ฉันร้องไห้ เพราะการเดินของฉันนั้นอีกยาวไกล ขณะที่เสบียงของฉันนั้นมีน้อยมาก และเป็นไปได้ว่า บ่ายวันนี้ฉันอาจจะต้องเดินทางไปยังสวรรค์หรือไม่ก็นรกแล้ว และฉันก็ไม่รู้เลยว่าฉันจะไปอยู่ ณ ที่ใด?

คืนหนึ่ง หะสัน อัลบัศรีย์ เราะหิมะฮุลลอฮ ตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับและได้ร้องไห้จนกระทั่งผู้คนในบ้านของเขาต่างผวาและตื่นขึ้นมา แล้วพวกเขาต่างถามไถ่เขาถึงสภาพของเขา เขาตอบว่า “ฉันนึกถึงบาปเรื่องหนึ่งของฉัน แล้วฉันก็ร้องไห้”

ฉัน(ผู้เขียน)ขอกล่าวว่า หากว่า หะสัน อัลบัศรีย์ ร้องไห้เพียงเพราะนึกได้ถึงความผิดบาปเพียง 1 อย่างที่ท่านได้ก่อไว้ แล้วจะเป็นอย่างไรอีกเล่าสำหรับบรรดาผู้ที่รับรู้ถึงจำนวนความผิดบาอปของตนเองที่ไม่อาจนับคำนวณได้ด้วยนิ้วมือและนิ้วเท้า??

ลาเหาละ วะ ลา กุววะตะ อิลลา บิลลาฮฺ  ช่างห่างไกลเสียเหลือเกิน ซึ่งมารยาทของเรากับมารยามของบรรดาอัศศะละฟุศศอลิหฺ?!! เช่นนี้แหล่ะ คือผู้คนแห่งยุคสะลัฟ โอ้พี่น้องของฉัน บาปของพวกท่านได้ทำให้ท่านร้องไห้และเตาบะฮฺตนต่อพระเจ้าของท่านบ้างไหม?

أَفَلاَ يَتُوبُونَ إِلَى اللّهِ وَيَسْتَغْفِرُونَهُ وَاللّهُ غَفُورٌ رَّحِيمٌ

พวกเขาจะไม่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวต่อัลลอฮ และขออภัยโทษต่อพระองค์กระนั้นหรือ? และอัลลอฮนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ (สูเราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 74)

อยู่ไหนเล่า…พวกเราที่เหมือนกับพวกเขา?!!
อยู่ไหนเล่า…พวกเราที่มีมารยาทเช่นชาวสะลัฟ?!!
โอ้พี่น้องของฉัน ..จงเป็นชาวสะลัฟเถิด!!

(สรุปจาก อัลบุกาอ์ มิน ค็อชยะติลลาฮ , อัสบาบุฮู  วะ มะวานิอุฮู วะ ฏุรูก ตะหฺศ๊ลิฮี หน้า 4-13 เขียนโดย อบูฏอริก อิหฺสาน บิน มุหัมมัด บิน อาอิช อัลอุตัยบีย์ )

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 31, 2012 in บทความ

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Blog Abu Umamah™

Media Belajar Dan Berbagi Ilmu Islam Ahlussunnah Wal Jama'ah

Attachment Parenting by Baannada : บ้านณดา

เพจเลี้ยงลูกเชิงบวกแนว Attachment Parenting และรวมไอเดียการเล่นในครอบครัว และไฟล์กิจกรรมปริ๊นฟรีสำหรับเด็ก

Insyaflah, wahai Salafy!

Kalau tidak ada yang menjelaskan ... bagaimana ummat bisa tahu ?

faham.wordpress.com

Tugas pertama kita adalah memahami Islam, bukan sekedar mengetahui dalilnya

irwandizakaria-blog

Berikan yang Terbaik, Insya Allah akan Dapat Yang Terbaik

LA TAHZAN

ไม่จุดเริ่มต้นไม่มีที่สิ้นสุด

Terjemah Kitab Salaf

membumikan dakwah ahlus sunnah

Bahasa Arab Jarak Jauh at-Taisir

Mempelajari Bahasa al-Qur'an dan as-Sunnah

abusaifillah

Islam is the way of life.

Ibnu Taimiyah

Menguak keagungan seorang Syaikhul Islam

Abu Salma

Homepage Pribadi Abu Salma Muhammad

ABU MUSA AL-ATSARI

Belajar Islam, Menikmati Alam

Meniti Jalan menuntut Ilmu

Membuka Jalan Menuju Surga...

bushrohouse

ห้องสมุดบ้านบุชรอ : ห้องสมุดเพื่ออุมมะฮฺ

Para Ulama Ahlul Hadits

Biografi Ahlul Hadits, Para Sahabat, Tabi’in dan Tabiut Tabi’in beserta Keluarga Rasulullah صلى ا لله عليه وسلم

Salafy

Meneladani Generasi Terdahulu yang Shalih

%d bloggers like this: